บทความที่ผู้เขียนลงใน BLOG เมื่อหลายเดือนก่อนเรื่อง "กีฬากับการพัฒนาประเทศ" และมี BLOG หนึ่งที่พูดถึงเรื่องพัฒนาการของฟุตบอลไทย ผู้เขียนได้เสนอแนวทาง ( แนวคิดบ้าๆ) ในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้มีความก้าวหน้า ถึงจะขัดต่อความคิด และความรู้สึกใครหลาย ๆ คน แต่ถ้าไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง วงการฟุตบอลไทยก็คง ( จมปลัก ) อยู่แค่นี้
ไม่ใช่ผู้เขียนคนเดียวที่มองเห็นเป็นอย่างนี้ เมื่อ 2 วันก่อนสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ( A.F.C. ) ได้ออกมาประกาศรายชื่อประเทศที่มีมาตรฐาน และมีสิทธิ์เข้าร่วมแข่งฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย 14 ประเทศ ที่จะได้เข้าร่วมแข่งขันในปีหน้า ใน 14 ประเทศนั้นไม่มีสโมสรของประเทศไทย ( แสดงว่าการจัดลำดับมาตรฐานของสโมสรฟุตบอลไทยอยู่อันดับที่ 15 ขึ้น ) โดย A.F.C. ให้เหตุผลว่าสโมสรฟุตบอลในไทยไม่ได้มาตรฐาน เช่น ระบบการจัดการของแต่ละสโมสร จำนวนผู้ชมในแต่ละแมตส์ การเก็บบัตรเข้าชมที่ต่ำกว่ามารฐาน และอีกหลาย ๆ เหตุผล
" นึกแล้ว...สักวันต้องเป็นอย่างนี้...แค่ประเทศในเอเชียยังไม่อยากให้ไทยเข้าร่วมเลย "
แต่ทางผู้หลัก ผู้ใหญ่ในวงการฟุตบอลก็ออกมา ให้ข่าวและแสดงความรับผิดชอบโดยจะเข้าเจรจาและทำทุกวิถีทางเพื่อให้สโมสรของไทยได้เข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ( บากหน้า ..ผักชีโรย...หน้า )
สิ่งสำคัญที่ควรทำต่อไปของวงการฟุตบอลไทยก็คือ ต้องแก้ใขทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นแนวความคิดแบบเก่าที่ทำให้พัฒนาการของฟุตบอลนิ่งอยู่กับที่ ... กล้า ๆ ทำ ...หน่อย
* คนในวงการฟุตบอลต้องเป็นหนึ่งเดียว ไม่แบ่งพรรคพวกเหมือนปัจจุบัน...
*เดินไปด้วยกันไม่ใช่ต่างคนต่างจัด จนมีบอลหลีกมากบางครั้งคนดูยังสับสนเลยว่าลีกใหนเป็นลีกสูงสุดของประเทศกันแน่
*ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการฟุตบอลต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการกีฬาให้เป็น " กีฬากับธุรกิจ" ในระบบของสังคม " แบบทุนนิยม"
*ศึกษาธรรมชาติคนไทยให้ถ่องแท้ ปรับความเคยชินของคนไทยให้เข้าระบบการจัดการด้านการกีฬา ( มีแนวคิด ผู้ที่เขียนนำเสนอ...อยู่ที่ ... การกีฬากับการพัฒนาประเทศภาค 2 )
อย่านั่งในตำแหน่งและทำงาน แบบ เช้าขาม เย็นชาม เริ่มทำจริง ๆ จัง ๆ สักที คนไทยจะได้ไม่อายประเทศเพื่อนที่เดินหน้าแซง จนฟุตบอลไทยอันดับต่ำขนาดนี้ ....เศร้าจัง
ไม่ต้องกล้วว่าคนอื่นจะว่า ...ใช้เป้าหมายของ " การพัฒนาการของฟุตบอล" เป็นที่ตั้งและเดินหน้า อย่าสนใจวิธีการ มองที่ผลที่จะออกมาจะดีกว่า อาจจะขัดใจใครบ้างแต่ถ้าไม่กล้าขัด ความสำเร็จก็ไม่เกิด
คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจในวงการฟุตบอล เริ่มเดินหน้าทำจริงจังสักที .... ประเทศในแถบเอเชียใต้ ที่เคยล้าหลังกว่าไทย...เริ่มเดินหน้าแซงไทยไปหมดแล้ว...เหลือเขมรกับลาวที่ยังตามหลังเราอยู่.... ขยับตัวสักทีก่อนที่ 2 ประเทศนี้จะแซงไทยไปอีก ...
สวัสดีครับครูสิงห์
นายกระท้อนแวะมาทักทายครับ
ผมเองก็รูสึกผิดหวัง(นิด ๆ)กับการพัฒนากีใทย(โดยเฉพาะฟุตบอล)
เราเคยอยู่ลำดับดี ๆ อยู่ ๆก้ถอยเอา ถอยเอา
ไม่ใช่คนอื่นแซงนะครับ...คนอื่นเขาไปข้างหน้า
แต่เราย่ำอยู่กับที่หรือถอยหลังเสียด้วยซ้ำ
ทุกเรื่อง ทั้งการเล่นและการจัดการครับ
สวัสดีครับ
MR.Kraton Pai
เฮ้ย...ต้องถอนหายใจครับ..แพ้โอมานอีกแล้วครับ 1 - 0
ผมคิดว่า ควรนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้อย่างจริงจัง
ทั้งในเรื่องของสรีระ อาหาร ตารางการฝึกซ้อมต่าง ๆ
อขากให้ยกเลิกระบบเส้นสายของการเข้ามาติดทีมชาติ
ระบบความเกรงใจ
ใครไม่ฟิตพอ ก็ต้องคัดออก กฏต้องเป็นกฏ ใครขี้เกียจไม่ต้องง้อ
หาเด็กใหม่ที่ไฟแรง และตั้งใจจริงมาเสริม
ขอออกตัวก่อนว่า ปกติผมไม่ค่อยชอบดูฟุตบอลครับ
ขอบคุณทุกท่านครับ...สำหรับแนวความคิดดี ๆ...และการแวะมาทักทาย
คงต้องทำใจ...และต้องยอมรับสภาพ...เหมือนอย่างที่เป็นมา
อำนาจใจการตัดสินใจอยู่ที่คณะกรรมการบริหารของสมาคม กระทรวงการกีฬาและการท่องเที่ยว คงต้องกล้าที่จะตัดสินใจให้เด็ดขาดและลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง
ถ้ามีผู้นำที่จิตใจเข้มแข็งและมั่นคงเราคงได้เห็นพัฒนาการที่ดีกว่าที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้