ความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่น

ความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่น

บันทึกฉบับนี้ได้เขียนขึ้นเมื่อครั้งที่ได้เดินทางไปที่นครโอซากา เพื่อศึกษาเกี่ยวกับกิจการด้านคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ โดยได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึงกันและกัน กับคณะทนายความ  ในการนี้ นางสาวกาทายามะ ดทะซิโกะ ทนายความ และคณะ ได้กล่าวถึงสภาพปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่นสรุปได้ดังนี้

 

สภาพปัญหา

กฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์ได้บังคับใช้ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ. ๑๙๙๕ วัตถุประสงค์ของกฎหมายดังกล่าวคือ

๑. ส่งเสริมการช่วยเหลือเยียวยากรณีที่เกิดความเสียหายโดยรวดเร็วและเหมาะสมถูกต้อง โดยเปลี่ยนองค์ประกอบเงื่อนไขว่าด้วยความรับผิดของผู้ผลิตในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในผลิตภัณฑ์จาก ความประมาทเลินเล่อ ของผู้ผลิต มาเป็น ความบกพร่อง[1] ของสินค้าแทน

๒. ส่งเสริมด้านการพัฒนาความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ ป้องกันยับยั้งมิให้เกิดความเสียหายและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคและเศรษฐกิจแห่งประเทศญี่ปุ่น

 

อย่างไรก็ตาม สภาพที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันหลังจากที่กฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์มีผลบังคับใช้นั้น นางสาวกาทายะมะฯ มีความเห็นว่า

๑. การช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายที่รวดเร็วและเหมาะสมมิได้ถูกนำมาใช้ในทางที่เป็นจริง

๒. รัฐมิได้เห็นความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค ไม่มีกำลังอย่างเพียงพอที่จะสามารถหยุดยั้งบริษัทที่เล็งเห็นแต่ผลประโยชน์ของบริษัทตนเป็นหลัก

๓. ระบบใหม่ๆ เกี่ยวกับการรับรองความปลอดภัยซึ่งอยู่ภายใต้ การลดหย่อนผ่อนคลายกฎระเบียบ (deregulation) หรือแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง จากมาตรการล่วงหน้าไปไปเป็นมาตรการภายหลัง โดยภาครัฐนั้นไม่มีประสิทธิภาพการทำงานที่เพียงพอ

 

ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นพื้นฐานการรับรองความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์โดยกำหนดให้ฝ่ายผู้ผลิตมีมาตรการรองรับที่เหมาะสมซึ่งเน้นทางด้านความปลอดภัยในตัวผลิตภัณฑ์เป็นหลัก ภาครัฐควรจะต้อง

๑. เสริมกำลังและเตรียมพร้อมในด้านระบบการชี้แนะและควบคุมดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัย

๒. แก้ไขและเตรียมความพร้อมในด้านระบบกฎหมายแพ่งเพื่อให้กฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์สามารถบรรลุเป้าหมายโดยผู้บริโภคเป็นผู้นำใช้กฎหมายดังกล่าว

๓. ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุในผลิตภัณฑ์หรือที่เกี่ยวกับการร้องเรียนในตัวผลิตภัณฑ์สามารถถูกนำมาเก็บรวบรวมอย่างแพร่หลายในลักษณะที่ชัดเจน  ทั้งนี้ เพื่อเป็นพื้นฐานทำให้ ๑. และ ๒. มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้จริง และสามารถป้องกันล่วงหน้ามิให้เกิดหรือการแพร่ขยายความเสียหายต่อร่างกายอันเนื่องมาจากผลิตภัณฑ์

 

การเตรียมความพร้อมและการสนับสนุนในด้านอำนาจการชี้แนะดูแลโดยภาครัฐดังกล่าว เพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับมาตรการภายหลังจากที่ได้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายหรือกฎระเบียบประเภทต่างๆ ซึ่งรวมถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้

๑.การให้หน่วยงานภาครัฐที่ดูแลรับผิดชอบมีอำนาจในการสั่งการเรียกเก็บคืนสินค้าจากผู้ผลิตต่างๆ

๒. การบังคับให้ผู้ผลิตมีหน้าที่ต้องรายงานเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารอุบัติเหตุของผู้ผลิตภัณฑ์ หรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบ

๓. การร่างบทบัญญัติและเสริมอำนาจเกี่ยวกับบทลงโทษในกรณีที่ฝ่าฝืนเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ ฝ่าฝืนที่ในการรายงานเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารอุบัติเหตุในผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการร้องเรียน และรวมทั้งการฝ่าฝืนคำสั่งในการเรียกเก็บคืนสินค้า

 

สำหรับเหตุผลที่กฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากนักและไม่สามารถกระตุ้นให้ทางฝ่ายผู้ผลิตมีพฤติกรรมในการรับรองด้านความปลอดภัยในตัวผลิตภัณฑ์นั้นได้แก่

๑. ความยากในการนำสืบความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลหรือความชำรุดบกพร่อง

เนื่องจากองค์ประกอบเงื่อนไขของการเก็บรักษาหลักฐานหรือคำสั่งบังคับให้ส่งเอกสารตามหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมีความเข้มงวด ประกอบกับเป็นการยากที่จะให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาเอกสารหรือหลักฐานที่สำคัญในการนำสืบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลหรือความชำรุดบกพร่องอีกทั้งระบบการพิพากษาตัดสินก็ยังไม่มีความพอเพียงสมบูรณ์  ดังนั้น ภาระในการนำสืบโดยผู้บริโภคผู้ซึ่งไม่มีความรู้เฉพาะทางจึงมีมากเป็นพิเศษ

๒. มิได้กำหนดในเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายในลักษณะที่เป็นการลงโทษและเงินค่าเรียกร้องค่าเสียหายนั้นอยู่ในระดับต่ำ  ดังนั้น จึงไม่มีแรงจูงใจต่อผู้ผลิตในการรับรองด้านความปลอดภัยในตัวผลิตภัณฑ์โดยการใช้เงินลงทุนจำนวนมากเพื่อหลีกเลี่ยงในเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหาย

                       

สำหรับประเด็นที่สมควรได้รับการแก้ไขมีดังนี้

๑. การเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยการสันนิษฐานความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลหรือความชำรุดบกพร่องตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์ และบทบัญญัติว่าด้วยการเรียกร้องค่าเสียหายในเชิงลงโทษ

๒. การนำระบบการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (class action) มาใช้ในกระบวนวิธีพิจารณาความแพ่ง

๓. แก้ไขและเตรียมความพร้อมในด้านระบบการพิพากษาตัดสินเพื่อให้สามารถใช้บริการได้โดยมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และการพิจารณาเลือกผู้ที่จะทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาตัดสินที่มีความเหมาะสม

๔. บทบัญญัติว่าด้วยการประกาศเผยแพร่หลักฐาน ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุในผลิตภัณฑ์และข้อมูลข่าวสารในการร้องเรียน บังคับให้ผู้ผลิตมีหน้าที่ในการประกาศเปิดเผยเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย และมอบอำนาจในเรื่องการประกาศเปิดเผยให้กับหน่วยงานภครัฐที่ดูแลรับผิดชอบ มอบอำนาจให้หน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบสามารถออกคำสั่งเกี่ยวกับการประกาศเปิดเผยต่อผู้ผลิต เพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามหน้าที่ว่าด้วยการประกาศเปิดเผยได้อย่างชัดเจนแน่นอน และในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถกำหนดวิธีการประกาศเปิดเผยและเกณฑ์การประกาศอย่างเปิดเผย และกำหนดหน้าที่ว่าด้วยการประกาศเปิดเผยต่อผู้ผลิต เช่น การแจ้งต่อผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารอุบัติเหตุในระยะเบื้องต้นซึ่งอยู่ในช่วงระยะเวลาที่ได้รับการพิจารณาว่าได้ปรากฏแนวโน้มของความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยอาศัยข้อมูลข่าวสารด้านอุบัติเหตุที่รวบรวมโดยผู้ผลิตหรือหน่วยงานภาครัฐ และยังมอบอำนาจให้กับหน่วยงานภาครัฐให้สามารถประกาศเปิดเผยต่อผู้บริโภคเป็นการโดยตรงได้อีกเช่นกัน



[1] The Product Liability Act of Japan (Act No.85, 1994) Unofficially Translated)

Article 2 (2) …. “defect” means lack of safety that the product ordinarily should provide, taking into account, the nature of the product, the ordinarily foreseeable manner of use of the product, the time when the manufacturer, etc. delivered the product, and other circumstances concerning the product ….”