การจัดการความรู้ในสถานศึกษา บุคคลแห่งการเรียนรู้

                     การจัดการความรู้ (Knowledge Management) ในสถานศึกษานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่ควรทำในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ เพราะในอดีตที่ผ่านมา ความรู้ในสถานศึกษาทุกแห่งจะมีมากมายแต่บางสถานศึกษาไม่ได้จัดเก็บให้เป็นระบบ โดยเฉพาะความรู้ต่าง ๆ ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคนที่เป็นทักษะเฉพาะคนที่เกิดจากประสบการณ์สอน ค่านิยม และพฤติกรรม  การสอน (Tacit Knowledge) ก็จะจางหายไปกับผู้เกษียณอายุราชการ จากการลาออก หรือโอนไปปฏิบัติในหน่วยงานอื่น ทำให้ความรู้ในคนๆ นั้นไม่ได้ถูกเก็บไว้ให้เป็นประโยชน์กับผู้ร่วมงานรุ่นหลัง ส่วนความรู้สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ความรู้ที่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร (Explicit Knowledge) เช่น  ตำรา  เอกสาร สิ่งพิมพ์ ซึ่งเป็นความรู้ที่สามารถเผยแพร่ แบ่งปันให้กับผู้ร่วมงานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสถานศึกษาได้

                      ดังนั้น Tacit Knowledge และ Explicit Knowledge จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดเก็บความรู้ต่าง ๆ เหล่านั้น ให้สามารถค้นหาข้อมูลได้ง่าย เช่นมีการรวบรวมความรู้และจัดเก็บลงในเว็บไซต์ขององค์กร เพื่อเผยแพร่ความรู้ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับผู้ร่วมงานทั้งภายในภายนอกสถานศึกษา เป้าหมายสูงสุดของสถานศึกษาในการจัดการความรู้อยู่ที่งาน คน สถานศึกษา และสังคมเพื่อเปลี่ยนให้เป็นองค์กรการเรียนรู้ทำให้บุคลากรเป็นคนใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

                      วิจารณ์ พานิช (2547 : 94)  กล่าวว่า   จุดเน้นของการจัดการความรู้ว่ามี 4 เป้าหมายคือ

                      1.  เพื่อให้คนหลายทักษะ หลายวิธีคิดสามารถทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

                      2.  เพื่อพัฒนางานรูปแบบใหม่

                      3.  เพื่อการทดลองและเรียนรู้เพื่อหาทางทำแบบใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเดิม เพื่อให้งานดีขึ้น

                      4.   เพื่อการนำเข้า Know How อย่างเหมาะสมซึ่งจะต้องหาความรู้จากภายนอกมาใช้อย่างเหมาะสม    

                     ดังนั้นการกำหนดเป้าหมายเพื่อจัดการความรู้จึงควรกำหนดให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์(Vision) และพันธกิจ (Mission)  กลยุทธ์ (Strategic) ของสถานศึกษา

                     ตัวอย่างการจัดการความรู้ในสถานศึกษา 

                     โรงเรียน มีวิสัยทัศน์ มุ่งจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย  ประสานชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา  ให้บรรลุตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ  มีความรู้คู่คุณธรรม  สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น  และพัฒนาวิชาชีพให้นักเรียนสามารถประกอบสัมมาชีพได้  เป็นคนคุณภาพของสังคมและประเทศชาติ

                      การส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาวิชาชีพครู มุ่งให้ครูมีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา  บนพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรมไทยให้ได้มาตรฐานได้แก่

                      1.  ส่งเสริมให้ครู  นักการ  ลูกจ้าง  เป็นคนดี คนเก่ง ให้ได้แสดงความรู้ ความสามารถให้มากยิ่งขึ้น โดยวิธีการต่อไปนี้

                           1.1  จัดทำศูนย์รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริหาร ครูต้นแบบ ครูดีในดวงใจ ครูดีเขตพื้นที่    

                           1.2  จัดให้ครูทุกคนได้มีโอกาส  เข้ารับการอบรม  ประชุมสัมมนา  ศึกษาดูงานในเรื่องที่สนใจคนละอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี

                           1.3 มอบรางวัล สร้างขวัญและแรงจูงใจให้แก่  ผู้บริหาร  ครู  นักการ  ลูกจ้าง ที่มีผลงานดีเด่นเป็นคนคุณภาพ  เพื่อเสริมสร้างกำลังใจในการปฏิบัติงาน

                       2. ประชาสัมพันธ์  เผยแพร่  ผลงานของผู้บริหาร  ครู นักการ  ลูกจ้าง  ในเอกสารประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน

                       3. สนับสนุนให้ครูเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ใช้ผลงานวิจัยประกอบการวางแผนและแก้ปัญหาเผยแพร่ผลงานวิจัยของ  ผู้บริหาร  ครู ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการศึกษา การจัดการเรียนการสอนและควรเป็นงานวิจัยและพัฒนา (Research and Development)  เช่น การวิจัยในชั้นเรียน

                       4. กระตุ้นให้ครู ผู้บริหารร่วมกันคิดและสร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ทางการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ข้อมูลจากประสบการณ์ของผู้ทีประสบผลสำเร็จในการคิดปรับปรุง หรือพัฒนาการจัดการเรียนการสอน

                       5. ส่งเสริมสนับสนุน ให้เกิดความร่วมมือกันทางวิชาการ ระหว่างโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนในกลุ่มเครือข่าย 

                       6. ส่งเสริมการสร้างเครือข่าย ระหว่างบุคคลและเครือข่ายระหว่างหน่วยงานกับสถานศึกษา

                      ดังนั้นในการจัดการความรู้ของโรงเรียน จึงกำหนด   "เป้าหมายในการจัดการความรู้"  (Desired State) เพื่อให้วิสัยทัศน์ บรรลุผล โดยเลือกกำหนดให้สอนคล้องกับยุทธศาสตร์ ที่กำหนดไว้ในแผน โดยเลือกกำหนดให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ของโรงเรียน

                      ในการริเริ่มพัฒนาโครงการจัดการความรู้ในสถานศึกษานั้นจะต้องมีการกำหนดขอบเขตของโครงการ และสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการจัดการความรู้ที่ต้องการ (Desired State)  เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าทำไปเพื่ออะไร ต้องการผลลัพธ์อะไร และผลลัพธ์นั้นสอดคล้อง สนับสนุนกับทิศทางการดำเนินงานเชื่อมโยงกับแผนกลยุทธ์ของสถานศึกษาได้อย่างไร หลังจากนั้นจะเป็นการนำรูปแบบการจัดการความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษา

                       การวัดผล (Measurements) "การจัดการความรู้"   การวัดผลจะทำให้รับรู้ว่า การจัดการความรู้บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่เพียงใด และมีปัญหาและอุปสรรคใดบ้างที่ทำให้กิจกรรมต่างๆ ไม่ประสพความสำเร็จผล  การวัดจะสะท้อนถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งจะช่วยให้สามารถทบทวนแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ รวมถึงปรับปรุงให้กระบวนการต่างๆ  ประสพผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น และผลจากการวัดจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยในการตัดสินใจที่จะให้ความสำคัญกับการจัดการความรู้ หรือปรับปรุงวิธีการจัดการความรู้ใหม่     นอกจากนั้นการวัดผลยังจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้รับรู้ถึงสภาพการณ์ในขณะนั้นว่า ได้บรรลุเป้าหมาย (Desired State) ที่ตั้งไว้แล้วหรือยัง

                       การยกย่องชมเชยและให้รางวัล เพื่อเป็นแรงจูงใจในการจัดการความรู้ การยกย่องชมเชยและให้รางวัล  เป็นเรื่องที่ผู้บริหารควรหาโอกาสที่จะให้ผู้ที่ตั้งใจแลกเปลี่ยนความรู้  มีโอกาสได้รับแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อทำให้มีกำลังใจในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยอาจจะเสริมสร้างให้เกิดแรงจูงใจในเรื่องต่อไปนี้

                       1. แรงจูงใจที่เป็นวัตถุ เช่น เงิน สิ่งของ ตลอดจนวัสดุที่เป็นเครื่องใช้

                       2. แรงจูงใจที่เป็นโอกาสของความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน

                       3. แรงจูงใจที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก

                       4. แรงจูงใจที่เป็นผลประโยชน์ในอุดมคติ

                      แรงจูงใจทั้ง 4 ประการนี้ จะทำให้บุคลากรมีขวัญและกำลังใจในการมีส่วนร่วม ในการจัดการความรู้ ด้วยความเต็มใจยิ่งขึ้น เพี่อให้การจัดการความรู้บรรลุวัตถุประสงค์ สถานศึกษา ควรกำหนดบทบาทของผู้เกี่ยวข้องไว้ดังนี้คือ

                        1. บทบาทของ CKO (Chief Knowledge Officer) ได้แก่ ผู้บริหารในทุกๆระดับตั้งแต่ระดับสูงสุดของสถานศึกษา จะต้องผลักดัน ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการจัดการความรู้ในด้านต่อไปนี้

                             1.1 การแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาของทรัพยากรมนุษย์

                             1.2  จัดให้มีระบบสารสนเทศที่เอื้อต่อการจัดการความรู้ (KM Web Site)

                             1.3   การฝึกอบรมให้ครูและบุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการจัดการความรู้

                             1.4  มีระบบการให้ขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่มีการแลกเปลี่ยนความรู้

                             1.5  มีการสื่อสารการจัดการความรู้ในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

                             1.6   มีฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้

                             1.7   มีการสร้างวัฒนธรรมการทำงานให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยผู้บริหารจะต้องเป็น Chief Knowledge officer (CKO) และต้องเป็นแบบอย่างที่ดี

                             1.8   มีการประเมินผลการจัดการความรู้

                             1.9   มีการจัดตั้งคณะทำงานจัดการความรู้ (Knowledge Management Team หรือ KM Team) โดยมีผู้บริหารขององค์กรเป็นประธาน มีคณะทำงาน และสมาชิกในหน่วยงานร่วมในการจัดทำ "แผนปฏิบัติการKM"

                             1.10 มีการจัดมุมแลกเปลี่ยนความรู้ (KM Corner, หรือ KM Board)

                             1.11 มีการสร้างบรรยากาศในองค์กรให้เอื้อต่อการจัดการความรู้

                             1.12 มีการประกวดคำขวัญในการจัดการความรู้

                             1.13 มีเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้

                      นอกจากการสนับสนุนจาก CKO แล้วเป้าหมายหรือทิศทาง (Desired State) และกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการจัดการความรู้ก็เป็นสิ่งสำคัญ

                       2.  บทบาทของคณะทำงาน KM Team

                             2.1  ผู้บริหารและคณะทำงานต้องศึกษาและทำความเข้าใจในหลักการและขั้นตอนการนำการจัดการความรู้มาใช้ในสถานศึกษา

                             2.2  คณะทำงาน KM Team จะต้องเข้ารับการฝึกอบรมเรื่อง การจัดการความรู้

                             2.3  เยี่ยมชมองค์กรที่ประสพความสำเร็จในเรื่องการจัดการความรู้

                             2.4 ร่วมกำหนดเป้าหมายของการจัดการความรู้ (Desired State) เพราะกิจกรรมทุกอย่างที่ทำจะต้องสอดคล้องและไปในทิศทางเดียวกัน  เป้าหมายขององค์กรต้องมีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ หรือค่านิยมขององค์กรการจัดการความรู้ต้องกำหนดไว้ในกลยุทธ์หลักการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลักของ Balanced Scorecard ด้วย

                             2.5 ดำเนินการจัดการความรู้ตาม ๖ ขั้นตอน ดังนี้

                                    2.5.1 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติงานบุคลากร

                                    2.5.2 การติดต่อสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจการจัดการความรู้

                                    2.5.3 กระบวนการทำงานและเครื่องมือ

                                     2.5.4 การอบรมและการเรียนรู้

                                     2.5.5 การยอมรับและการให้รางวัล

                                     2.5.6 ประเมินผลการจัดการความรู้

                               2.6 บทบาทของสมาชิกในสถานศึกษา

                                     2.6.1 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้

                                     2.6.2 นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการทำงาน

                                     2.6.3 มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต