
(ภาพจาก www.livemint.con)
มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวร้านอาหารเอเชียที่ชื่อว่า Indochine ของกลุ่มบริษัท Indochine Group Pte Ltd ของ Mr.Michael Ma นักธุรกิจไทย-สวิดิชซึ่งมีฐานอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์
ร้านอินโดจีนนี้เป็นร้านที่เป็นทั้งร้านอาหารเอเชีย มีทั้งเมนูอาหารไทย จีน อินโด ลาว ในรสชาติที่เป็นของแท้ นอกจากนั้นยังมีบาร์และภัตตาคารจีนและการประดับร้านที่เน้นการตกแต่งร้านด้วยศิลปะของเอเชีย
ร้านอินโดจีนมีสาขาอยู่ในหลายประเทศเช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เยอรมัน ไทยและล่าสุดในอินเดีย โดยเดลี ซึ่งเป็นร้านแรกในอินเดีย
การเปิดตัวก็คือการเชิญบุคคลสำคัญทั้งคณะทูต นักธุระกิจต่างๆ ไปพบปะสังสรรค์กันในตอนค่ำ ซึ่งสิ่งที่ได้จากงานแบบนี้คือข้อมูลต่างๆ ที่จะแลกเปลี่ยนกันของคนในวงการ
ประเด็นหนึ่งที่น่าคิดก็คือ อาหารเอเชียในอินเดียนั้น ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันมีเพียงอาหารจีนและญี่ปุ่นเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ อาหารไทยยังไม่สามารถเจาะตลาดได้เดี่ยวๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลก เพราะในประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่อเมริกาหรือยุโรป ร้านอาหารไทยประสบความสำเร็จเป็นส่วนใหญ่
เท่าที่ได้พูดคุยกับคนในหลายวงการในอินเดีย อาหารไทยที่จะไปอินเดียต้องมีการปรับยุทธศาสตร์ในหลายเรื่องเช่น รสชาตต้องปรับให้เข้ากับรสนิยมของคนอินเดียและควรทำในระดับคนชั้นกลางและระดับสูง
และที่สำคัญที่ทำให้รานอาหารไทยที่ไปเปิดที่เดลีไม่ประสบความสำเร็จมาแล้ว คือต้องมีความหลากหลายคือมีอาหารเอเชียอื่นด้วย ไม่ใช่เฉพาะอาหารไทยอย่างเดียว
Mr.Ma เห็นว่าตลาดอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงแต่ต้องใช้ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องและเหมาะสม ร้านอินโดจีนสาขาเดลีเปิดมาแล้ว 3 เดือน ได้รับความเห็นและคำติชมจากคนอินเดียมามากและได้ปรับปรุงหลายๆ อย่างจนปัจจุบันมั่นใจว่าอยู่ได้แล้ว ซึ่งเป็นที่มาของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ผมเห็นเช่นเดียวกับนักธุรกิจรายนี้ว่า อาหารไทยน่าจะไปบุกอินเดียได้ดีกว่านี้เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่โตมากจริงๆ และปัจจุบันยังมีร้านอาหารไทยเพียงไม่กี่ร้านเมื่อเทียบกับเป้าหมายลูกค้าที่มีจำนวนมหาศาล
อุปสรรคแรกก็คงได้แก่ทัศนะคติของผู้ลงทุนไทยเองที่ยังไม่ค่อยจะสนใจตลาดอินเดียนัก
ในธุรกิจบริการแบบนี้ ใครไปก่อนก็คงได้เปรียบ เช่นร้านอินโดจีนนี้เป็นตัวอย่างที่ดี เท่าที่ทราบกำลังจะเปิดสาขาในอีกหลายๆ เมืองสำคัญของอินเดียในเร็วๆ นี้
คุณพลเดช
รายงานของคุณน่าสนใจและเป็นประโยชน์มาก มีอะไรดีๆแบบนี้อีกก็กรุณาเขียนมาเล่าสู่กันฟังนะครับ ผมเป็นคนชอบชิมอยู่แล้ว มีเพื่อนทำธุรกิจร้านอาหารไทยอยู่ที่นิวยอร์ค แอทลันตา ชิกาโค ซีแอทเติล รวมทั้งรัฐอื่นๆอีก ผมเดินทางไปสหรัฐปีละครั้งก็ไปอุดหนุนเป็นประจำ ตั้งใจไว้ว่าจะส่งบทความของท่านไปให้อ่าน ขออนุญาติครับ
Riceman
คุณ Riceman ครับ
ขอบคุณและยินดีครับ
ในฐานะข้าราชการไทยในต่างประเทศ ผมเชื่อว่าเราทุกคนยินดีที่จะสนับสนุนนักธุรกิจไทยให้ไปหาโอกาสในต่างแดนได้ตลอดเวลา อาหารไทยเป็นวัฒนธรรม เป็นเสมือนตัวแทนประเทศไทยในการเผยแพร่สิ่งที่ดีงามของประเทศให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ที่ดีมาก
และไม่เพียงเท่านั้นผมคิดว่าอาหารไทยจะเป็นจุดนำให้เกิดความนิยมชมชอบและเกิดธุรกิจต่อเนื่องต่อไปได้อีกมากมาย
ผมได้พบนักธุรกิจและเจ้าของโรงแรม อินเดียหลายคน ก็ต่างสนใจที่จะไปลงทุนในประเทศไทย ซึ่งผมได้ให้ข้อคิดเห็นไปว่า ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวอินเดียไปไปไทยเกือบ 5 แสนคนและจะเพิ่มขึ้นอีก (เพราะการบินไทยเพิ่มเที่ยวบินไปอินเดียเท่าตัว) แต่ทำไมไม่มีคนอินเดียไปลงทุนสร้างโรงแรมในประเทศไทยบ้าง ซึ่งเจ้าของโรงแรมเมโทรโพลิแต้นท์ในเดลีคนนี้บอกว่า ถ้ามีมีที่ดินหรือผู้ร่วมทุนคนไทยก็สนใจมาก.......
ก็เป็นตัวอย่างที่เล่าให้ฟังนะครับ
ผมจะไปสำรวจร้านอาหารไทยในเดลีซึ่งมีเพียงไม่กี่ร้านและจะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปนะครับ
ด้วยความปรารถนาดี
ใคร่เรียนเชิญท่านเอกอัครราชทูต พลเดช ทานอาหารที่สถานศึกษาของข้าพเจ้า เพื่อเด็กน้อย ๆ เป็นอาหารชีวจิต ในการต้อนรับแขก ขอโอกาศนะคะ
วาสนา
อาจารย์วาสนาครับ
ตำแหน่งผมในขณะนี้คืออัครราชทูต (เอกอัครราชทูตคือเบอร์หนึ่งและอัครราชทูตคือเบอร์สอง)
ขอบพระคุณอาจารย์และยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยครับ
อาหารชีวจิตเป็นอาหารที่น่าสนใจมาก หากทำดีๆ จะเป็นธุรกิจส่งออกไปในต่างประเทศได้ ที่สำคัญคือต้องรู้จักการสร้างแบรนด์ครับ
อย่างเช่นร้านอินโดจีนที่ยกตัวอย่าง เป็นแบรนด์ที่คุณมาสร้างจนเป็นที่รู้กันว่าเป็นร้านอาหารของสิงคโปร์ที่มีระดับ
คนในประเทศพัฒนาแล้วกำลังให้ความสนใจกับอาหารสุขภาพและอาหารชีวจิต ประเทศกำลังพัฒนาซึ่งไม่ค่อยได้สนใจเรื่องนี้มากนักกลับเป็นแหล่งที่มีวัตถุดิบมาก
คนที่มีความเก่งในด้านค้าขาย การบริหารคนจึงจะเป็นพวกที่จะสร้างธุรกิจให้โตในระดับระหว่างประเทศได้ ซึ่งในประเด็นนี้คนอินเดียมีความเก่ง
จะแวะไปเยี่ยมเยียนที่บล๊อคครับ
ด้วยความปรารถนาดี
สวัสดีครับท่านพลเดช
ถ้าปรุง Thai food (แบบ Indian style) เช่น ใส่เครื่องเทศของบ้านเขาลงไปบ้าง ให้มีกลิ่นอายของแดนภารตะพอจะเกิดไหมครับ
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีค่ะ เพิ่งทราบนะคะว่าร้านอาหารไทยในอินเดียยังไม่มากและยังไม่รุ่งเท่าไหร่
เคยพบคนอินเดียและแถบๆเนปาล บังคลาเทศในงานประชุมที่เมืองไทย ซึ่งมีงานเลี้ยงอาหารไทย ก็ดูเขาชอบทานอาหารและผลไม้ไทยมากเลยค่ะ
อย่างคุณพลเดชบอก การทำร้านอาหารไทยที่อินเดียอาจต้องปรับปรุงรสชาติและจับตลาดระดับกลางไปถึงสูง ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ที่มองเห็นช่องทางตลาดที่ยังมีกว้างมากนะคะ แหมนี่หากรวยๆก็อยากไปเปิดร้านอาหารที่นี่เหมือนกันนะคะ เพราะตลาดก็ยังมีลู่ทางดีมาก และคงไม่ยุ่งยากเหมือนไปเปิดร้านอาหารในยุโรป มีเพื่อนเพิ่งเปิดร้านอาหารไทยที่ปารีสได้ยังไม่ถึงปีดี กว่าจะเปิดได้ เหน็ดเหนื่อยกับระเบียบมากเลยค่ะ
คุณข้ามสีทันดรครับ
ผมเห็นด้วยครับ น่าจะใช้ได้เลย
มีคนเคยบอกว่าคนอินเดียยังชอบการใช้มือในการทานอาหารอยู่เหมือนสมัยดั่งเดิม ดังนั้นหากคิดจะบุกตลาดอินเดีย ต้องคิดอาหารอะไรก็ได้ที่ใช้มือทานได้ เช่น ปิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหลาย จึงได้รับความนิยมเพราะหยิบทานด้วยมือเปล่าได้
อาหารไทยเองบัดนี้ ต้องทานด้วยช้อนส้อมหมดทั้งที่เมื่อสมัยก่อนเราก็ทานด้วยมือ
การใช้ความคิดและริเริ่มสิ่งใหใ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีของคนที่อินเดียจึงน่าสนใจทั้งนั้นครับ
และอย่างที่ผมเคยเรียนไว้ว่าในอีกไม่นาน ชนชั้นกลางรุ่นใหม่ของอินเดียจะมีจำนวนมากถึง 30 เปอร์เซนต์ของประชากร ซึ่งก็ประมาณ 300 กว่าล้านคน น่าสนใจนะครับ
คุณนายดอกเตอร์ครับ
หากสนใจนะครับ ให้ไปเลย คุณ michael Ma
Indochine Group Pte Ltd
HQ 47 Club Street
Singapore 069424
Tel. +65 6323 1043
อีเมล์ [email protected]
ลองติดต่อดูนะครับ
เท่าที่ทราบจากคุณมา การเปิดร้านอาหารในอินเดียผหรือที่อื่น)ก็ต้องมีหุ้นส่วนที่ดีด้วยครับ เป็นการเริ่มต้น หากรู้ลู่ทางแล้วหรือคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อม การเปิดร้านเองก็คงจะง่ายขึ้น
นักธุรกิจไทยหลายรายที่ประสบความสำเร้จในอินเดีย ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ได้หุ้นส่วนที่ดีครับ
แณณ
ในส่วนของเรื่องเล่าแบบนี้ เล่าได้จ๊ะ แม้จะเป็นฝ่ายในเพราะเป็นประสบการณ์ตรงของเราเอง
พี่นั้นมีความคิดเรื่องการนำเสนอทางเน็ตนานแล้ว จึงได้ขวนขวายจนทำเว็บเองได้(พอเป็น)
พี่คิดว่าหน้าที่ของเรา นักการทูต ส่วนหนึ่งก็คือการรายงานข้อมูลต่างๆ ที่น่าสนใจให้ประเทศซึ่งก็รวมถึงประชาชนด้วย ซึ่งประเด็นนี้ หลายคนอาจเห็นว่าไม่สำคัญ แต่พี่ให้ความสำคัญกับภาคประชาชน
พี่ถือว่าเราทำงานให้คนไทยด้วย จึงต้องหาทาง report to ประชาชนด้วย
G2K ก็เป็นสังคมของภาคประชาชน จึงน่าจะนำเสนอสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้
ทำไปเถอะจ๊ะ ถ้าเป็นประสบการณ์ตรงของเรา เป็นความรู้ที่น่าสนใจทั้งนั้น อย่างไรก็ดี ความเห็นต่างๆ หากเป็นความเห็นส่วนตัวก็ระบุไว้สักหน่อยว่าเป็นความเห็นส่วนตัว (ของฝ่ายใน)
เดินตามผู้ใหญ่...ได้เลย ยินดีถูกกัดก่อน....;)
พี่มักจะคิดนอกกรอบเสมอ จนอาจทำให้แปลก(ก็เลยเป็นแค่อย่างที่เป็นนี้ละ) แต่ก็มีความสุขที่จะได้เรียนรู้ ดูเล่นและเผยแพร่ความรู้เฉพาะตัว........
การได้ไปประจำการในต่างประเทศ เราต้องถือว่ามีโอกาสดีกว่าประชาชนทั่วไปแล้ว จึงต้องให้คืนแก่สังคม ก็คือประสบการณ์และความรู้ที่ได้ เท่าที่จะทำได้
อย่างที่พี่เคยบอก เราไปอยู่ประเทศต่างๆ ก็ไม่กี่ปี ก็ย้ายไปที่อื่นแล้ว อาจจะไม่มีโอกาสกลับไปอีกเลยในชีวิต ขณะที่อยุ่จึงควรหาความรู้เกี่ยวกับประเทศ คนและวิถีชีวิต โดยเฉพาะ logic ของคนท้องถิ่นให้ได้ เพราะนั่นคือการรู้จัก "เขา" อย่างแท้จริง
วันนี้ค่อยทุเลาจากหวัดอินเดียแล้ว เลยพอมีแรงสนทนาด้วย
เจริญสุขนะจ๊ะ
คุณ suksom
ถ้าทำให้คนอินเดียชอบอาหารไทยได้ ครัวไทยจะไม่มีจนครับ
พี่พลเดชครับ อยากจะรบกวนขอ เมลพี่หน่อยครับอยากจะขอคำปรึกษาเรื่องธุรกิจน่ะครับ
เผอิญว่า ผมกำลังทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านอาหาร เพื่อส่งออกต่างประเทศนะครับ
อยากจะขอความคิดเห็นน่ะครับ
ติดต่อได้ที่ poldejwแอทhotmail.com ครับ
ยินดีครับ