วันสังขานต์ล่องล่วงเลยไปแล้วเลยเที่ยงคืน ผู้คนต่างออกไปตลาดหาซื้อข้าวของ เครื่องสักการะ ตุง ช่อ เสื้อผ้าใหม่ บรรยากาศในตลาดช่วงนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายจนหมั้วหูหมั้วตา ผิดปกติกว่าบรรยากาศตลอดปีที่ผ่านมา แม่ค้าผู้คนต่างนำเอาสิ่งของ สินค้าที่มีอยู่ไม่ว่าผักเซียงดา ผักขี้ขวง ข้าวควบ(ข้าวเกรียบว่าว)ข้าวแต๋น มะปรางใส่ซองสานด้วยไม้ไผ่ บางคนเอาดอกไม้ที่เป็นมงคลประจำปีมาขาย ตลอดจนข้าวตอก ดอกไม้น้ำขมิ้นส้มป่อยถึงวันรุ่งขึ้นพระอาทิตย์ส่องแสงบอกว่าเป็นวันเนาว์หมายถึงการอยู่ในบ้านกับญาติพี่น้องครอบครัว ผู้ที่อยู่ห่างไกลก็กลับมาบ้านในวันนี้ถือเป็นวันแห่งครอบครัวร่วมกันทำอาหาร แกงฮินเล แก๋งวุ้นเส้น ห่อหนึ้ง แป๋งข้าวหนมจ้อก(ขนมเทียน) บางบ้านก็จะนำเอาเหล้าตราหญ้าเมืองวาย(เหล้าทำเองที่เตรียมหมักดองไว้ในพงหญ้าเมืองวายหรือหญ้าสาบเสือ)เปิดโอ่งมาเลี้ยงกัน บางคนทำข้าวหวานหรือข้าวหมากมาเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนาน ส่วนผู้ชายทำหน้าที่ตัดไม้ทำด้ามตุง โดยเฉพาะก้านต้นเขือง(เต่าร้าง) นิยมเอามาทำเป็นด้ามตุง ผูกตุงไส้หมู ตุงสิบสองราศีหรือตุงตั๋วเปิ้งกับด้าม เวลาเดินหรือปักเจดีย์ทรายตุงปลิวลมพริ้วสวยงามสร้างบรรยากาศดีนักแล
*ในวันเน่าผู้คนต่างร่วมกันเตรียมข้าวของอย่างเป็นสุข ไม่ด่าว่า ไม่มีอารมณ์โกรธ เพราะถือว่าวันนี้เป็นวันเน่า หากด่าทอ มีอารมณ์โกรธ ถือว่าปากจะเน่า (ด้วยถือเอาเสียงเนาว์คล้ายเสียงว่าเน่า)เมื่อถึงเวลาตอนเย็นผู้คนต่างพากันเอาน้ำคุ(ถังน้ำ)หรือขันน้ำ หรือภาชนะที่มีอยู่ขนทรายจากแม่น้ำไปสร้างเจดีย์ทรายในวัดใกล้บ้าน ในเวลาที่ลงแม่น้ำนี่เองต่างพากันรดน้ำกันเย็นฉ่ำไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ ไม่มีการดหัว ไม่มีการสาดน้ำ แต่รดที่ตัวเปียกปอนพร้อมกับขนทรายเข้าสู่วัดเพื่อชดใช้หนี้รอบปีที่ผ่านมาเมื่อเข้าวัดทำให้เม็ดทรายติดเท้าออกมาทำให้เป็นบาป ครั้นถึงปีใหม่ก็พากันขนทรายเข้าวัดทดแทน พากันกวาดข่วง(ลาน)ไม้สะหรี(ต้นโพธิ์) ทำความสะอาดพระเจดีย์ของวัดให้สะอาด
*เจดีย์ทรายในวัดสร้างโดยการนำไม้ไผ่มาจักเส้นตอกใหญ่สานเป็นวงกลมใหญ่เล็กซ้อนกันขึ้นไปคล้ายเจดีย์ผู้คนนำทรายเทลงในวงกลมไม้ไผ่จนเต็มด้วยเหตุนี้เองจึงเรียกว่า เจดีย์ทรายเมื่อขนทรายเข้าวัดเสร็จต่างก็พากันกลับบ้าน ผู้ที่เคยอยู่ไกลก็ถือโอกาสเมื่อกลับมาบ้านครั้งนี้อาจไปเที่ยวบ้านใกล้เคียง เสวนาสารทุกข์สุขดิบดวดเหล้าน้ำขาวตราหญ้าเมืองวายนั่นแหละเด็ดนัก บางคนเอาน้ำส่า(ส่าเหล้าหมัก)มาทำน้ำส่ายำแกล้มก้วยไต้ดิบ(กล้วยน้ำว้าดิบ) จนเวลาล่วงเข้าคืน บางคนก็หลับลงกับที่ใกล้ๆวงเลี้ยงนั่นเอง..ม่วน
*ในปีนี้ปีหนูพุทธศักราช 2551 จุลศักราช 1369 วันเน่าตรงกับวันจันทร์ที่ 14 เมษายน เดือน 7 (เดือน 9 ภาคกลาง)ขึ้น 9 ค่ำ ห้ามผิดเถียง ทะเลาะวิวาท จักเป็นเสนียดตลอดปี ในบางปี หากเวลาเคลื่อน อาจมีวันเน่าสองวัน แล้วแต่เวลาที่คำนวณได้หรือทางโหราจารย์กำหนด
*ยัง......วันนี้ก็ยังไม่มีการดำหัวผู้ใหญ่เพราะแสงพระอาทิตย์ยังไม่ผ่านเส้นราศีกำหนด
มาเยี่ยม และได้ความรู้ไปแยะค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ..คุณSasinanda
*ขอบคุณที่มาแว่อ่านมากครับ...กรุณาติดตามตอนต่อไปครับ
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน...พรหมมา
แวะมาอ่านครับอาจารย์
สวัสดีครับ..คุณกวินทรากร ขอบคุณที่มาแว่อ่านครับ...
*ผมกำลังเสนอเรื่องปี๋ใหม่ล้านนาที่ดั้งเดิม ยังไม่เพี้ยนดังปัจจุบันครับ..
ด้วยความปรารถนาดีจาก....ลุงหนาน....พรหมมา