กบ .. กับ ... ไฟในใจ...

อ่านนิดคิดหน่อย

   -  จุฑานาฏ  ผดุงเจริญ   วารสารประกาย  ปีที่5  ฉบับที่ 46 มหราคม 2551  หน่าที่ 36

 

                    กบ  กับไฟในใจ  

กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้  มีกบตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในสระใกล้กุฏิพระ

ทุกเช้าตรู่กบจะเห็นหลวงพ่อตื่นแล้วจัดแจงครองผ้าเดินไปสวดมนต์ภาวนา 

พอสว่างก็ออกบิณฑบาตร ได้อาหารมาฉัน  เป็นอย่างนี้ทุกวัน 

เจ้ากบก็เลยเกิดความยินดีในพระ  เห็นดีในพระ  มาเทียบกับตนแล้วเห็นว่าตนเองแย่มากๆ

วันหนึ่งหาอาหารใส่ปากท้องระงับหิวก็ไม่ค่อยจะพอ  มิหนำซ้ำยังต้องอยู่ด้วยความหวาดหวั่น 

พรั่นกลัวภัยอันตรายตลอดเวลา  ต้องคอยกระโดดหลบอบู่เรื่อยเจ้ากบคิดว่า

"ทำอย่างไรหนอจะได้เป็นพระ" 

เจ้ากบร้อนใจนักหนาปรารถนาจะเป็นพระ  เห็นว่าความเป็นกบนี้แสนจะเลวร้าย

ต่อมาพระฉันภัตตาหารอิ่มแล้ว  ก็นำข้าวสุกมาโปรยให้ทานแก่ไก่

เจ้ากบเห็นไก่มีลาภมาจิกกินอาหารอย่างสำราญ ก็เปลี่ยนความคิดใหม่ ว่า

"  ว้า....เป็นพระนี่เห็นจะสู้ไก้ไม่ได้  เพราะกว่าจะได้อาหารมาก็ต้องเดินไกล 

ต้องออกบิณฑบาตร  เหนื่อยเหมือนกัน  เทียบกันแล้ว  สู้ไก่ไม่ได้ 

ไก่อยู่กับที่  ถึงเวลาพระก็เอาข้าวสุกมาโปรยให้กิน 

พระทำหน้าที่ราวทาสผู้ซื่อสัตย์ ของไก่  " 

 

 "  ทำอย่างไรหนอ  จึงจะได้เป็นไก่"

 

ขณะนั้นมีเจ้าหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งมาแย่งข้าวไก่กิน 

ไก่กลัวหมาต้องละอาหาร  หนีเอาตัวรอด  เจ้าหมาก็ยึดทรัพย์ของไก่เสีย 

เจ้ากบเห็นดังนั้นก็ชื่นชมหมา  ราวกับว่าหมาเป็นวีระชน 

พอดีมีชายขี้เมาโซเซมา  เจ้าหมาวัดก็วิ่งเข้าไปหมายจะกัด

จึงโดนชายคนนั้นตี  ร้องเสียงดังลั้น  วิ่งหนีไป

เจ้ากบเห็นเหตุการณ์  จึงอยากเป็นชายคนนั้นอีก  ทำอย่างไรหนอ?

ขณะนั้นชายขี้เมา  นั่งสัปหงกโงกเงก  อยู่ขอบสระน้ำ  เห็นเป็นเพราะอากาศร้อน 

 และชายคนนั้นไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน  จึงมีแมลงวันมาตอม 

 จนเขารำคาญแล้วลุกหนี  แต่บ่นให้กบได้ยินว่า 

"รำคาญแมลงวันจริงโว๊ย "

 กบได้ยินก็นึก

อะพิโธ่  เป็นคนนึกว่าจะวิเศษสักแค่ไหน  สู้แมลงวันก็ไม่ได้  " 

แล้วเจ้ากบก็อยากเป็นแมลงวันอีก 

ขณะที่กบนึกเคลิบเคลิ้ม  เห็นแมลงวันเป็นเทวดาอยู่นั้น  บังเอญมีแมลงวันเจ้ากรรมตัวหนึ่ง

บินมาเกาะที่ปลายจมูกกบพอดี  ด้วยความเคยชินเจ้ากบก็ตวัดลิ้นเลียแผล็บ  กินแมลงวันตัว

นั้นเป็นอาหาร  พอรู้รสแมลงวันเท่านั้น  ความไม่ยินดี  อันเป็นดุจไฟเผากบมาชั่วกาลนาน  ก็

ถึงพลันดับลงทันที  เลยร้องออกมาว่า 

  "เป็นอะไรก็ไม่ดีเหมือนเป็นตูเลยนี่หว่า"

กบเจอดีในตัวเอง แล้วก็เลยสงบ  เลิกปรารถนาดิ้นรน  จะเป็นโน่นจะเป็นนี่  อีกต่อไป

 

ไฟ  คือ  ความอยาก  ความอยากที่นอกเหนือวิสัยของตน 

วิธีการง่ายๆที่จะดับไฟนั้น  ก็คือ  พยายามฝึกจิตให้ชื่นชมยินดีกับสมบัติของตัว 

 ภาวะของตัว  หัดมองทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวในแง่ดี  สรุปคือ  ให้พยายาม

หาความดีในสิ่งที่ตัวมี  ตัวได้  ให้เจอ  แล้วชื่นชมกับสิ่งนั้น  ก็จะมีความสุข

        แปลและเรียบเรียงจากข้อเขียนของ

 นอร์แมน  วินเซนต์  พีล

 จากหนังสือ "ความคิดเชิงบวก"