วันนี้ได้ดูรายการทำอาหารชื่อ Chef at Large ตอน Fight for Hunger
ซึ่งคุณเชฟ ไมเคิล สมิธ พาไปดูโครงการครัวชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ
โครงการนี้ชื่ิิอ D. C. Central Food Kitchen ในเมืองวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา
ก่อตั้งโดยคุณ โรเบิร์ต แอกเกอร์
[ภาพจาก http://www.dccentralkitchen.org]
D. C. Central Food Kitchen เป็นครัวใหญ่ที่รับบริจาคอาหารดิบ มาประกอบอาหารเพื่อแจกจ่ายให้คนที่ต้องการกว่า 4000 คนต่อวัน 365 วันต่อปี
นอกจากนี้ครัวนี้ยังเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารให้กับคนที่ไม่มีงานทำหรือเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหาหลงทางในชีวิตอีกด้วย
พ่อครัวแม่ครัวมีทั้งเจ้าหน้าที่ประจำและขาจร มีเชฟมีชื่อมากมายสลับกันมาสอนนักเรียนที่นี่
ส่วนประกอบอาหารที่ได้แต่ละวันนั้นมาจากร้านอาหาร โรงแรม ตลาด ซุปเปอร์มาเก็ต หรือ ผู้มีจิตศรัทธาทางบ้าน ไม่ใช่ของหมดอายุนะคะ ของดีเลยทีเดียวแต่ว่ามัน"เกิน"
โลกเรานี้มีอาหารเกินพอค่ะ แต่ว่าแบ่งกันไม่พอเท่านั้นเอง
นอกจากนี้ แจกอาหารไปเรื่อยๆก็ไม่จบ ต้องสอนให้เค้าหากินเองได้ด้วย โรงเรียนนี่แหละค่ะที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โครงการนี้สำเร็จ
สโลแกนของโครงการคือ "ต่อสู้ความหิวโหยพร้อมสร้างโอกาส" (Combat Hunger - Creating Opportunities)
------------------------------------------------------------
คุณเชฟ ไมเคิล สมิธ เค้ามาช่วยทำอาหารวันนี้ เค้าบอกว่า ครัวนี้แปลกที่สุดที่พ่อครัวไม่ใช่คนไปจ่ายกับข้าว วันนี้จะทำอะไรยังไม่รู้ ต้องรอดูก่อนว่าของบริจาคคืออะไรบ้าง เห็นแล้วค่อยคิดอีกที
ทำกันทั้งวันค่ะ เพราะมีของเข้ามาทั้งวัน ทำเสร็จก็มีทีมขับรถเอาอาหารไปส่งตาม shelter คนไม่มีบ้าน ไปบ้านพักคนชรา สถานบำบัดคนติดยา ฯลฯ
------------------------------------------------------------

ที่แวนคูเวอร์ก็มีโครงการคล้ายกันค่ะ เพื่อนของผู้เขียนคนหนึ่งเป็น volunteer ขับรถรับของจากตามร้านอาหารในเมืองไปส่งที่ธนาคารอาหาร (food bank) ตำแหน่งนี้เรียกว่า Food runners ค่ะ เพื่อนคนนี้มีเชื้อเอชไอวีด้วยนะคะ แต่เค้าแข็งแรง(ทั้งกายและใจ)มากกว่าผู้เขียนอีกค่ะ เป็นคนที่น่านับถือมากๆ
------------------------------------------------------------
ลองกูเกิลดูพบว่าบ้านเราก็มี โครงการธนาคารอาหาร หรือ ธนาคารอาหารเพื่อชุมชนอยู่บ้าง หรือที่มากหน่อยก็ โครงการอาหารกลางวันตามโรงเรียน
แต่ไม่ทราบว่าเรามีโครงการแบบ food runners บ้างรึเปล่า
แล้วร้านอาหาร ตลาด ซุปเปอร์มาเก็ต เค้าทำอย่างไรกับของสดที่เหลือในแต่ละวันกันคะ?
ทิ้งเลยหรือค่ะ? แล้วทิ้งแบบเอาไปทำปุ๋ยรึเปล่า?
ปล. ข้อมูลจาก wastedfood.com: 40% ของอาหารที่ถูกผลิตขึ้นในอเมริกากลายเป็นขยะ ไม่นับผัก ผลไม้ที่ "ไม่สวย" เลยเอามาวางขายไม่ได้นะคะ!
มีวีดีโอมาให้ดูค่ะ
"If you want to help a kid? Find the parents a decent job." - Robert Egger.
"If you want to help a kid? Find the parents a decent job." - Robert Egger.
นึกถึงโรงทานที่วัดอัมภวัน จังหวัดสิงห์บุรี เคยไปกินฟรีข้าวมาครั้งนึงแต่ไม่ได้เข้าไปกราบกระเดชพระคุณหลวงพ่อ
ขอบคุณค่ะอ. ขจิตและคุณกวินทรากร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
ดูเหมือนว่าเมืองไทยมีโครงการ "กินฟรี" มากมายค่ะ
มีการบริจาคเป็นทุนทรัพย์ เป็นเงิน เป็นอาหารแห้ง หรือไม่ก็จัดเป็นมื้อๆไปเลี้ยงกันไปเลย
แต่ที่สงสัยมากๆคือ แล้วของสดที่เหลือแต่ละวันจากโรงแรม โรงเรียน ร้านอาหาร ตลาด ซุปเปอร์มาร์เก็ตนี่จัดการกันอย่างไร แจกใคร หรือทิ้งอย่างไหร่หน่ะค่ะ
ยิ่งร้านใหญ่ๆพวก โลตัส มาเก็ตเพลส หรือตลาดสดใหญ่ๆ แล้วยังร้านอาหารตามโรงแรมที่ขายบุฟเฟห์ เป็นต้น
แต่อย่างน้อยถ้าคิดว่าทิ้งได้ ไม่ต้องเก็บก็อยากได้ยินว่าทิ้งไปทำปุ๋ย (compost) เพราะถ้าทิ้งรวมกับขยะอย่างอื่นนี่ น่าเสียดายค่ะ!
สวัสดีค่ะคุณมัท
ชอบชะมัดโครงการนี้ และคำถามที่คุณมัทถามทิ้งไว้นั้นขอตอบเท่าที่ทราบนะคะ เพราะลึกๆก็ยังไม่ได้แตะเหมือนกัน
ถ้าในห้าง ( เท่าที่ทราบจากน้องที่เค้าอยู่แผนก food ของห้างแห่งหนึ่ง) เค้าจะเอาของที่ใกล้หมดอายุมาทำในรูปแบบของถนอมอาหารน่ะค่ะ อย่างหมูที่อีก 2 -3 วันใกล้หมดอายุเค้าก็จะเอาไปทำหมูแดดเดียว ผักกาดเขียวก็เอาไปทำตั้งฉ่าย ฯลฯ ขายในแบรนด์ของตัวเองที่มีราคาถูกกว่าแบรนด์ดังๆน่ะค่ะ เพราะระบบของเค้าจะเช็คสต็อกแบบ first in - first out ทำให้ทราบว่าอะไรที่ต้องแปรรูปแล้ว แต่ถ้าเสีย หรือเริ่มเน่าก็จะทิ้ง..ส่วนที่อื่นๆที่เบิร์ดไม่ทราบน่าจะทิ้งค่ะเมื่อเสีย แต่ถ้าไม่เสียยังมีหน้าตาใช้ได้อยู่แม้จะดูว่านานไปนิดก็คงเอาไว้ทำอาหารต่อมั้งคะ ( ไม่ชัวร์ค่ะ แต่ลักษณะทั่วไปของเรามีแนวโน้มแบบนั้น อิ อิ อิ )..ส่วนในโรงครัวของ รพ.จะเอาไปทำน้ำหมักชีวภาพใช้ทำความสะอาดในฝ่ายโภชนาการและที่อื่นๆใน รพ.ค่ะ ในโรงเรียนที่อยู่ในโครงการอาหารปลอดภัยก็ทำปุ๋ยหมัก + น้ำหมักเหมือนกัน
ขอบคุณสำหรับการกระตุกต่อมคิดนะคะ น่าสนใจจริงๆโครงการแบบนี้ เชฟเอียนของเราที่ท่านทำร้านอาหารที่นิวยอร์กสนใจจะทำบ้างมั้ยน้อ
ขอบคุณคุณเบิร์ดมากๆค่ะ สำหรับข้อมูล แล้วก็ดีใจที่ได้ยินเรื่องปุ๋ยหมัก น้ำหมัก : )
บันทึกของคุณเบิร์ดเรื่องโครงการอาหารปลอดภัยก็ดีมากๆเลยค่ะ
เคยดูฝีมือเชฟเอียนแต่ใน Iron Chef America ยังไม่เคยดูรายการที่เมืองไทยเลย คุณเบิร์ดทำให้มัทอยากดูขึ้นมาซะแล้ว : )