NOSTRADAMUS
นอสตราดามุส จิตทัศน์มองอนาคตศตวรรษที่ 21
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแปลคำทำนายของ นอสตราดามุส ซึ่งแปลโดยศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน เนื่องจากในโลกใบนี้มีเรื่องราวลี้ลับและสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นมากมายทั้งที่สามารถพิสูจน์ได้ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ยังรอการพิสูจน์ หรือเกิดขึ้นแล้ว และยังไม่ได้เกิดขึ้น มนุษย์น้อยคนนักที่จะสามารถหยั่งรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ เรื่องราวของความเชื่อ หรือศาสตร์แห่งการทำนายจึงเป็นเรื่องที่ยากต่อการพิสูจน์ นอกจากจะปล่อยให้กาลเวลาผ่านไป แล้วมันจะเป็นการพิสูจน์ตัวมันเอง ดังเช่นการทำนายอนาคตของนอสตราดามุส
หลายคนส่วนใหญ่อาจรู้จักนอสตราดามุส ในฐานะนักโหราจารย์ นักพยากรณ์เอกของโลก แท้จริงแล้วนั้นนอสตราดามุสมีฐานะเป็นถึงแพทย์ปริญญา เป็นเภสัชกร นักสมุนไพร นักพฤกษศาสตร์ นักสังคมสงเคราะห์ นักเขียน นักปฏิรูป นักโภชนาการ นักการตลาด วงการวิชาชีพยังยกย่องท่านให้เป็นนักวิทยาศาสตร์อีกด้วย ท่านเป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายยิว เกิดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1503 ที่เมืองแซงต์ เรมี ในครอบครัวของ ช้าคส์ กับ เรอเน เดอ นอสเตรดัม นายทะเบียนผู้รุ่งเรืองของเมืองนั้น มีชื่อเดิมว่า มิเชล เดอ นอสเตรดัม เมื่อผู้คนชอบอ่านชื่อของท่านตามสำเนียงภาษาละติน ก็เลยออกเสียงเรียกจนติดปากว่า นอสตราดามุส งานเขียนของท่านที่ชื่อว่า "เดอะ เซ็นจูรี่" เป็นงานเขียนที่บันทึกคำพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ของบ้านเมืองที่ยังไม่เกิดขึ้น ทำนายอนาคตของเผ่าพันธุ์มนุษยชาติไว้ล่วงหน้าจนถึงแก่กาลอวสานของโลก ดั่งเช่น
เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ.2001 ที่ชาวโลกต้องช็อกกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ที่มหานครนิวยอร์กถูกทำลาย หลังจากการระเบิดในครั้งนั้น โลกถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้วชัดเจนยิ่งขึ้น หลังจากที่สหรัฐอเมริกากับอังกฤษรุกรานบุกยึดประเทศอิรัก โดยขัดต่อมติขององค์การสหประชาชาติ เครือข่ายการก่อการร้ายได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นทั่วโลก ความพยายามของชาติมหาอำนาจที่ต้องการตัดตอนการขยายของอาวุธนิวเคลียร์ไร้ผล เพราะปรากฏว่าประเทศอย่างจีน อินเดีย ปากีสถาน อิสราเอล เกาหลีเหนือ อิหร่าน ต่างมีอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมทั้งสักยภาพในการส่งขีปนาวุธทำลายฝ่ายตรงข้าม โลกมนุษย์จึงได้พาตนเองมาจุดล่อแหลมของสงครามมหาประลัยโลกตามคำทำนายของนอสตราดามุส
นอกจากนี้นอสตราดามุสยังระบุถึงภัยพิบัติจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ คือ หลังปี ค.ศ. 1999 เป็นต้นมา ทั่วโลกจะประสบกับมหันตภัยทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง อุณหภูมิของโลกร้อนขึ้น ทำให้อากาศทั่วโลกแปรปรวน ภูเขาน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือกับขั้วโลกใต้เริ่มละลาย ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น รอยแยกของแผ่นดินมีการปรับเคลื่อนตัว แผ่นดินไหวรุนแรง ทำให้เกิดคลื่นทะเลยักษ์ที่รู้จักกันในนามของ สึนามิ ระดับน้ำเซาะเข้าหาแผ่นดินในหลายพื้นที่เกือบทุกทวีป อุทกภัยกับแผ่นดินไหวใต้ท้องทะเลทำให้เกิดคลื่นสึนามิใน 6 จังหวัดภาคใต้ของไทยอย่างชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยมาก่อน เมืองอาเจะห์ของอินโดนีเซียหายไปทั้งเมือง รวมทั้งชมพูทวีป อินเดีย ศรีลังกา จรดฝั่งแอฟริกา ลมพายุที่สร้างความวิบัติในนามของคาทรินาที่ทำลายนิวออร์ลีนไปทั้งเมืองจนกลายเป็นชามอ่างซุป มีน้ำขังนับเป็นเดือนๆ อย่างชนิดที่ไม่เคยปรากฏความเลวร้ายอันเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในลักษณะนี้มาก่อนบนผืนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา
อีกทั้งยังมีโรคระบาดร้ายแรง ได้แก่ โรคซาร์ส และโรคไข้หวัดนก (H5N1) ที่กำลังกระจายไปทั่วโลก มีความเป็นไปได้ที่โรคร้ายเหล่านี้นอกจากจะแพร่ขยายไปสู่วงกว้างแล้ว ยังกลายพันธุ์ แพร่เชื้อติดต่อจากสัตว์ปีกสู่คน หรือ แม้แต่การแพร่เชื้อจากคนสู่คน ทั้งหมดนี้ล้วนแต่สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมมนุษย์โลกอย่างไม่หยุดยั้ง และนี่คือสิ่งที่นอสตราดามุสได้บันทึกทำนายไว้โดยระบุถึงปีที่จะเกิดโรคระบาดทั่วไปในสังคมโลกมนุษย์อย่างกว้างขวาง
ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนี้นั้น นอสตราดามุส ได้เขียนบันทึกเป็นคำทำนายไว้ใน เดอะ เซ็นจูรี่ ไว้แล้วเมื่อหลายร้อยศตวรรษ มีผู้กล่าวหาท่านว่าการทำนายเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นการทำลายขวัญทำให้ผู้คนตื่นตระหนกโดยใช่เหตุ นอสตราดามุสได้กล่าวไว้ว่า "ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงมนุษย์ทุกคนก็คงขวัญหนีดีฝ่อต่อความตายกันหมดแล้ว เพราะทุกคนทราบกันดีล่วงหน้า โดยไม่ต้องมีใครทำนายทายทักว่า แต่ละคนเกิดมาบนโลกนี้จะต้องมีวันตายของตัวเอง ทุกคนตระหนักดีว่าความตายเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มนุษย์ก็ยังไม่งอมืองอเท้า รอความตายหรือตื่นกระหนกในความตายที่ทุกคนรู้ล่วงหน้า"
อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ยังให้แง่คิดดีๆ ต่างๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตได้ คือ การล่วงรู้อนาคตไม่ใช่เป็นเรื่องเสียหาย ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ควรตื่นตระหนกตกใจ ตรงกันข้าม ข้อมูลหลายอย่างในหนังสือเล่มนี้น่าจะปลุกกระตุ้นให้คนเรามีสติสำนึก ไม่ตั้งอยู่บนความประมาท ในขณะที่ยังมีโอกาสกลับใจ มีโอกาสสร้างความดีงามให้แก่ตนเอง ให้แก่คนรอบข้าง ให้แก่สังคม ให้แก่ประเทศชาติ ก็ย่อมจะกระทำได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ดังนั้น "สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นแก่คนเรานั้น ถ้าสามารถมองเห็นได้ล่วงหน้า จะทำให้การดำเนินชีวิตในปัจจุบันถูกต้องเสมอ"
ในสมัยหนึ่ง, เคยอ่านหนังสือคำทำนายของนอสตราดามุสเกี่ยวกับการล่มสลายของโลก ซึ่งนั่นก็ล่วงมาสิบกว่าปีแล้ว กอปรกกับสถานการณ์ไม่เงียบสงบของสงคราม รวมถึงการประโคมข่าวของสื่อต่าง ๆ ก็พลอยให้อกสั่นขวัญหายไม่ได้
ดีใจที่มีวันนี้ ....
.....
ผมว่าธรรมชาติยุติธรรมเสมอ ไม่ว่าใครก็ตาม ความตายจะไม่ละเลยที่จะไปเยือนทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าใครก่อน, ใครหลัง
ขอบคุณครับ