วันที่ 19 มีค. 51 มีโอกาสเข้าร่วมฟัง การอบรมพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับตำบล/เทศบาลของจังหวัดนครศรีธรรมราช  ซึ่งแบ่งการอบรมตามโซน โซนละประมาณ 3-4 อบต/เทศบาล  

 

ตอนนี้จังหวัดนครศรีฯ  มีกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับตำบลทั้งหมด 28 กองทุน(ตำบล/เทศบาล)  วันที่เข้าฟังนี้เป็นโซนที่ประกอบด้วย  ต. ดอนตะโก  ต.ทุ่งปรัง  ต.ท่าซัก  ต.ปากพูน 

 

มีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัดมาให้ความรู้เกี่ยวกับกองทุนฯ ทราบว่าการจัดตั้งกองทุนฯเป็นการส่งเงินกองทุนจาก สปสช. มาสบทบให้กับ อบต/เทศบาล ในอัตรา 37.50 บาท/คน(ประชากรในตำบล/เทศบาล) เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ  สร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน  และอบต./เทศบาลต้องร่วมสบทบด้วยตามขนาดของอบต./เทศบาล แบ่งเป็นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่  อัตรา 10%  20%  50%  ตามลำดับ  และสามารถสบทบจากแหล่งอื่นได้ด้วย เช่น เงินบริจาค  

 

เงินกองทุนนี้ไม่นับรวมเป็นรายได้ของอบต./เทศบาล  ดังนั้นการบริหารจัดการจึงคล่องตัวมาก  ทำงานผ่านคณะกรรมการบริหารกองทุนได้เลย

 

คณะกรรมการบริหารกองทุนมาจาก นายกอบต. (ประธานกองทุน)  ตัวแทนสมาชิกอบต. 2 คน   ตัวแทนหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ 1 คน    ตัวแทน อสม.  2 คน   ปลัดอบต. เป็นเลขาฯ 

พื้นที่นำร่องได้ถอดบทเรียนให้ฟังว่า นอกจากคณะกรรมการบริหารฯ แล้วได้ตั้งอนุกรรมการฯ ทำหน้าที่หลักในการสนับสนุนการทำงานแก่เลขาฯ  เพราะในช่วงแรกของกองทุนจำเป็นต้องมีฐานข้อมูล  การทำงานของคณะกรรมการอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการจัดทำฐานข้อมูล (-รวบรวมจากหน่วยงานต่าง ๆ   -ทำเวทีประชาคม)

 

การใช้จ่ายเงินต้องอยู่ภายใต้ 4  กรอบ คือ

 

1.      แผนจัดซื้อสุขภาพ ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับที่รัฐจัดให้ เช่น การซื้อบริการตรวจโรคหัวใจให้แก่ประชาชน

2.    สนับสนุนหน่วยบริการสาธารณะสุขในตำบล อันนี้ครอบคลุมถึงหมอพื้นบ้านในชุมชนด้วย  ตัวอย่างที่พื้นที่ต้นแบบทำ เช่น การให้ทุนการศึกษาเรียนแพทย์ พยาบาล แก่เด็กในพื้นที่  มีเงื่อนไขต้องกลับมาทำงานยังหน่วยบริการสาธารณะสุขในพื้นที่  เพื่อดูแลชุมชน

3.    การสร้างเสริมสุขภาพ  เป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มคน องค์กร ในพื้นที่เสนอโครงการมาขอเงินอุดหนุนทำกิจกรรม  รวมถึง *การอบรม รณรงค์ ป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ  *การจัดทำฐานข้อมูลด้านสุขภาพ  *การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้

4.      บริหารจัดการ  งบ 10% ของเงินกองทุน (คิดจากเงินของ สปสช. + อบต.)

 

การจัดตั้งกองทุนที่ตำบลต้องเริ่มมาจากตำบล/เทศบาลเองว่ามีความพร้อมหรือไม่ ตามเงื่อนไข ระเบียบที่กล่าวข้างต้น 

 

เมื่อเริ่มต้นตั้งกองทุนปี 2549 ทั่วประเทศวางเป้าหมายให้มีพื้นที่นำร่องทุกอำเภอ  ปรากฏว่ามีกองทุนตั้งขึ้นจำนวน 888 กองทุนทั่วประเทศ   มาถึงปี 2550  ไม่มีกองทุนเพิ่มขึ้นจากเดิม  ปีนี้ 2551 จึงมีการอบรมพัฒนาพื้นที่เดิม  และแผนสำหรับพื้นที่ขยาย ของจังหวัดนครศรีธรรมราชจะเปิดอบรมให้ความรู้เรื่องกองทุนและการจัดตั้ง  พร้อมเปิดรับสมัครพื้นที่ใหม่ในเดือนมิถุนายน

 

เท่าที่ สสจ. และ พื้นที่นำร่อง ร่วมกันถอดบทเรียนให้ฟังเหตุผลที่กองทุนยังเกิดช้า เหตุผลหนึ่งคือ อบต.ยังไม่เข้าใจถึงการบริหารกองทุน  หรืออาจจะด้านรายได้(ความเห็นส่วนตัว)

 

ซึ่งตนเองก็มีคำถามในใจเหมือนกันว่า นอกจากความไม่เข้าใจการบริหารกองทุนแล้ว    อาจจะต้องค่อยๆ ถ่ายทอดความเข้าใจถึงเป้าหมายของกองทุนให้ถ่องแท้ด้วย! เพราะเจตนาของกองทุนต้องการให้เกิดถึงขั้นชุมชนเข้มแข็ง ที่อาจจะชี้วัดด้วย ความสุข ความร่วมมือ ความสามัคคี ของชุมชน  การได้มาซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ในกองทุนจึงต้องผ่านกระบวนการค้นหาปัญหาจากชุมชนโดยแท้จริง  และต้องครอบคลุมทุกอย่างที่เกี่ยวกับการสร้างหลักประกันสุขภาพ หรือสุขภาวะทั้งด้านกาย จิต สังคม