การอภิบาลบุคคล
วิชานี้เป็นวิชาสำหรับนศ.ปี3 ซึ่งมีจำนวน 15 คน นักศึกษาไม่เคยเรียน ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่นักศึกษามีความสนใจ เพราะทีมผู้สอน 2 คนร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนไปด้วยกัน โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถาม และการมอบหมายหัวข้อให้นักศึกษาค้นคว้าเพื่อนำมาอภิปราย โดยเน้นถึงการอภิบาลบุคคลแบบองค์รวม (ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ) ซึ่งมีองค์ประกอบหลายมิติที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ป่วย และองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคือ การนำหลักศาสนาคริสต์ พุทธ หรือความเชื่อ ไปช่วยในการเยียวยารักษาด้านจิตใจ และจิตวิญญาณ
เป็นเทคนิคการสอนที่ดีมีประโยชน์มีจิตวิญญาณของความเป็นครูมาก
น่าสนใจมาก ไม่ทราบว่าจะแนะนำสื่อการสอนได้ไหมค่ะ
เข้ามาชื่นชมผลงาน เซอร์นะคะ
เป็นกำลังใจ ให้ นะคะ
เป็นครั้งแรกที่มาเซอร์ได้เข้า workshopและรับการแบ่งปันความรู้เรื่อง KM.จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ คือ ศ.นพ.วุฒิชัย ธนาพงศธร รู้สึกประทับใจวิธีการของท่านมาก ได้รับประโยชน์จากการรับรู้ เลียนรู้ และขณะนี้เริ่มที่จะเรียนรู้กระบวนการของKM.ชัดเจนขึ้น มาเซอร์ตั้งใจส่วนตัวว่า จะร่วมในกระบวนการเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของวิทยาลัยซึ่งคาดว่าจะมีการกำหนดขึ้นในเร็วๆนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดต้องจัดสรร บริหารเวลาให้เหมาะสมดีที่สุดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มาเซอร์เล็งเห็นว่า KM.เป็นเครื่องมือที่จะผลักดันให้เราได้เกิดการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนขุมทรัพย์ที่อยู่ในตัวตนของแต่ละคน และสิ่งนี้เองมีคุณค่าสูงสุดสำหรับเพื่อนมนุษย์ มาเซอร์เชื่อว่า มนุษย์แต่ละคนล้วนมีพระพรอยู่ภายในที่พระเจ้าประทานมาให้ ดังนั้น วิธีการ KM.เป็นการแบ่งปันพระพรให้แก่กัน
อีกหนึ่งมุมมองค่ะ....เห็นด้วยอย่างยิ่งกับองค์ประกอบการนำหลักศาสนาคริสต์ พุทธ หรือความเชื่อ ไปช่วยในการเยียวยารักษาด้านจิตใจ และจิตวิญญาณ คิดว่านอกเหนือจากการเยียวยาแล้ว ถ้ามีการนำมาใช้อย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวันก็จะเป็นการพัฒนาทางด้านจิตใจที่งอกงามมากยิ่งๆขึ้นค่ะ เมื่อจิตใจงอกงาม การกระทำก็สร้างสรรค์ มีการแบ่งปันช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันอย่างแท้จริงในสังคมที่ต้องการการเยียวยา ขอให้วิชานี้มีการสอนอย่างต่อเนื่องต่อไปน่ะค่ะ