บันทึกรายรับรายจ่ายเล่มนี้เป็นบันทึกฉบับที่สองของดิฉัน เนื่องจากดิฉันเคยทำการบันทึกรายรับรายจ่ายาแล้วเมื่อตอนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่มีใครมาบังคับให้บันทึกแต่ดิฉันเป็นคนบันทึกมันเอง เนื่องจากต้องไปเรียนพิเศษที่กรุงเทพมหานคร ผู้ปกครองให้เงินมาบริหารจัดการให้การใช้เรียนระหว่างที่เรียนอยู่ที่กรุงเทพ ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออุปกรณ์ในการเรียน และค่าอาหารในแต่ละวัน โดยดิฉันต้องจัดสรรปันส่วนให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย เพราะก่อนหน้านี้ผู้ปกครองจะให้เงินมาใช้เป็นรายวันในการไปเรียน แต่พอได้เงินมากขึ้นต้องบริหารจัดการเงินเอง ทำให้ต้องรับผิดชอบมากขึ้น แต่รายรับรายจ่ายเล่มแรกนั้นก็เพียงแต่ให้ดิฉันได้แบ่งเงินให้เพียงพอต่อการใช้เท่านั้น แต่ก็ทำให้มีความประหยัดมากขึ้น แต่เมื่อได้มาบันทึกรายรับรายจ่ายเล่มนี้ ยิ่งทำให้เห็นถึงการใช้จ่ายได้อย่างชัดเจน ได้ทราบว่าในวันหนึ่งๆนั้นเราได้ใช้จ่ายอะไรไปบ้าง เมื่อเคยเกิดความสงสัยกับตัวเองว่าเงินของเราหายไปไหน ทำหายไปบ้างหรือเปล่า ทำไมถึงได้ลดลงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ความสงสัยเหล่านั้นได้หมดลงไปแล้ว เนื่องจากได้บันทึกการใช้จ่ายไปในแต่ละวัน บางเดือนเงินที่ผู้ปกครองได้ให้มาก็ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ต้องขอยืมเงินจากเพื่อน ทำให้เห็นแล้วว่าเราได้ใช้จ่ายไปกับสิ่งของที่ไม่ค่อยมีความจำเป็น จนทำให้เงินไม่พอใช้ พอได้เงินจากผู้ปกครองในเดือนใหม่ก็ต้องนำไปคืนเพื่อน แล้วในเดือนนี้ก็จะมีเงินไม่เพียงพอต่อการใช้อีก เกิดการวนเวียนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทำให้เราเสียนิสัย ดิฉันจึงปรับในการวางแผนในการใช้จ่ายเสียใหม่ โดยเว้นการซื้อของที่ไม่จำเป็นลง แต่ถ้าอยากได้จริงๆ ก็จะต้องเป็นเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายไปกับของที่จำเป็นเสียก่อน มิฉะนั้นเราก็จะมีเงินไม่เพียงพอต่อการใช้อีก เมื่อปรับการใช้เงินแล้ว จากเดิมที่มีเงินไม่พอใช้ ในขณะนี้ก็มีเงินเหลือไว้ออม หรือนำไปซื้อของที่อยากได้แล้ว อันที่จริงแล้วการประหยัดเป็นเรื่องที่ไม่ยาก โดยสิ่งแรกที่ควรทำก็คือ การตั้งใจ พยายามข่มใจตนเองให้ระงับความอยากในสิ่งที่ไม่จำเป็น ถ้าจะใช้จ่ายในแต่ละครั้งก็ควรคิดให้ดีเสียก่อน สังเกตง่ายๆ ว่าอย่าซื้ออาหารในเวลาที่เราหิวมากๆ เพราะเราจะซื้อมาเยอะเกินความจำเป็น สุดท้ายก็เหลือสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และต้องนึกเสมอว่า พ่อแม่ลำบากมากกว่าจะได้เงินมาให้เราใช้ ท่านเสียสละเสมอเมื่อลูกต้องการ แม้ว่าจะต้องลำบากแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นเราจึงประหยัดเพื่อช่วยเหลือท่าน แต่ก็ไม่ใช่งกเป็นกลายเป็นคนใจแคบ หรือแล้งน้ำใจ การประหยัดนั้นก็คือการรู้จักประมาณในการใช้จ่าย ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นและก่อให้เกิดประโยชน์ ตั้งใจทำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้เรามีเงินเก็บเงินออม แงะไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ต้องไปขอยืมเงินใครให้เกิดความทุกข์ใจอีก ถ้าเรารู้จักการบริหารจัดการในการใช้จ่ายเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก็จะเป็นการสร้างนิสัยที่ดี และเมื่อเราได้ทำงานมีเงินเดือนเป็นของตนเองแล้ว เราก็จะได้จัดสรรเงินได้อย่างเพียงพอต่อการใช้จ่าย ไม่เกิดหนี้สิน รู้จักการประหยัด และการออมอีกด้วย
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการบันทึกรายรับรายจ่าย
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
OOHOOH · 28 ก.พ. 2551
ดร. หัสชัย สิทธิรักษ์ · 28 ก.พ. 2551
ศิรินันท์ หุตะเศรณี · 28 ก.พ. 2551
ครูดอย · 28 ก.พ. 2551
ดร. หัสชัย สิทธิรักษ์ · 28 ก.พ. 2551
ประพันธ์(ติณ) · 28 ก.พ. 2551