โครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม (Media Monitor)

http://www.mediamonitor.in.th/ 
          เรามักไม่ตระหนัก ว่าสื่อมวลชนเป็นผู้หล่อหลอมชีวิตจิตใจ วิธีคิด และวัฒนธรรม ของผู้คนส่วนใหญ่ในสังคม    คล้ายๆ เป็นเครื่องมือล้างสมองคน    สื่อจึงมีทั้งคุณอนันต์และโทษมหันต์     เราไม่อยากให้สื่อสร้างโทษให้แก่สังคม    โครงการ media monitor จึงคล้ายช่วยเป็นกระจกเงา ส่องสื่ออีกทีหนึ่ง     ว่าเขากำลังทำคุณและโทษต่อสังคมอย่างไรบ้าง     ถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ผลิตสื่อกับนักวิชาการด้านสื่อ 

 

นครใต้พิภพ


City of the underworld : Rome's hidden empire. History Channel
          สนามกีฬา Domitian Stadium  ๑,๐๐๐ x ๒๐๐ ฟุต สูง ๒ ชั้น อยู่ใต้กรุงโรมในปัจจุบัน  อายุ ๒,๐๐๐ ปี   ตอนนั้นโรมมีประชากร ๑ ล้านคน  

          คศ. ๖๗ จักรพรรดิ นีโร เผาเมืองไล่ที่ เพื่อสร้างวัง และอพาร์ตเม้นท์ให้ชาวบ้านอยู่

 


รวันดา

History Channel
          ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ๘๐๐,๐๐ คน ระหว่างเผ่า วูต/ฮูตูู และเผ่าทุทซี่   ที่มีรากเหง้ามาจากการดูถูกเชื้อชาติ ว่าเผ่าทุทซี่เป็นเผ่าที่ฉลาดกว่า สูงส่งกว่า ร่ำรวยกว่า  มีการสร้างเครื่องมือวัดหัวกระโหลกเพื่อบอกเผ่า    ทำให้เผ่าวูตูเคียดแค้น  และสร้างเอกลักษณ์ของตนในด้านไม่มุ่งสร้างความร่ำรวย   ตามมาด้วยการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างนักการเมืองสุดขั้ว   กระตุ้นความเกลียดชังระหว่างเผ่า    จนเกิดสงครามกลางเมือง   มีการใช้สื่อ - วิทยุ ปลุกใจ กระตุ้นความเกลียดชัง  ๑๙๙๓ -๖  UN Peace Force เข้าไปห้าม  โดยทาง UN รู้แผนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ล่วงหน้า และหาทางป้องกัน   
          หนัง History Channel ให้ความรู้เชิง tacit ได้เห็นสภาพการหนี การตั้งด่านตรวจรถยนต์ ลากคนไปฆ่าต่อหน้าคนจำนวนมาก    ได้เห็นคนที่ถูกทำร้ายแต่ยังไม่ตาย ยังนอนดิ้น ฯลฯ    แต่ Explicit Knowledge ได้จาก wiki จากการค้นใน Google ด้วยคำค้น Rwandan genocide ได้รายละเอียดของความขัดแย้งที่ซับซ้อนกว่ามาก  และจำนวนคนตายก็ประมาณใหม่ว่า ๑,๐๗๔,๐๐๐ คน   
          ต้องอ่าน wiki จึงจะได้ความเข้าใจลึกๆ   ว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากการวางแผนอย่างดี และมีการพิจารณาอย่างเปิดเผยใน ครม. ของรวันดา    มีรัฐมนตรีผู้หญิงกล่าวว่าถ้าฆ่าคนเผ่าทุทซี่ให้หมด รวันดาก็จะหมดปัญหา 
    

วัตถุนิยมในความหมายใหม่ 
          อย่างน้อยก็ใหม่สำหรับผม  หมายถึง “การศึกษาโลกและชีวิตตามที่ประจักษ์ต่ออายตนะ และพิสูจน์ได้”   ไม่ใช่หมายถึง ความพอใจในวัตถุ  และไม่ใช่การตีความโลกและชีวิตตามใจนึกคิด หรือตามพระคัมภีร์จารไว้     ผมเอามาจากบทความ วัตถุนิยมคืออะไร โดย ไมเคิล ไรท  ในมติชนสุดสัปดาห์ วันที่ ๒๙ ก.พ. – ๖ มี.ค. ๕๑ 
          คุณไมค์ ได้นิยามนี้จากหนังสือ The God Delusion โดย Richard Dawkins นักเขียนยอดนิยมของผม