รูปแบบการจัดการความรู้ในสถานศึกษา
เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะคนในสถานศึกษาให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
การจัดการความรู้ Knowledge Management (KM) หมายถึง การรวบรวมความรู้สู่การปฏิบัติ (Tacit Knowledge) ซึ่งเป็นความรู้ที่เกิดจาก การเรียนรู้ เจตคติในงาน ประสบการณ์การทำงาน และพฤติกรรมการทำงานของแต่ละบุคคล ซึ่งปฏิบัติงานเรื่องเดียวกันหรือคนละเรื่อง แล้วประชุมหรือสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เมื่อรวบรวมแล้วก็มีการนำความรู้ที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือจัดระบบใหม่ เพื่อสร้างเป็น องค์ความรู้ใหม่
การที่จะสร้างสมรรถนะคนในสถานศึกษาให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้นั้น ผู้บริหารจำเป็นต้อง ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ เทคโนโลยีและสารสนเทศ วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีและสารสนเทศ สร้างแหล่งการเรียนรู้และเครือข่ายการเรียนรู้ รวมถึงนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อให้บุคคลในสถานศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง
ขั้นตอนในการจัดการความรู้สถานศึกษา
1. ปรับวัฒนธรรมองค์กรให้เหมาะสมในการจัดการความรู้ (Culture Change)
1.1 เปลี่ยนแปลงค่านิยมและพฤติกรรมของผู้บริหาร ครู และบุคลากรให้เป็นผู้ยึดแนวการ
ทำงานที่เปิดรับ และพร้อมจะสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ พร้อมเป็นผู้แบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน
1.2 สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน มีมุมมองผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาในเชิงบวก
1.3 กล้านำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ ร่วมกัน หาทางออกหากขัดต่อระเบียบข้อบังคับ
1.4 สร้างโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานและให้โอกาสทีมงานด้วยความสมัครใจ
1.5 ปลูกฝังแนวคิดที่เอื้อต่อการทำงาน เช่น ความตั้งใจจริง การเอาชนะอุปสรรค การทำงานให้ผลออกมาดีที่สุด ความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในความถูกต้อง ความดีงามฯลฯ
2. สื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการความรู้ (Communication)
2.1 สื่อสารให้ความรู้ ความเข้าใจเบื้องต้น เช่น ความหมาย ความสำคัญ องค์ประกอบ ประโยชน์ของการจัดการความรู้
2.2 สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ ขั้นตอนในการจัดการความรู้ ตลอดจนเครื่องมือที่จะใช้ในการจัดการความรู้
2.3 สื่อสารถึงบทบาทหน้าที่คณะทำงาน และผู้เกี่ยวข้องในการจัดการความรู้
2.4 สื่อสารเกี่ยวกับเป้าหมายของการจัดการความรู้ ตลอดจนความยาก และปัญหาที่อาจจะพบในการจัดการความรู้
3. กระบวนการและเครื่องมือในการจัดการความรู้ (Process and Tools)
เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการความรู้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
3.1เครื่องมือการจัดการความรู้ประเภทชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) มักจะใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT)
3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการความรู้ประเภทฝังลึก (Tacit Knowledge) มักจะเป็นกระบวนการที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแบ่งปันได้ เช่น
3.2.1 ประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกัน
3.2.2 สอนงาน (Coaching)
3.3. เรียนรู้โดยการปฏิบัติ (Action Learning)
3.4. จัดชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice)
4. เรียนรู้ (Learning) เพื่อสร้างความรู้ต่อยอด ซึ่งมีวิธีการต่าง ๆ ที่หลากหลาย สำหรับข้อเสนอแนะในครั้งนี้ เป็นการเรียนรู้โดยการจัดชุมชนนักปฏิบัติ (CoP) มีกระบวนการขั้นตอนดังนี้
4.1 การกำหนดเป้าหมาย (Desired State)
4.2 สรรหาผู้ปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice)
4.3 ค้นหาความรู้ฝังลึกในตัวผู้ปฏิบัติ
4.4 สร้างความรู้ ที่กระจัดกระจายอยู่มากมายมารวม
4.5 เลือกและกลั่นกรอง (Refine)
4.6 เผยแพร่ความรู้ (Knowledge Distribution)
4.7 นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (Use)
4.8 นำความรู้ที่ได้มา และผ่านการนำไปใช้แล้วว่าเกิดประโยชน์จริง มาเก็บไว้ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต ไว้เป็นแหล่งความรู้
4.9 ตรวจสอบ (Monitor) เป็นการทบทวนดูว่าทุกขั้นตอนของการจัดกระบวนการความรู้
5. การวัดผลการจัดการความรู้ (Meausurement) การวัดผลจะทำให้เราได้รู้ว่าการจัดการความรู้ของเรา สามารถก่อให้เกิดการพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรมจริงหรือไม่ ซึ่งจำเป็นจะต้องจัดทำตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราตั้งเป้าหมายไว้ อย่างน้อยที่สุด 3 ประการ คือ เกิดการพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร ตัวชี้วัดควรมีลักษณะดังนี้
- ตัวชี้วัดจะต้องสะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน
- ตัวชี้วัดต้องสามารถอธิบายและทำความเข้าใจแก่ทุกคนได้
- ตัวชี้วัดบางตัว อาจมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ควรให้ทุกคนในหน่วยงานรับทราบ
6. การยอมรับและให้รางวัล (Recognition and Rewards) ในการจัดการความรู้ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้นั้น จะต้องมีสิ่งกระตุ้น ผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพิจารณาเรื่องการยอมรับ และให้รางวัล ก็เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญ ความสอดคล้อง และความเต็มใจถ่ายทอดร่วมกับผู้อื่น ซึ่งแต่ละองค์กรต้องพิจารณาตามความเหมาะสม เช่น- ของรางวัล- ประกาศเกียรติคุณ- คำยกย่อง ชมเชย รางวัลอาจเป็นเงื่อนไขที่ตามมา ดังนั้น จึงควรผลักดันให้ทุกคนเกิดความรู้สึกว่า ผลสำเร็จของงาน คือ รางวัลที่ยิ่งใหญ่ของตนเอง (Self - rewarding)
ตัวอย่าง การจัดการความรู้ในสถานศึกษา
1. ส่งเสริมให้ครูได้พัฒนาหลักสูตรและเน้นกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2.ให้บุคลากรในสถานศึกษาเป็น เป็นคนดี คนเก่ง ให้ได้แสดงความรู้ ความสามารถโดยวิธีการต่อไปนี้
- จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับครูผู้สอนดีเด่น ครูที่ปรึกษาดีเด่น ครูดีในดวงใจ ฯลฯ
- ครูผู้สอนได้มีโอกาส เข้ารับการอบรม ประชุมสัมมนา ศึกษาดูงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานที่ปฏิบัติ 20 ชั่วโมง/คน/ปี
- ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ผลงานของผู้บริหารและบุคลากรในสถานศึกษาใน
3. สนับสนุนให้ครูได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ส่งเสริมการทำผลงานวิจัย ประกอบการวางแผนและแก้ปัญหา เผยแพร่ผลงานวิจัย
4. กระตุ้นให้ครู ผู้บริหารร่วมกันคิดและสร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ทางการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ข้อมูลจากประสบการณ์ของผู้ทีประสบผลสำเร็จในการคิดปรับปรุง หรือพัฒนาการจัดการเรียนการสอน
5. ส่งเสริมการสร้างเครือข่าย ระหว่างบุคคลและเครือข่ายระหว่างหน่วยงาน กับสถานศึกษา
6. มอบรางวัล สร้างขวัญและแรงจูงใจให้แก่ ผู้บริหาร ครู ที่มีผลงานดีเด่นเป็นคนคุณภาพ เพื่อเสริมสร้างกำลังใจในการปฏิบัติงาน
อ้างอิง "การจัดการความรู้ในสถานศึกษา". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://www.drampra.ac.th/s.htm