28- 3-51
วันเสาร์ที่ผ่านมาดิฉันมีโอกาสไปงานเช็งเม้งเตี่ยที่อำเภอสีคิ้วโดยชวนสามีและพี่สาวไปด้วยค่ะ
ปกติดิฉันจะไปบ้างไม่ไปบ้างขึ้นกับเวลาที่ว่าง
ปีนี้เป็นปีที่ดิฉันเกษียณแล้วจึงตั้งใจไปถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้ร่วมงานกับญาติๆมากนัก
ในปีนี้โชคดีที่ได้เจอคนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยเกือบสี่สิบกว่าปีหลายคนที่มาไหว้เตี่ยใกล้ๆกันทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสังขารของเราและนึกถึงความสุขในวัยเด็กที่เคยไปซื้ออาหารที่ชอบทานตั้งแต่เด็กๆ
ดิฉันมีพี่น้อง 10 คน 8คนที่โตมาด้วยกัน ตายไปสองคนในวัยเด็กๆ ทำให้มีหลานมากมายที่มาร่วมกันไหว้ก๋งค่ะ
พี่น้องเราคุยกันถึงวันที่ แม่ พี่สาว น้องชาย น้องสาวรวม5คนที่ไปเข้าคอร์สคุณแม่ศิริที่โคราชทำให้อาจารย์ให้ครอบครัวเราถูกยกเป็นตัวอย่างออกมาให้สัมภาษณ์และกราบแม่
น้องชายเล่าว่าต้องอดบุหรี่ทำให้ตอบอาจารย์ว่าไม่อยากมาอีกแล้ว
ส่วนพี่สาวคนโตตอบว่าจะไม่มาอีกถ้าไม่ให้นั่งเก้าอี้เพราะเจ็บหัวเข่ามากๆ
พวกเราเล่าไปก็หัวเราะไปเพราะขำตัวเองที่ตอบครูไปตรงๆไม่เห็นแก่หน้าคุณครูผู้สอน
หลานสาวคนที่ทำงานธนาคารกรุงเทพเคยเข้าคอร์สคุณแม่และตั้งใจจะไปอบรมอีก
ดิฉันถามหลานสาวว่าไปแล้วได้อะไร
หลานตอบว่าไปแล้วสบายใจและเวลาทำอะไรจะมีสติมากขึ้นคุมอารมณ์ได้มากขึ้น
ดิฉันถือโอกาสให้น้องๆและหลานๆดูตัวอย่างของการเข้าไปปฏิบัติธรรมที่จะต้องทำแล้วทุกข์น้อยลง คนที่อยู่ใกล้ๆเราเห็นชัดว่าเราดีขึ้น
หลวงพ่อปราโมทย์เคยเล่าว่าคุณหญิงคุณนายบางคนทำตามกระแสของการปฏิบัติธรรมโดยไปอยู่วัดของหลวงปู่ที่ใจดี
คุณหญิงขนตู้เย็น แม่บ้าน ไปให้บริการที่วัด
ในช่วงอยู่วัดก็เก็บกด ท่องพุทธโธ ยุบหนอพองหนอ แต่ไม่มีสติ
หลังจากกลับจากวัด แม่บ้านแอบนินทานายให้ชาวบ้านฟังว่ากลับไปถึงบ้านด่าเก่งกว่าเดิมอีกหลายเท่า
หลังจากไหว้เตี่ยแล้วก็กลับมากินอาหารกันที่บ้านน้องชาย
ดิฉันถือโอกาสให้อภัยตัวเองคือกินขนมจีนน้ำยาป่า น้ำยาไก่ น้ำพริก และแถมขนกลับบ้านมาอีกเพรียบค่ะ
โดยลืมนึกถึงไขมันสูงที่ตัวเองคุมอาหารอยู่อย่างเข้มงวดค่ะ ( เตี่ยคงช่วยให้ไม่เป็นไร? )
สุดท้ายมาตกม้าตายเพราะแม่บ้านพม่าของดิฉันลืมเก็บขนมจีนน้ำยาไก่ที่ตั้งใจให้สามีทานเนื่องจากมันไปซ่อนตัวอยู่ใต้เบาะคนขับรถค่ะ
แหม เสียดายจัง? ขนมจีนนำยาไก่