งานสังคมสงเคราะห์เป็นงานที่ต้องใช้จิตวิทยาและใจเย็นเป็นสำคัญ

งานสังคมสงเคราะห์

           ในการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์แก่เด็กนักเรียนพิการ สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากที่สุด คือ การได้เห็นรอยยิ้ม ของพ่อแม่และเด็กนักเรียนพิการที่เราพบเจอ

           มีอยู่วันหนึ่งเราออกพื้นที่ไปที่อำเภอปางมะผ้าเมื่อวันที่ 15  มีนาคมที่ผ่านมามันเป็นระยะทางที่ไกลพอสมควร เราเดินทางตอนแรก นึกว่าคงไม่กิโลคงถึง ที่ไหนได้ ไปถามด่านตรวจตามชายแดนจึงทราบว่ายังอีกยาวไกล ราว 30 กิโมตรเป็นทางที่กันดารหาลาดยางไม่

          ในขณะที่ไปเจ้าหน้าที่ที่ไปด้วเมารถกันผมเองก็เกือบเมาเช่นกัน แต่ยังเอาตัวพอรอดอยู่ เมื่อเราไปถึงและได้สอบถามว่าบ้านเด๋กพิการที่เราจะไปให้บริการอยู่หลังใด พอทราบความเราก็ไปทันทีไม่รีรอ

พอไปถึงสิ่งที่เห็นก็คือเด็กพิการและผู้ปกครองออกจากภายในบ้านมาต้อนรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แสดงอาการดีใจที่พวกเราไปเยี่ยมถึงบ้านเลย  เด็กและผู้ปกครองยังจำเราได้

          เรานึกในใจว่าโอ...แล้วเวลาไปรับบริการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษไปยังไง ได้คำตอบว่าออกจากบ้านตี 3 ถึงในเมืองก็ราว 8 โมงเช้า

          ก่อนหน้านั้น เรานึกว่าไม่ไกลเท่าไร เราจึงเกิดความเห็นใจและประทับใจในการเอาใจใส่ของผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกได้อยู่ในสังคมอย่างปกติด้วยการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ  สิ่งที่พวกเรานำมาในครั้งนี้เพื่อให้เด็ก ๆ  คือ มอนรถเข็นให้ ทันทีที่เด็ฏได้เห็นรถเข็นนั้น เราสังเกตเห็นความดีใจ ร่าเริงของเด็กที่ต่อไปนี้ จะได้นั่งรถเข็นไปไหนมาไหนคงจะสบายขึ้นและสะดวกมากขึ้น

          เมื่อเราลงบันทึกและประเมินพัฒนาการแล้วเราก็เดินทางกลับสู่เมืองต่อ.......ด้วยสภาพที่เอิบอิ่มใจที่ได้เห็นลูกศิษย์มีความสุข

          นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ผมเกริ่นนำเพื่อให้พอเห็นภาพเท่านั้น  ในที่นี้ผมจะนำเสนอ กระบวนการทางสังคมสงเคราะห์เพ่อเป็นแนวทางสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้

กระบวนการทางสังคมสงเคราะห์ 

          กระบวนการหรือขั้นตอนที่เราต้องใช้ในการปฏิบัติงาน คือ

1. การค้นหาข้อมูล ของผู้รับบริการ สามารถค้นหาข้อมูลได้จาก การสัมภาษณ์ สังเกต หรือจากเอกสารต่าง ๆ 

2. การวิเคราะห์ข้อมูลวิเคราะห์ศักยภาพของจุดเด่นจุด้อยของผู้รับบริการ

3. การวางแผนในการให้ความช่วยเหลือระยะสั้น-ยาว ด่วน ตามความเดือดร้อน

4. การลงมือให้ความช่วยเหลือ ด้วยวิธีการต่าง ๆ  รวมถึงการส่งต่อ

5. การติดตามความก้าวหน้า หรือพัฒนาการต่าง ๆ  โดยการเยี่ยมบ้านเป็นระยะ ๆ  หรือประเมินเป็นระยะ ๆ  เป็นต้น เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการให้การบริการครั้งต่อไป นี่เป็นเพียงขั้นตอนโดยสังเขปเท่านั้น

           สิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจก็คือ การได้ใช้ธรรมะในการบำบัดผู้คน เรียกว่าธรรมโอสถ ก็ได้ ในฐานะที่ผมเป็นสมณะนักบวชมาก่อน จึงนำธรรมะมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งแก่ตัวเราเอง และแก่ผู้รับบริการ ให้มีตวามสุข เพราะอะไร

           เพราะเราก็เป็นผู้ที่ทำงาน เขาก็เป็นผู้ที่ทำงาน เราอย่าคิดว่าเราทำงานแต่เพียงผู้เดียว เขากับเราเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมกันทำงานซึ่งเป็นงานที่เรียกว่า Work witk not work for ทำงานกับเขา  ไม่ใช่ทำเพื่อเขา กล่าวตามหลักปรัชญาของงานสังคมสงเคราะห์ก็คือ ช่วยเขาให้ช่วยเหลือตนเองได้...นั่นเอง