- คาถาที่ ๑ สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง (ดู ว่าด้วย... ๕)
- คาถาที่ ๒ สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์ (ดู ว่าด้วย... ๖ )
มาถึง คาถาที่ ๓ ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา ซึ่งความแตกต่างระหว่างสังขารกับธรรมผู้เขียนได้เล่าไว้บ้างแล้ว (ดู ว่าด้วย... ๔) และความหมายของศัพท์ว่า อนัตตา ผู้เขียนก็ได้เล่าไว้แล้ว (ดู อนัตตา )
ตามนัยครั้งก่อนสันตติ คือ ความสืบเนื่อง ปิดบังมิให้คนเราเห็นถึงความไม่เที่ยง หรือเพราะความสืบเนื่องนี้เองทำให้คนเราคิดว่าสังขารทั้งหลายเป็นสิ่งที่เที่ยงแท้ถาวร... อิริยาบถ คือ การผลัดเปลี่ยนท่วงท่าของร่างกายเป็นยืนเดินนั่งนอนตลอด ปิดบังมิให้คนเราเห็นถึงความเป็นทุกข์ หรือเพราะการผลัดเปลี่ยนอิิริยาบถนี้เองทำให้คนเราคิดว่าสังขารทั้งหลายเป็นสิ่งนำมาซึ่งความสุข....
ส่วน ฆนสัญญา คือ การสำคัญหมายว่าเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นสิ่งที่ปิดบังมิให้คนเราเห็นถึงความเป็นอนัตตา (ความมิใช่ตัวตน) มีความเห็นว่าเป็นกลุ่มเป็นก้อนอย่างไร เช่น...
Gotoknow.org เราจะสำคัญหมายว่าเป็นเวบบล็อกที่เราเป็นสมาชิกอยู่ ซึ่งอนุญาตให้เราใช้เสนอความคิดความเห็นต่างๆ ได้หลากหลายตามสมควร... ถ้าเราสำคัญหมายทำนองนี้ ก็อาจถือได้ว่า Gotoknow.org จัดเป็นอัตตา เพราะมีความเป็นตัวตน... แต่ ถ้าเราแยก Gotoknow.org ออกไป ก็จะได้ฮาร์ดแวร์ เช่น มอนิเตอร์ เมาส์ หรือซี.พี.ยู ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าถึง Gotoknow.org... ซอล์ฟแวร์ ก็เช่นเดียวกัน ประกอบด้วยโปรแกรมผสมต่างๆ มากมาย ซึ่งถูกผสมผสานปรุงแต่งขึ้นมาโดยคณะผู้จัดทำ... คณะผู้จัดทำก็เช่นเดียวกัน มีหลายท่าน.... สรุปว่า ฮาร์ดแวร์ ซอล์ฟแวร์ โปรแกรม ผู้จัดทำ เป็นต้น ได้รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีการสอดประสานกันอย่างพอเหมาะพอเจาะจึงก่อให้เกิดสิ่งที่เราเรียกว่า Gotoknow.org เมื่อแยกแยะกระจายกลุ่มก้อนออกไป Gotoknow.org ก็มิใช่สิ่งที่มีอยู่จริง เป็นเพียงสิ่งสมมุติขึ้นมาเท่านั้น ฉันใด... สิ่งอื่นๆ บรรดามีก็ฉันนั้น
โดยเฉพาะคนเรา เช่น นายดำ นางขาว นส.สวย... แม้กระทั้งผู้เขียน หรือผู้อ่านก็ตาม ประกอบขึ้นด้วยร่างกาย ซึ่งร่างกายก็ประกอบด้วยธาตุเบื้องต้น ๔ อย่าง คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ... เฉพาะ ธาตุดิน ก็แยกย่อยออกไปเป็น เนื้อ กระดูก มันสมอง... นอกจากร่างกายก็มี ใจ ... โดยใจนี้ก็ประกอบด้วย จิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้สำเร็จความคิด อันว่าความคิดล้วนๆ นี้ไม่สามารถเป็นไปได้ ถ้าไม่มี อารมณ์ หรือ เจตสิก ซึ่งคล้ายๆ กับวัตถุและเครื่องมือที่ช่วยให้จิตคิดได้...... สรุปว่า ธาตุทั้งสี่ประชุมกันเข้าเป็นกาย จิตและเจตสิกประชุมกันเข้าเป็นใจ กายกับใจสอดประสานกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ จึงก่อให้เกิดความเป็น พระมหาชัยวุธ ความเป็นผู้อื่น ความเป็นตัวตนซึ่งเราสมมุติกันอยู่นี้.... แต่เมื่อแยกแยะกระจายกลุ่มก้อนออกไป ความเป็นพระมหาชัยวุธ หรือความเป็นตัวตนอื่นๆ ก็มิใช่สิ่งมีอยู่จริง เป็นเพียงสิ่งสมมุติขึ้นมาเท่านั้น....
ดังนั้น ฆนสัญญา คือ ความสำคัญหมายว่าเป็นกลุ่มก้อนนี้เอง ที่ปิดบังความเป็นอนัตตาไว้ เมื่อไหร่ทำลายความสำคัญหมายว่าเป็นกลุ่มก้อนได้ สิ่งต่างๆ ที่สำคัญว่าเป็นตัวตนก็จะสลายไป....
..............
ตามที่เล่ามา เป็นเพียงการจินตนาการโดยอาศัยข้อมูลจากความทรงจำเท่านั้น มิใช่ระดับปัญญาอย่างแท้จริง ซึ่งประเด็นนี้ผู้เขียนเล่าไว้บ้างแล้ว (ดู ว่าด้วย... ๓) แต่การทำความเข้าใจเบื้องต้น หรือการหมั่นทำความสำเนียกสำนึกรู้เรื่องนี้เสมอ ก็ทำให้พัฒนาไปสู่ปัญญาอันแท้จริงตามหลักพระพุทธศาสนาได้....
๓ คาถาแรกว่า....
- เมื่อใดเห็นด้วยปัญญาว่า สังขาทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง.... สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์.... ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา... เมื่อนั้น ย่อยหน่ายในทุกข์ ข้อนี้เป็นแนวทางแห่งความหมดจด
นี้คือความเห็นชอบในแนวทางพระพุทธศาสนา ผู้ใดเห็นชอบตามนี้ ก็จะเข้าถึงความสิ้นกิเลสซึ่งเป็นความหมดจด (บริสุทธิ์ , วิสุทธิ) ... กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้ที่มีความเห็นชอบด้วยปัญญาทำนองนี้สูง แสดงว่ามีความเศร้าหมองเพราะกิเลสน้อย...
แต่คนน้อยนักที่จะเข้าถึงความเห็นชอบทำนองนี้ได้ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสเปรียบเทียบไว้ในคาถาที่ ๔ โดยผู้เขียนจะนำมาเล่าในตอนต่อไป....
กวินทรากร
ค้างไว้นานแล้ว บางครั้งยุ่งๆ ก็ต้องพักไป... พอพักไปนานๆ ก็เบื่อจะมาต่อเรื่องราว และการที่พักนานๆ มาเขียนต่อ ทำให้งานที่ออกมาไม่ค่อยราบรื่น....
จำมาว่า....
เจริญพร