หลายคนอาจสงสัยว่า  ปัญหาทุ่นระเบิดนั้นยังมีอยู่อีกหรือ เพราะประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ในภาวะสงบไม่มีการสู้รบเฉกเช่นสมัยก่อน  แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า  สิ่งที่ตกค้างหลงเหลืออยู่ภายหลังการสู้รบตามชายแดนทั้งสี่ภาคในอดีตนั้น คือ ทุ่นระเบิดที่ฝังตัวอยู่ในพื้นดิน ไม่สามารถมองเห็นได้แต่เฝ้ารอคอยทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ จากรายงานการสำรวจผลกระทบจากทุ่นระเบิดในประเทศไทย (Thailand MIne Impact Survey) พื้นที่ทุ่นระเบิดเหล่านี้กินบริเวณถึง 2,557 ล้านตารางเมตร ครอบคลุม 27 จังหวัดของประเทศไทย โดยชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดรุนแรงที่สุด

 

ตามข้อมูลจากรายงานสถานการณ์ทุ่นระเบิดในประเทศไทย พ.ศ. 2550 ในระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเก็บกู้กวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่ทุ่นระเบิดได้เป็นบริเวณเพียง 20 ล้านตารางเมตร ซึ่งคิดเป็นน้อยกว่าร้อยละ 1 ของพื้นที่ทุ่นระเบิดทั้งหมดของประเทศไทย ในสถานการณ์เช่นนี้ที่ทุ่นระเบิดยังไม่หมดไปจากแผ่นดินไทย เด็กนักเรียนและประชาชนในชุมชนชายแดนจำนวนมากยังคงต้องดำเนินชีวิตไปโดยเสี่ยงกับภัยทุ่นระเบิด การให้ความรู้เรื่องการป้องกันภัยจากทุ่นระเบิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

 

โครงการการให้ความรู้เรื่องการป้องกันภัยจากทุ่นระเบิดโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในจังหวัดตราด และอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรีจึงได้เกิดขึ้นโดยความริเริ่มและการดำเนินงานขององค์การแฮนดิแคป อินเตอร์เนชั่นแนล โครงการในประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  โครงการฯ ดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตราดและจันทบุรี 4 อำเภอ ช่วงระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2550 ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 รวมระยะเวลา 13 เดือน 

 

โครงการฯ เข้าถึงกลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์ดังนี้ คือ

·       โรงเรียนตามแนวชายแดน จำนวน 32 แห่ง ในพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดตราด (อ.เมืองตราด อ.บ่อไร่ และ อ.คลองใหญ่)  และอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี  

·       ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 67 คน

·       ศึกษานิเทศก์ จำนวน 3 คน

·       นักเรียนจำนวน 3,324 คน และ

·       ประชาชนในชุมชน จำนวนประมาณ 265,700 คน 

ซึ่งเราเชื่อว่า หลังดำเนินโครงการฯ กลุ่มคนเหล่านี้สามารถปรับเปลี่ยนมามีพฤติกรรมที่ปลอดภัยจากทุ่นระเบิด และชุมชนมีความตระหนักในภัยทุ่นระเบิดเพิ่มมากขึ้น  แต่อย่างไรก็ตาม การให้ความรู้เรื่องภัยจากทุ่นระเบิดต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง  ขณะนี้ครูในพื้นที่โครงการฯ มีหนังสือคู่มือการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาเรื่อง การป้องกันภัยจากทุ่นระเบิดช่วงชั้นที่ 2 (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6) ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยองค์การฯ และครูในพื้นที่สำหรับศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อนำไปจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนต่อไป