พิโธ่ นี่ลูกชายคุณป้านี่นา...

ใช่เลย.....นี่แหละตัวตนของฉัน

 

ตอนที่  3  โลกใบใหม่....กับหัวใจที่เข้มแข็ง

 

          โลกแห่งการเรียนรู้ของดิฉันยังคงดำเนินต่อไป   ครูพงษ์ยังคงต้องทำหน้าที่ตามปกติ  ทั้งในด้านการสอนและการบริหารโรงเรียนไม่เคยขาดตกบกพร่อง   การเรียนการสอนเรียบง่ายแต่ดิฉันก็เข้าใจในบทเรียน  วิชาที่ดิฉันชอบยังคงเป็นวิชาภาษาไทย  การเขียนเรียงความ  เขียนกลอน  และการอ่านทำนองเสนาะยังคงเป็นสิ่งที่ดิฉันชอบเหมือนเดิม  (เสียงไม่ดีหรอกค่ะ  แต่ใจรัก)  และคิดว่าตัวเองทำได้ดีที่สุดในบรรดาวิชาต่างๆ    ส่วนกิจกรรมภายในโรงเรียนก็ยังคงมีตลอด   ดนตรี  กีฬา  และการศึกษารวมทั้งกิจกรรมช่วยสังคม(ในหมู่บ้าน)  พวกเราทำอยู่เสมอ   ทุกครั้งที่มีงานบุญ  เช่นบุญบั้งไฟ  เข้าพรรษา  ประเพณีทางภาคอีสานว่างั้นเหอะ  ดิฉันต้องเข้าร่วมด้วยเสมอ  มีครั้งหนึ่งครูต้องคัดเลือกนักเรียนเพื่อเป็นนางไอ่(ผู้หญิง) และผาแดง(ผู้ชาย)  อ่านถึงตรงนี้คงทายถูกนะคะว่าใครที่ได้รับตำแหน่งนี้ (ไม่ได้เสนอตัวนะคะ  แต่ถูกเลือก)   ส่วนผาแดงดิฉันลุ้นมากเลยว่าใครที่จะได้ (เอ๊ะ!ใช่คนที่ดิฉันแอบปลื้มหรือเปล่านะ)  คุณครูเลือกเพื่อนผู้ชายมาหนึ่งที่คิดว่าหน้าตาดีที่สุด

 (ขอบอกว่าหายากมาก ๆ)   ดอกบัวที่ชาวบ้านสร้างขึ้นถูกนำไปวางไว้บนรถเพื่อให้ผาแดงกับ

นางไอ่ขึ้นไปนั่ง   ดิฉันอายมากๆเพราะตอนนี้เราสองคนต้องขึ้นไปบนนั้นสองคนมันสูงมาก ๆ เลย   ขึ้นก็ยาก  แต่ก็มีมือหนึ่งยื่นลงมาช่วยดึงให้ดิฉันขึ้นไป  จังหวะนั้นเองดิฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ต้องสัมผัสมือผู้ชาย  ดิฉันไม่ยอมมองหน้าและไม่กล้าสบตา  จนกระทั่งได้ยินเสียงของผู้ชายคนนั้นบอกว่า  เขินทำไม  ทำยังกับว่าไม่เคยจับมือกันงั้นแหละ เท่านั้นเองดิฉันเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงนั้น  พิโธ่  นี่ลูกชายคุณป้านี่นา (พี่น้องกัน) อายไม่ล่ะ   เปล่าเลยดิฉันไม่อายหรอกเพราะไม่มีใครรู้ (ตอนนี้คงรู้กันหมดแล้วล่ะ)  ขบวนแห่ยังคงดำเนินต่อไป  ผู้คนต่างพากันมามุงดู   เพราะมีการประกวดขบวนด้วย  จำไม่ได้เหมือนกันว่าได้ที่เท่าไหร่  แต่ความประทับใจนี่ซิมันมีค่ามากกว่ารางวัลที่ได้รับเสียอีก   วันนั้นจึงเป็นวันที่ดิฉันมีความสุขอีกวันนึง ….

เพื่อน ๆ พี่ ๆนักอ่านรวมทั้งเพื่อนครูเศรษฐบุตรบำเพ็ญจะเป็นยังไงนะ  ตอนนี้ทุกคนสร้างบล็อกไปถึงใหนกันแล้ว  ปู่แปลกและท่านอาจารย์พินิจจะเข้ามาเม้นให้หรือเปล่านะ ( คิดๆ )  วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วซินะกับการอบรมที่โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ    พรุ่งนี้ดิฉันและเพื่อน ๆ ก็จะไม่ได้เห็นหน้าคุณHandyแล้ว (ขออนุญาตเรียกชื่อนี้นะคะ)  พวกเราคงคิดถึงมากๆ รู้สึกคุ้นเคยกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด  ทุกคำพูดมีความหมายในตัว  อยู่ที่ว่าคุณจะเรียนรู้กับคำพูดนั้นหรือไม่   มีประโยคส่งท้ายของการอบรมในวันนี้ที่ดิฉันได้นำมาฝากเพื่อน ๆ พี่ ๆ นักอ่าน  (แอบจดมาจากคุณ Handy ต้องขออนุญาตด้วยนะคะ  ถือว่าเป็นวิทยาทาน  บางท่านอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้วก็ต้องขออภัยนะคะ)

 ให้ปลาหนู  1  ตัว   หนูกินได้  1  วัน     สอนให้หนูหาปลา   หนูมีกินตลอดชีวิต

ข้อความนี้มีความหมายในตัวอยู่แล้ว  แต่สำหรับดิฉันประโยคสั้น ๆ เพียงประโยคเดียวบอกอะไรได้หลายอย่างค่ะ  แล้วคุณละคะได้อะไรจากข้อความนี้บ้าง  ว่าง ๆ ก็แวะมาบอกกันบ้างนะคะ  ถือว่าเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้กับเด็กบ้านนอกคนหนึ่งก็แล้วกันค่ะ  แล้วเจอกัน

 ตอนที่  4  โลกใบใหม่....กับหัวใจที่เข้มแข็ง  หวังว่าน้องเอกและพี่ ๆ ทุกคนจะยังคงอยู่และรออ่านที่บ้านหลังนี้นะคะ