โดยส่วนใหญ่ปัจจุบันผู้คนก็พอจะรู้ว่าตัวเองมีฟันผุหรือไม่ เนื่องจากจะมองเห็นเป็นรูผุ และก็อีกคนส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ยอมรับความจริง ว่าควรจะไปพบหมอฟันได้แล้ว มักจะคิดเอาเองว่า รอให้ปวดก่อนแล้วกัน หรือไม่ก็รอให้ใหญ่กว่านี้ก่อน แล้วค่อยไปดีกว่า เพราะก็มีอาการเสียวฟันเป็นพักๆเดี๋ยวก็หาย ก็คงไม่มีปัญหามั้ง
แต่ลืมนึกไปว่าแผลเล็กๆก็รักษาไม่นาน แผลใหญ่ก็ต้องใช้เวลานานหรือไม่ก็รักษาไม่ได้ต้องได้ถอนเลยก็ได้ ถ้าฟันผุระยะแรกๆ หรือถึงแค่ชั้นเนื้อฟัน ก็สามารถอุดฟันได้ ใช้เวลาในการกรอมากน้อยขึ้นอยู่กับว่ารูผุนั่นใหญ่หรือไม่ แต่ถ้าผุทะลุโพรงประสาทฟัน ซึ่งมักจะมีอาการปวดตอนกลางคืนเมื่อหลับไปแล้วร่วมด้วย อยู่เฉยๆก็ปวด หรือบางคนไม่ปวดเลย(คือฟันตายไปแล้ว) ถ้าผุถึงขั้นนี้ก็ต้องได้รับการรักษารากฟัน ซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษามากขึ้น และก็มานอนอ้าปากนานในแต่ละครั้งที่มารักษา หรือบางคนปล่อยไว้จนเหงือกบวม หรือหน้าบวม ทำให้การรักษายุ่งยากขึ้นไปอีก อาจะต้องได้รับการระบายหนอง หรือกินยาร่วมด้วย
หรือบางครั้งก็ไม่ปวด ไม่บวมแต่ไม่เหลือเนื้อฟันให้เห็น หรือผุจนถึงรากฟัน บูรณะไม่ได้หลังรักษารากฟัน ถ้าเป็นลักษณะนี้ก็เหลือทางเลือกทางเดียว ก็คือ ถอนฟัน แม้จะอยากเก็บ ถ้ามาหาในขั้นนี้แล้วก็เก็บไม่ได้
ดังนั้นขอแนะนำให้ตรวจดูฟันว่ามีรูผุหรือไม่หลังแปรงฟัน เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียฟันไป และทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาลดลงตามลำดับ บางคนอาจคิดว่าถอนแล้วก็ใส่ฟันปลอม แต่คงลืมนึกไปว่า ชื่อว่าฟันปลอมบอกอยู่แล้วว่าเป็นของปลอมจะไปดีกว่าของจริงได้อย่างไร และค่าใช้จ่ายในการทำฟันปลอมก็ไม่ใช่น้อยขึ้นอยู่กับชนิดของฟันปลอมที่เลือกทำ
นอกจากตรวจดูด้วยตัวเองแล้ว ก็แนะนำให้มาตรวจที่คลินิกทำฟันด้วย เนื่องจากบางครั้ง ฟันที่ผุ ผิวหน้าฟันไม่แตก ทำให้บางคนมองไม่เห็น แต่พอฟันแตกกลายเป็นว่าเป็นรูที่ใหญ่มาก ทำให้สายเกินไปสำหรับการรักษา
บล็อกนี้ ดีจริงๆ น่าจะเป็นชมรมคนรักฟัน
สวัสดีค่ะ อ.คุณหมอแก้ม
หวัดดีคุณหมอแก้ม
เข้าใจง่ายดีนะคะ
พี่เอง