วันนี้ประชุมประจำเดือนคุณหมอนพดล พินิจปศุสัตว์อำเภอคนเก่งแห่งอำเภอพานแนะนำเอกสารน่าสนใจก็เลยนำมาเผยแพร่ ดังนี้ครับ
องค์ความรู้ “การเพาะหนอนแมลงวันจากมูลสุกร
เพื่อนำไปเป็นอาหารไก่พื้นเมือง”
ศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
นายคณิน อ้นเจริญ 80 ม.3 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย 57120
โทร.08-1005-1252
วิธีการเพาะหนอนแมลงวัน
- เตรียมภาชนะรองรับมูลสุกร เช่นกะละมังพลาสติก ถาดอลูมิเนียม หรือภาชนะที่หาได้ในท้องถิ่น
- รวบรวมมูลสุกรตามปริมาณที่ต้องการและพอเหมาะกับกับขนาดภาชนะ ควรเป็นมูลที่สุกรขับถ่ายออกมาในวันเดียวกันจึงจะทำให้ได้หนอนขนาดใกล้เคียงกัน
- ใส่มูลสุกรลงในกะละมังให้มีความหนาเฉลี่ย 5-6 ซม. เกลี่ยให้ทั่วเสมอกัน หากมูลสุกรแห้งเกินไปให้เติมน้ำเพื่อเพิ่มความชื้น
- นำไปไว้บริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกร หรือในที่มีแมลงวันชุกชุม ไม่ให้โดนแดดและฝน
- เมื่อหนอนแมลงวันมีอายุครบ 4 วัน เริ่มทยอยนำหนอนไปให้กินก่อนที่จะเป็นดักแด้
ปริมาณผลผลิตหนอนแมลงวัน
ขึ้นอยู่กับจำนวนแมลงวันที่วางไข่และปริมาณมูลสุกรที่ใช้เพาะ โดยมูลสุกรน้ำหนัก 5 กก. จะสามารถเพาะหนอนแมลงวันได้น้ำหนักสดประมาณ 1 กิโลกรัม
คุณค่าทางโภชนะของหนอนแมลงวัน
มีโปรตีนประมาณ 45-55 % ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่มีโภชนะสูงชนิดหนึ่ง (ใกล้เคียงกับกากถั่วเหลืองที่มีโปรตีน 44 %)
การนำหนอนไปเป็นอาหารไก่พื้นเมือง
ไก่พื้นเมือง ระยะไก่เล็ก (1-45 วัน) กินอาหารเฉลี่ยวันละ 25 กรัมต่อตัว หากเลี้ยงไก่ 10 ตัว จะต้องใช้หนอนเพื่อเป็นอาหารวันละ 250 กรัม ผู้เลี้ยงต้องใช้มูลสุกร 5 กก. เพาะหนอน จะได้หนอนน้ำหนักสดประมาณ 1 กก. ซึ่งสามารถใช้เป็นอาหารลูกไก่ได้ 4 วัน
ข้อดีและข้อจำกัดการเพาะหนอนแมลงวัน
ข้อดี
1. ลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ สามารถนำไปเป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากธรรมชาติได้
2. ลดปริมาณแมลงวันจากคอกสุกร เพราะเป็นการตัดวงจรชีวิตแมลงวัน
3. สามารถเพาะหนอนได้ตลอดปี แต่จะเพาะได้ดีมากในฤดูร้อน
4. ขั้นตอนไม่ซับซ้อน สะดวก และเสียค่าใช้จ่ายน้อย
5. มูลที่เหลือจากการเพาะหนอน สามารถนำเป็นเป็นปุ๋ยกับพืชผัก
ข้อจำกัด
1. ในฤดูหนาวอาจเพาะหนอนแมลงวันได้น้อย เนื่องจากช่วงชีวิตแมลงวันยาวขึ้น และปริมาณแมลงวันในฤดูหนาวมีน้อยกว่าฤดูอื่น
2. หากปล่อยหนอนทิ้งไว้ไม่นำไปใช้ประโยชน์ หรือปล่อยเข้าสู่ระยะดักแด้และเป็นตัวเต็มวัย จะเป็นการเพิ่มจำนวนแมลงวันให้มากขึ้น
ข้อมูลโดย : สำนักงานปศุสัตว์อำเภอพาน
โทร./โทรสาร 0-5372-1913
วิธีสะกัดไม่ให้หนอนกลาย
เป็นแมลงวันโตเต็มวัย
คือใส่ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์(อีเอ็ม)+กากน้ำตาลค่ะ
หนอนจะอ้วน เพราะกินๆๆๆ จนท้องแตก
ไม่กลายเป็นแมลงวัน และกำจัดกลิ่นขี้หมู
และกลายเป็นปุ๋ยหมักชั้นดีเลย
ยินดีที่ได้พบน้องเวท51ครับ
แมลงวัน มีการเจริญเติบโตแบบสมบูรณ์ (COMPLETE METAMORPHOSIS) ประกอบด้วย 4 ระยะ ระยะไข่, ระยะตัวอ่อน (หนอน), ระยะดักแด้ และระยะตัวเต็มวัย
แมลงวันสามารถผสมพันธุ์ได้ หลังจากเป็นตัวเต็มวัยได้เพียง 18-30 ชั่วโมงเท่านั้น และผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็จะหาแหล่งที่เหมาะสมในการวางไข่ โดยจะค้นหาแหล่งดังกล่าว โดยอาศัยกลิ่นเป็นตัวนำทาง มันจะเริ่มวางไข่ในที่ลับตา แสงแดดส่องไม่ถึง และมีความชื้นสูง โดยวางเป็นกลุ่มๆละประมาณ 120 ฟอง ตัวเมียบางตัวสามารถวางไข่ได้มากกว่า 10 ครั้งในชั่วชีวิต ดังนั้น แมลงวันตัวเมีย 1 ตัว สามารถขยายพันธุ์ได้ 200-1,000 ฟอง ไข่แมลงวันมีระยะฟักภายใน 6-12 ชั่วโมง
ระยะตัวอ่อน
หรือหนอน มีรูปร่าง เรียวยาว ปลายด้านท้องใหญ่ หัวหรือปากเรียวแหลมและแข็ง ตัวอ่อนจะกินของกำลังเน่าเหม็นมักชอบกลิ่นแอมโมเนีย หรือกลิ่นของยีสต์เป็นพิเศษ ตัวอ่อนจะกินอาหารมากจนเข้าใกล้ระยะดักแด้จึงจะหยุดกินอาหาร ระยะนี้กินเวลา 6-7 วัน
ระยะเข้าดักแด้
เมื่อหนอนหยุดกินจะเริ่มคลานไปสู่ที่แห้งๆ เพื่อเริ่มปรับเปลี่ยนร่างกาย โดยหดตัวเองให้สั้นลง จนมีลักษณะอ้วนสั้น ผนังลำตัวจะแข็งขึ้นเพื่อห่อหุ้มตัวหนอน ระยะนี้ใช้เวลา 3-4 วัน ก็จะเข้าสู่ระยะตัวโตเต็มวัน
ระยะตัวโตเต็มวัย
เมื่อเข้าดักแด้ และพัฒนาร่างกายสู่ภายในจนมีรูปร่างครบสมบูรณ์ก็จะเริ่มออกจากดักแด้ ซึ่งขณะที่ออกจากดักแด้ใหม่ๆ ยังบินไม่ได้ในทันที จะต้องใช้วิธีเดิน กระโดด เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที ลำตัวและปีกเริ่มแข็งแรงขึ้นสมารถบินได้
เพื่อตอบข้อสงสัยของหมอเล็ก51
ผมก็เลี้ยงไก่เนื้อครับ
ได้อ่านองค์ความรู้ที่นำมาเผยแพร่นี้แล้วก็เกิดความคิดขึ้นมาทันทีครับ
จากการที่ผมสังเกตุเวลาที่ไก่ฟักไข่ออกลูกแล้ว มีไข่บางส่วนที่เสียไป
ผมก็นำมาทิ้งไว้ในถังพลาสติก นานวันเข้าจนลืม ไข่ก็เน่าและแตก ก็มีแมลงวันมาไข่ทิ้งไว้ จนเป็นตัวหนอนอ้วนพีเยอะมาก ไม่นึกว่าจะนำไปเป็นอาหารไก่ได้ด้วย
ได้อ่านข้างบนแล้วก็เกิดความคิดดีๆ ครับ จะลองเพาะหนอนแมลงวันจากไข่เน่าดูน่าจะได้หนอนไว้เลี้ยงไก่เล็กๆ ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นอันตรายหรือเปล่านะครับ
อยากดูรูปวิธีในการเพาะหนอนแมลงวันอย่างละเอียด
คุณหมอคะคือหนูอยากขอความกรุณาจากคุณหมอ สัก 2 คำถาม คือ
1.อยากทราบว่าแมลงวันตัวเล็ ก ๆนี่มันฟักไข่ได้เองโดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิเหมือนพวกปลาบางชนิดได้หรือเปล่าคะ ช่วยกรุณาไขข้องใจให้หนูด้วยค่ะ และ
2.เจ้ากระต่ายน้อยมันใช้อะไรระหว่างหูกับจมูก ในการทำให้ทราบว่า ศัตรูกำลังเข้ามาใกล้ตัว
ขอบพระคุณค่ะ(คุณครูเอามาเป็นแบบฝึกหัด หนูสรุปไม่ได้ จริง ๆแล้วมันมีช้อยให้เลือกอยู่ แต่หนูเอาข้อที่หนูไม่แน่ใจมาถามค่ะ)
ตอบคุณน้ำทิพย์ครับ ข้อ๑ แมลงวันจะผสมพันธุ์กันก่อนตัวผู้และตัวเมียแล้วตัวเมียถึงวางไข่ในที่ที่มันคิดว่ามีอาหารให้ลูกอ่อนที่ฟักออกจากไข่ครับ
ข้อ๒ ใช้หูฟังเสียงศัตรูที่เข้าไกล้จะมาทำร้ายครับ
ผมว่ายิ่งราด em หนอนยิ่งหายหมดนะคับ
เคยเพาะอยู่ที่วิทยาัลัยครั้งแรกได้ผล แต่ครั้งที่ 2 ไม่ได้ผล โดนครูดุเอา
คุณกั๊ก.. บอกว่าราดอีเอ็มแล้วหนอนจะหายหมดลองวิธีเพาะจากเชื้อจุลินทรีย์ก็ได้นะครับ
คุณวิทย์.. คงต้องทบทวนวิธีทำว่ามีอะไรที่ผิดพลากตามวิธีที่แนะนำ ถ้าอย่างนั้นลองวิธีใหม่แบบข้างล่างนี้ก็ได้มีคนเขาทำมาแล้วได้ผลดีครับ
การเพาะเลี้ยงหนอนจากเชื้อจุลินทรีย์
เกษตรกรเจ้าขององค์ความรู้ นายม้วน ดีประสิทธิ์ 204 ม.1 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โทร. 089-2659785
วัสดุอุปกรณ์
ท่อปูน เศษพืชผักผลไม้ หรือขยะเปียก หัวเชื้อราขาว ก้อนหิน น้ำตาลทรายแดง รำอ่อน
วิธีการ
1. ใส่ก้อนหินลงในท่อน้ำให้สูงประมาณ 4-5 นิ้ว (ประมาณ 1 ฝ่ามือ) 2. ผสมเศษผักผลไม้กับน้ำตาลในอัตราส่วน 7:3 ใส่หัวเชื้อราขาว 2 ช้อน
3. โรยรำอ่อน 1 กำมือ
4. ปิดฝาด้วยพลาสติกทิ้งไว้ 7-8 วัน จะเกิดหนอนขึ้น จากนั้นจึงให้อาหารหนอนด้วยรำอ่อนหรือผลไม้สุกผสมน้ำตาลเล็กน้อย การใช้ประโยชน์
สามารถนำไปเป็นอาหารปลา ไก่ นกและกบได้ โดยจะสามารถลดต้นทุนค่าอาหารได้นอกจากนั้นยังทำให้สัตว์ที่เลี้ยงโตเร็ว
น้ำที่ได้จากการหมักหนอนสามารถนำไปฉีดพ่นต้นไม้ได้
กากที่เหลือจากการหมักสามารถทำเป็นปุ๋ยได้
หมายเหตุ
ถ้าไม่มีหัวเชื้อราขาว สามารถใช้ใบไผ่ที่มีเชื้อราขาว 1/2 กระสอบปุ๋ย มาใส่แทนได้
ต้องเติมหัวเชื้อราขาวทุกๆ 7 วัน องค์ความรู้และภูมิปัญญาด้านการเลี้ยงสัตว์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีเชียงราย
คุณกั๊ก.. บอกว่าราดอีเอ็มแล้วหนอนจะหายหมดลองวิธีเพาะจากเชื้อจุลินทรีย์ก็ได้นะครับ
คุณวิทย์.. คงต้องทบทวนวิธีทำว่ามีอะไรที่ผิดพลากตามวิธีที่แนะนำ ถ้าอย่างนั้นลองวิธีใหม่แบบข้างล่างนี้ก็ได้มีคนเขาทำมาแล้วได้ผลดีครับ
การเพาะเลี้ยงหนอนจากเชื้อจุลินทรีย์
เกษตรกรเจ้าขององค์ความรู้ นายม้วน ดีประสิทธิ์ 204 ม.1 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โทร. 089-2659785
วัสดุอุปกรณ์
ท่อปูน เศษพืชผักผลไม้ หรือขยะเปียก หัวเชื้อราขาว ก้อนหิน น้ำตาลทรายแดง รำอ่อน
วิธีการ
1. ใส่ก้อนหินลงในท่อน้ำให้สูงประมาณ 4-5 นิ้ว (ประมาณ 1 ฝ่ามือ)
2. ผสมเศษผักผลไม้กับน้ำตาลในอัตราส่วน 7:3 ใส่หัวเชื้อราขาว 2 ช้อน
3. โรยรำอ่อน 1 กำมือ
4. ปิดฝาด้วยพลาสติกทิ้งไว้ 7-8 วัน จะเกิดหนอนขึ้น จากนั้นจึงให้อาหารหนอนด้วยรำอ่อนหรือผลไม้สุกผสมน้ำตาลเล็กน้อย
การใช้ประโยชน์
สามารถนำไปเป็นอาหารปลา ไก่ นกและกบได้ โดยจะสามารถลดต้นทุนค่าอาหารได้นอกจากนั้นยังทำให้สัตว์ที่เลี้ยงโตเร็ว
น้ำที่ได้จากการหมักหนอนสามารถนำไปฉีดพ่นต้นไม้ได้
กากที่เหลือจากการหมักสามารถทำเป็นปุ๋ยได้
หมายเหตุ
ถ้าไม่มีหัวเชื้อราขาว สามารถใช้ใบไผ่ที่มีเชื้อราขาว 1/2 กระสอบปุ๋ย มาใส่แทนได้
ต้องเติมหัวเชื้อราขาวทุกๆ 7 วัน องค์ความรู้และภูมิปัญญาด้าน
ข้อมูลโดย คุณอรอนงค์ พิมคำไหล ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีเชียงราย
ที่บ้านก็ทำเช่นกัน แต่จะทำเป็นหนอนแห้งโดยการตากแดด วิธีนี้จะสามารถเก็บหนอนได้นานขึ้น เอาไว้ใช้ในเวลาที่ไม่สามารถเพราะหนอนได้ ใช้ในกรณีที่มีหนอนมากๆ ไก่กินไม่หมด ปล่อยไว้ก็เป็นแมลงวัน แต่การจะแยกหนอนออกจากมูลสุกรนั้นบางคนก็ว่ายุ่งยาก วันฝนตกก็ทำไม่ได้เพราะไม่มีแดด ผมมีวิธีที่ง่ายมาก โดยการก่ออิฐบล็อคสูง 1ก้อน เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1 คูณ 1.5 หรือตามความเหมาะสมกับจำนวนหนอน แล้วเทพื้นด้วยคอนกรีต โดยด้านหนึ่งของคอกทำเป็นร่องขนาด กว้าง15 ลึก 15 ซม จนสุด เพื่อเก็บหนอน หาไม้แผ่นขนาดพอดีปิดไว้ อย่าให้แผ่นไม้ปิดสนิทกับพื้นควรมีช่องว่างเล็กน้อย พื้นคอกควรลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อให้หนอนไต่ลงมาได้สะดวก เสร็จแล้วเราก็นำหนอนที่เลี้ยงได้ 4 วัน มาเทไว้ด้านตรงข้ามกับร่อง (สามารถเทหนอนที่มีอายุต่างกันได้ทุกวัน ถ้ามูลสุกรแห้งมากควรรดน้ำพอชุ่มเพราะหนอนจะไม่ไต่ออกมา) ตามธรรมชาติของหนอนเมื่อถึงวันที่ 4-7 จะเข้าสู่ระยะดักแด้ มันจะพากันไต่ออกจากมูลสุกรเพื่อหาที่มืดและแห้งเพื่อเข้าสู่ระยะดักแด้ พวกมันจะไต่ลงมาตอนกลางคืน โดยทยอยไต่ลงมาทุกคืนจนหมด ตอนเช้าเราก็จะได้หนอนสด 100 % ควรเก็บหนอนออกทุกวันเพื่อให้ไก่กินหรือนำไปตากแดดให้แห้ง เก็บใส่ภาชนะที่มิดชิดเพื่อใช้เลี้ยงไก่หรือสัตว์ชนิดอื่นในโอกาศต่อไป
วิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายค่าคอกแยกหนอนเล็กน้อย แต่คุ้มค่ามาก เพราะไม่ต้องเสียเวลาเอาหนอนไปตากแดดเพื่อแยกหนอนออกจากมูลสุกร สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานทุกวัน เลี้ยงไก่เป็นอาชีพเสริม ประหยัดเวลาและแรงงานดีครับ
หนอนแห้งที่ได้นำไปใช้เลี้ยงสัตว์ได้หลายชนิด เช่น ผสมอาหารเลี้ยงเป็ดไข่ จะไข่ดีมาก ไข่แดงสวย และไข่ดก ที่บ้านก็ทำอยู่ หรือจะผสมอาหารไว้เลี้ยงสุกรก็ทำได้ครับ ลดต้นทุนได้ดี ทำขายได้ด้วยเคยเห็นที่ JJ อีกอย่างการตากหนอนเป็นการฆ่าเชื้อโรค ลดการติดเชื้อทางเดินอาหารของสัตว์ได้ด้วย
ดีจังเลยครับ ขอบคุณคุณนิตมากๆๆครับ อย่างนี้สิครับเกษตรกรถึงจะไม่ยากจน
ต้องมีความรู้มีทักษะตลอดเวลา
ถึงคุณน้าสุพล
ขออนุญาติเรียกคุณน้านะครับ คงไม่ดูแก่เกินไป ผมอายุ 30
ที่บ้านทำอาชีพเกษตรกรครับ เลี้ยงหมู 20-50 ตัว/ปี ไก่พื้นเมืองขนาด 20 แม่ และเป็ดไข่ 250 ตัว และปลา แบบเกษตรพอเพียงครับ ส่วนพืชก็มี ข้าว มะม่วง ผักสวนครัวไทย ทุกอย่างจำหน่ายเองไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางยกเว้นหมู และข้าว
ผมมีคำถามครับ
1 ได้อ่านบันทึกของคุณน้าแล้วเกิดความคิดอยากมีปันทึกของตัวเองบ้าง เลยสมัคร G2K แล้วแต่ทำไม่เป็น ไม่รู้จะใช้งานยังไง ประมาณว่าเรียนน้อยครับ คุณน้าพอจะมีเวลาสอนใหมครับ
2 ความรู้เกษตรส่วนใหญ่เกิดจากกากประสบการณ์ครับก็เลยไม่รู้ว่าจะถูกต้องตามทฤษฎีรึเปล่า (ผมจบ ม ปลาย)ไม่ได้เรียนเกษตร
เป็นลูกชาวนาโดยกำเนิด สนใจแลกเปลี่ยนข้อมูลการเกษตรกับสมาชิกครับแต่ติดข้อ 1 อาจารย์พอจะแนะนำหรือบอกแหล่งข้อมูลเกษตรพอเพียงให้ผมได้ใหมครับ
สำนวนอาจจะดูบ้านๆไปหน่อยแต่ก็มีเจตนาที่จะเรียนรู้ต้องขออภัยด้วย
ขอขอบพระคุณอาจารย์ล่วงหน้าครับ
นิต
ขออภัยครับที่เรียกคุณน้าว่าอาจารย์ครับ
นิต
น้องนิต
๑.ยินดีนะที่จะสอนแต่ไม่รู้จะให้สื่อสารแบบไหนดี พอมีเวลาเป็นคอมสมัครได้ลองทำนิดหน่อยไปเรื่อยเดี๋ยวก็เก่ง อยู่ที่ไหนลองไปสอบถามที่กศน.ไกล้บ้าน ก็น่าจะมีคนสอนเหมือนกัน
๒.เรื่องความรู้ประสบการณ์นั้น ไม่ต้องกังวลถ้าของดีหรือทดลองมีประโยชน์มันก็จะกลายเป็นทฤษฏีในเวลาต่อมาแหละ สำคัญคือต้องมีการบันทึกและแพร่ขยายให้หลายคนได้ทดลองพิสูจน์ มันมีปัจจัยหลายๆอย่างที่ต่างกัน
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกัน
อ่านแล้วได้ความรู้ขึ้นมาว่า แม้แต่ของที่บอกว่าขยะแขยงยังนำมาเป็นประโยชน์ได้
แต่อยากจะถามว่าเราเพาะมาเลี้ยงปลาสวยงามเช่น ปลาคาร์พหรือปลาหางนกยุงได้ใหมครับ
ถึงพี่สุพล
ผมกำลังจะเลี้ยงหนอนเพื่อทำหนอนแห้ง เอาใว้เลี้ยงไก่เวลาไม่มีหนอนสด แต่มีปัญหาในการจัดเก็บ ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน พี่สุพมีวิธีถนอมให้เก็บได้นานๆ ใหมครับ ผมมีปัญหากับรำข้าวด้วย มีวิธีที่ทำให้รำไม่หืนใหมครับ
นิต
สวัสดีค่ะ พูดถึงเรื่องหนอนๆ ก็เลยอยากร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยค่ะ เพราะตอนนี้กำลังเพาะหนอนแมลงวันลายเพื่อเลี้ยงไก่ไข่ ซึ่งเคยสับสนกับหนอนแมลงวันบ้าน หรือแมลงวันหัวเขียว หรือแมลงวันจากคอกหมู แต่อันนี้เป็นหนอนแมลงวันลายค่ะ ถ้าสนใจข้อมูลก็ คีย์คำว่า black soldier fly หรือ bsf ใน google นะค่ะ จะเห็นหน้าตาชัดเจน ส่วนการเพาะ ใช้สูตรการเพาะหนอนจากเศษผัก ผลไม้สุก โดยเฉพาะ ขนุน สับปะรด กล้วยสุก เพียงแต่ทิ้งใส่ถังไว้ หากในบริเวณนั้นมีเจ้า bsf อยู่ ตัวแม่ก็จะมาวางไข่ แล้วก็ฟักออกมาเป็นหนอน ซึ่งหนอน bsf มีโปรตีน ประมาณ 43%
สำหรับการจัดเก็บตัวหนอนนั้น หนอนสามารถอยู่ในตู้เย็นได้หลายเดือน พอเอาออกมาวางนอกตู้เย็นก็จะตื่นง่ายค่ะ