ผมนัดกับภรรยาว่าจะไปเที่ยวจังหวัดต่างๆ ในช่วงเดือนมีนาคม ๕๑ ที่ผมถือเป็นเดือนปรับจังหวะชีวิต    เพราะผมจบชีวิตการเป็นผู้บริหารองค์กร เลิกทำงานจัดการ (management) หันไปเน้นทำงานหนุนเสริม หรือกำกับดูแล (governance)     การมีช่วงไม่ทำงานไม่รับนัดในเดือนมีนาคม จึงถือเป็นเดือนแห่งการพักผ่อนไปในตัว     โดยที่จริงๆ แล้วผมอยากใช้ในการเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ที่ผมอยากไปมานาน     และนัดกันว่าวันที่ ๑ - ๒ มี.ค. จะไปเที่ยวสระแก้ว     แต่ภรรยาขอให้เลื่อนเร็วขึ้น ๑ สัปดาห์     เราจึงไปกันวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ ๒๓ - ๒๔ ก.พ. 

         ที่เลือกไปสระแก้วเพราะไม่ไกล  มีทั้งแหล่งโบราณคดี  แหล่งธรรมชาติ  และจุดชายแดนเขมร ได้เห็นชีวิตผู้คนที่เราไม่คุ้นเคย    เรารวบรวมทีมได้ ๔ คน คือ ป้าอี๊ด  ต้อง (ลูกสาวคนที่ ๒) หมออมรา  และผม    นั่งรถไปด้วยกัน ๑ คันสบายๆ

        เราขับรถออกจากบ้านลาดพร้าวตั้งแต่เช้ามืด ไปทางมอเตอร์เวย์  เลี้ยวไปทางฉะเชิงเทรา ไปตามถนน ๓๑๔ จนถึงทางแยกไปกบินทร์บุรี เราก็เลี้ยวขวาเข้าถนน ๓๐๔ ไปทางกบินทร์     เพียง ๒๐๐ - ๓๐๐ เมตรเจอไฟแดงผมเลี้ยวซ้ายพาลูกทัวร์ไปกินก๋วยจั๊บที่ผมติดใจ     ชื่อร้านก๋วยจั๊บ กระเพาะปลา ตั๊กม้อ อร่อยที่สุดในฉะเชิงเทรา (ตามป้ายโฆษณา)    พอเลี้ยวซ้ายเข้าไปก็จะเห็นป้ายใหญ่อยู่ซ้ายมือ และตัวร้านอยู่ทางขวามือ     ถือเป็นการกินอาหารเช้าที่ผมเคยมากินเมื่อสิบปีมาแล้ว และติดใจอยู่จนบัดนี้     ผมกินก๋วยจั๊บ และซื้อกระเพาะปลาใส่ถุงเอาไปกินมื้อเที่ยง  

         แล้วเราขับรถไปตามถนน ๓๐๔ ผ่านพนมสารคาม ไปแวะชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ    ที่เป็น "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" ในการพัฒนาพื้นที่แห้งแล้งดินเลวให้กลับเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์    เป็นที่ศึกษาการพัฒนาดิน แหล่งน้ำ พันธุ์พืชป่า พันธุ์สัตว์ ประมง และ ชุมชนเข้มแข็ง    สภาพภายในบริเวณสวยงามร่มรื่น    มีต้นไม้ที่เราติดใจมาก เช่น ต้นโมกด่างตัดแต่งพุ่มเป็นทรงกรวยคว่ำ  ลำต้นโตมาก    ต้นลาน    ต้นเตยหนามที่ใบออกจากลำต้นเรียงเป็นเกลียวและมีราก อากาศยาวลงมาจนจรดดินมีลักษณะเป็นรากค้ำยัน ให้ความสวยงาม    เราเห็นนกสวยๆ หลายตัวขับรถต่อไปตามถนน ๓๐๔ จนพบถนน ๓๑๙ ก็เลี้ยวขวาเข้าถนน ๓๑๙ ไปสระแก้ว     เพื่อซื้อเสบียงอาหารเที่ยงเอาไปกินที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา     จากอำเภอเมืองสระแก้วมีป้ายชี้ทางไปอุทยานแห่งชาติปางสีดา     ซึ่งอยู่ห่างออกไป ๒๘ ก.ม.    หลังเข้าชม

         ผมสรุปว่า หัวหน้าอุทยานและเจ้าหน้าที่ควรได้รับการยกย่องสรรเสริญที่ทำหน้าที่ดูแลอุทยานและให้บริการแก่ผู้ไปเยือนอย่างดีมากน่าประทับใจ     เช่น เมื่อเราไปถึงประตูทางเข้า เจ้าหน้าที่รีบบอกเราว่าที่น้ำตกไม่มีน้ำเลย    เมื่อเราบอกว่าไม่เป็นไร มาถึงแล้วขอเข้าไปชม เขาก็บอกให้ไปซื้อบัตรผ่าน     เจ้าหน้าที่ถามว่ามีใครอายุเกิน ๖๐ บ้าง     คนอายุเกิน ๖๐ ถือว่าได้ทำงานรับใช้ชาติมามากแล้วสมควรได้รับการตอบแทนให้เข้าชมฟรี     เราจึงเสียค่าบัตรผ่านเพียงคนเดียว ๔๐ บาท กับค่ารถผ่าน ๓๐ บาท    ที่เคาน์เตอร์ขายบัตรผ่านมีแผ่นพับของอุทยานแห่งชาติปางสีดา และของอุทยานแห่งชาติตาพระยา    ซ้อนกันเป็นชุดๆ รวมเป็นตั้ง มียางยืดรัดอย่างเรียบร้อย    นักสังเกตอย่างผมรู้ทันทีว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้ผ่านการฝึกหรือพัฒนามาอย่างดี     ยิ่งได้ขับรถลึกเข้าไปข้างในอุทยาน    เข้าไปถึงจุดชมวิวที่อยู่ลึกจากน้ำตกถึง ๒๕ ก.ม. บนถนนลูกรังที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี มีป้ายบอกสภาพถนนแต่ละช่วงอย่างดีเยี่ยม ช่วยให้สามารถขับรถได้อย่างปลอดภัย     และมีป้ายบอกบริเวณที่อยู่ของสัตว์ป่า เช่น บริเวณที่อยู่ของหมูป่า  ของจระเข้น้ำจืด  ของช้าง เป็นต้น    นานๆ จะได้ชื่นใจกับการทำงานของหน่วยราชการ ผมจึงขอจารึกสดุดีไว้     เสียดายที่ไม่ทราบชื่อหัวหน้าอุทยาน

         จากอุทยานแห่งชาติปางสีดาเราขับรถออกมานิดเดียวก็เลี้ยวซ้ายไปตามถนน ๓๔๘๕ และเลี้ยวซ้ายเข้าถนน ๓๙๙๓ ไปทาง อ. ตาพระยา  แล้วตามป้ายบอกทางไปชมละลุ  ซึ่งเป็นคำที่เพี้ยนมาจากภาษาเขมร ลาลู แปลว่าแผ่นดินยุบ    เราตามป้ายบอกทางไปจนถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวละลุ บ้านคลองยาง  ต. ทัพราช  อ. ตาพระยา     เราพบคุณอาคม พันธุ์รักษา หนึ่งในกลุ่มไกด์นำชมละลุ พาเราไปดูพิพิธภัณฑ์ของเก่าที่ขุดได้จากบริเวณนั้น และบอกเราว่าชุมชนนี้เก่าในระดับที่มีหลักฐานกว่า ๔,๐๐๐ ปี    พิพิธภัณฑ์ชุมชนแบบนี้มีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก     น่าจะเป็นชุดโครงการวิจัยชาวบ้านที่ อบจ. สระแก้วให้ทุนสนับสนุนและเชิญ สกว. มาเป็นผู้จัดการงานวิจัย

         ระหว่างทางจากปางสีดาไปละลุถนนเปลี่ยว ไม่มีรถสวนเลย     และไม่มีเสาและสายไฟฟ้าขนานไปกับถนน    สองข้างทางเต็มไปด้วยป่ายูคา    และบนถนนในสระแก้ว เรามักพบรถบรรทุกไม้ยูคาของบริษัทดับเบิ้ลเอ     ทำให้ผมอยากขนานนามสระแก้วว่าเมืองยูคา หรือเมืองดับเบิ้ลเอ (บริษัทผลิตกระดาษตรา AA)

         รถที่พาเราไปชมละลุเป็นรถอีแต๋น ๒ ล้อลากด้วยรถไถ ๒ ล้อ    อีแต๋นนี้จริงๆ แล้วเหมือนนั่งเกวียนเพราะไม่มีแหนบช่วยลดการสะเทือนเลย     เป็นโอกาสแรกในชีวิตที่นั่งรถแบบนี้ มันสั่นคลอนไปทั่วตัว ให้ประสบการณ์ที่ประทับใจ     ยังดีที่เขาติดร่มคันโตไว้กันแดดให้    คุณอาคมชี้ให้เราดูชั้นดินที่เหลือจากที่ยุบลงไปว่ามี ๕ ชั้น    ชั้นที่สีดำๆ นั้นในหน้าฝนจะไม่มี  มีเฉพาะในฤดูแล้งและตอนกลางคืนส่วนนี้จะเรืองแสง     ๕ ชั้นนี้ มีทั้งเป็นดิน ทราย หินทรายและหินปูน    ผมสงสัยว่าชั้นดินแถวนี้ต่างจากที่อื่นอย่างไรจึงเกิดเป็นละลุขึ้น    คุณอาคมจำจากไปฝึกอบรมมาเล่าต่อ แต่ไม่ได้เอ่ยถึงส่วนที่เป็นชั้นเกลือในดินที่ละลายน้ำง่ายอย่างที่ผมได้ยินตอนไปชม Canyonlands ที่รัฐ Utah เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว      ผมบอกตัวเองว่า ละลุ คือ micro Canyonlands คือเล็กกว่าล้านเท่า   และเกิดขึ้นต่างกัน    เพราะ Canyonlands เซาะโดยแม่น้ำ     บริเวณที่เป็นละลุมี ๓ ที่  ที่เราไปชมอยู่ที่หมู่ ๑๒    เป็นบริเวณที่เล็กกว่าที่หมู่ ๑๕    ผมเห็นโอกาสพัฒนากิจการท่องเที่ยวชมละลุหลายด้าน     ทั้งด้านการพัฒนารถนำเที่ยว    พัฒนาไกด์    พัฒนาสินค้าที่ระลึก   และพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจากละลุ ต้อง (ลูกสาว) เป็นโชเฟอร์แทน และขับไปถามทางไปเพื่อจะไปปราสาทสด๊อกก๊อกธม จนออกถนน ๓๔๘ ต้องก็ขับด้วยความมั่นใจเพราะเคยมาหลายครั้ง เพื่อแจกทุนนักเรียนและมาค่ายสร้างอาคารให้โรงเรียน    และมีป้ายบอกทางไปปราสาทสด๊อกก๊อกธมอย่างดีด้วย    

         ปราสาทสด๊อกก๊อกธมอายุ ๑,๑๐๐ ปี สมัยชัยวรมันที่ ๔  เก่ากว่านครวัด นครธม ซึ่งสร้างโดยชัยวรมันที่ ๗    ปราสาทสด๊อกก๊อกธมเป็นเทวสถานในไศวนิกาย คือเคารพพระอิศวร ดังนั้นสิ่งที่เอามาเป็นวัตถุบูชาคือศิวลึงค์ ตั้งอยู่ที่ปราสาทองค์ประธานซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการปฏิสังขรณ์ เข้าไปไม่ได้

         มีไกด์อาสาสมัครเป็นเด็กนักเรียนจากโรงเรียนใกล้ๆ ๒ คน คนผู้หญิงอยู่ชั้น ม. ๕  ผู้ชายอยู่ ม. ๑ ชื่อ สุรเชษฐ  รู้เรื่องต่างๆ มากกว่า  ช่วยอธิบายตอบคำถาม    และจากการคุยกับชาวบ้านผู้ คลั่งใคล้สมบัติโบราณสถานของท้องถิ่นชื่อ ชัยรัตน์ สกุลพราหมณ์ ที่เป็นคล้ายๆ หัวหน้าไกด์อาสาสมัคร     ผมใช้วิธีสร้างเหตุการณ์ในอดีตว่าสถานที่นี้ใช้ทำอะไร    คำตอบคือทำพิธีบูชาพระเจ้าคือพระศิวะ เราไปยืนตรงถนนหินทางเดินเข้าด้านหน้าปราสาทซึ่งหันไปทางทิศตะวันออก     มีคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่เดินเข้ามาในเทวาลัยผ่านถนนนี้ได้ คนทั่วไปไม่มีสิทธิ์ ต้องมากราบไหว้อยู่ด้านหลังของเทวาลัย     คนกลุ่มเล็กๆ นี้อยู่ใน ๓ วรรณะ คือ กษัตริย์  พราหมณ์และตัวแทนเทพเจ้า

         เราลองทำตัวเป็นคนโบราณกลุ่มนั้น เดินขึ้นบันไดหินศิลาแลงซึ่งมีเพียง ๓ - ๔ ขั้น ไปยังซุ้มประตู (โคปุระ) ชั้นแรกซึ่งจริงๆ แล้วมีหลังคาไม้ แต่เราเห็นแต่หินที่เมื่อเทียบกับอาคารหินของอียิปต์แล้วความประณีตต่างกันมาก คือของปราสาทขอมนี้ไม่ได้ขัดผิวหินให้เรียบอย่างของอียิปต์    รอยต่อระหว่างหินแต่ละก้อนไม่สนิทอย่างของอียิปต์    แต่ขนาดของก้อนหินบางก้อนก็ใหญ่มากขนาดยาวกว่าเมตร กว้างและสูงกว่าฟุต     ผมถามว่ารูที่ก้อนหินใช้ทำอะไรสุรเชษฐตอบว่ามี ๒ วัตถุประสงค์ คือ ใช้ในการเคลื่อนย้ายหินกับใช้เป็นรูใส่แกนช่วยให้หินเรียงกันอย่างมั่นคงไม่เลื่อน  และชี้ให้ผมดูเทคโนโลยีซ่อมหินโบราณ     เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้และไม่ได้ถ่ายรูปเด็กนักเรียน ๒ คนกับคุณชัยรัตน์ ไว้     ต้องจำคุณชัยรัตน์ได้ ว่าเป็นไกด์อธิบายคล่องไฟแลบตอนต้องมากับญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว

         ที่ซุ้มประตูชั้นที่ ๒ มีห้องซ้ายขวา ด้านหนึ่งเป็นที่เก็บเครื่องแต่งกายและสิ่งของที่ใช้ในพิธี  อีกด้านหนึ่งเป็นห้องแต่งตัวของนางรำ  เราไปสิ้นสุดได้แค่นั้น เพราะปราสาทองค์ประธานยังอยู่ระหว่างปฏิสังขรณ์     ที่ผมชอบคือมีอาคารห้องสมุดด้วย เรียกว่าบรรณาลัย    เป็นห้องสมุดโบราณซึ่งหมายความว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีไว้สำหรับคนส่วนน้อยมากๆ     สมัยนั้นความรู้มีไว้สำหรับคนส่วนน้อย     ผมอยากให้กรมศิลปากรจัดทำวีซีดีพิธีกรรมโบราณของแต่ละปราสาทไว้ให้ผู้มาเยี่ยมชมซื้อไปดู และมีห้องฉายให้นักท่องเที่ยวดูด้วย จะช่วยให้ผู้คนได้ความรู้โบราณคดีได้อย่างง่าย     คำบรรยายควรช่วยให้เห็นว่าชีวิตผู้คนธรรมดาในสมัยนั้น แตกต่างจากคนธรรมดาในสมัยนี้อย่างไร    เราจะได้รู้สึกขอบคุณอารยธรรมมนุษย์ที่ได้ปลดปล่อยคนธรรมดาสามัญให้มีเสรีภาพ มีโอกาสได้เรียนรู้ มีสิทธิ์มีเสียงในบ้านเมือง     แตกต่างจากสมัยพันปีก่อนอย่างมากมาย

         ปราสาทนี้อยู่ห่างจากศูนย์กลางของอาณาจักรขอมแถวลุ่มน้ำโขงประมาณ ๒๐๐ ก.ม. เศษ   บริเวณนี้จึงเป็นเมืองหน้าด่าน    ปราสาทจึงเป็นที่รวมใจ รวมศรัทธา (แกมกลัว) คนแถวนั้นให้ผูกอยู่กับศูนย์กลางของอาณาจักร     พิธีกรรมบูชาพระศิวะที่กษัตริย์มาทำปีละครั้งเป็นการแสดงแสนยานุภาพในการติดต่อกับพระเจ้า ให้คนแถวนี้เห็น ตอกย้ำอำนาจของกษัตริย์

         ไกด์น้อยสุรเชษฐ เล่าว่าปราสาทนี้เสียหายมากในช่วงปี ๒๕๑๒ เพราะมีคนเขมรหนีเข้ามาอยู่ถึง ๑.๒ แสนคน     และโดยเขมรแดงระดมยิงเข้ามาอย่างหนัก     บริเวณนี้อยู่ห่างชายแดนเขมรไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร    และเคยโดนรัฐบาลกัมพูชาทวงคืนว่าเป็นของเขาด้วย

         เราอาศัยเอกสารท่องเที่ยวสระแก้วของ ททท. ที่ทีมคุณชัยรัตน์แจกมา ได้หมายเลขโทรศัพท์ของโรงแรมในอรัญประเทศ  จึงโทรไป๐ ๓๗๒๒ ๓๖๕๕ จองห้องของโรงแรมอรัญเมอร์เมด ที่ต้องเคยมาพัก และรู้ว่าคุณภาพใช้ได้     เราได้ราคาข้าราชการคืนละ ๘๕๐บาท  ลด ๑๐๐ บาท    ห้องสะอาด หมออมราชอบ    แต่ผมรู้สึกว่าแอร์ไม่ดีแม้จะเย็นก็เย็นแบบชื้นๆ อึดอัด ไม่โปร่งโล่งสบาย อย่างนอนที่บ้าน    ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นผมพบว่าอากาศนอกอาคารโรงแรมบริสุทธิ์กว่าในโรงแรม ไม่ว่าในห้องพัก หรือที่ล้อบบี้     ผมชักสงสัยว่าตนเองชักจะติดสุขเกินชีวิตที่พอเพียงหรือเปล่า

         เมื่อเข้าเมืองอรัญประเทศ ทีมเราหมดแรง ชวนกันเข้าโรงแรมแทนที่จะไปชมปราสาทเขาน้อยสีชมพูยามเย็นอย่างที่ตั้งใจไว้เดิม    พัก ๑ ชั่วโมงก็ออกไปหาข้าวต้มกิน    ไปพบร้านข้าวต้มสองสหาย บนถนน ๓๓ ดูโหงว เฮ้งใช้ได้     และผลคือไม่ผิดหวัง     ผมติดใจตีนไก่น้ำแดง ที่เขาทอดก่อนตุ๋น น้ำแดงจนยุ่ย     หมออมราราติดใจปลาอินทรีทอดที่ สะเด็ดน้ำมันดีมาก    อาหารอร่อยและราคาถูกคือเราสั่งกับข้าว ๕ จาน ข้าวต้ม ๖ ถ้วย น้ำแข็ง น้ำ รวม ๒๕๐ บาทเท่านั้น    เรานั่งกินบนทางเท้าริมถนนแทนที่จะเข้าไปนั่งในห้องแอร์ เพราะอากาศตรงที่เรานั่งเย็นสบาย    ถนน ๖ เลน รถไม่มาก อากาศไม่เสีย 

วันที่ ๒๔ ก.พ. ๕๑
         เป้าหมายของวันอาทิตย์ที่ ๒๔ คือตลาดโรงเกลือ  ปราสาทเขาน้อยสีชมพู  และเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรีระหว่างทางกลับ     แต่จากคำบอกเล่าและอ่านเอกสารเราก็ตัดปราสาทเขาน้อยสีชมพูออกไป     โดยผมเข้าใจแล้วว่าเป็นปราสาทเก่าที่สุดในบริเวณนี้อายุ๑,๔๐๐ ปี

         ตลาดโรงเกลืออยู่ห่างจากตัวอำเภออรัญประเทศเพียง ๖ ก.ม. เป็นตลาดใหญ่มาก     ดูจากอินเทอร์เน็ตว่ามี ๓,๐๐๐ ร้าน    สิ่งที่ผมประทับใจคือได้เห็นชีวิตผู้คน คนเขมรข้ามแดนมาเป็นพนักงานขายของในร้าน  เป็นกุลีขนของ โดยใช้รถเข็นไม้ที่รกรุงรังมาก    บางคันใหญ่มากมีผู้ชายลาก ผู้หญิงคุมอยู่ข้างหลัง ผมเดาว่าเป็นทีมผัวเมีย     มีบางคันที่ใช้จักรยานพิเศษสำหรับคนขาด้วนนั่งใช้มือปั่น  (ในกัมพูชามีคนโดนกับระเบิดขาด้วนจำนวนมากมาย)     ได้เห็นรถทัวร์จากกรุงเทพมาจอดให้คนลงทีละคันๆ ตลอดเวลา     มีรถแท็กซี่จากกรุงเทพมาส่งคนและจอดรอ    ต้องบอกว่ามีรถทัวร์จากสุวรรณภูมิ และจากกรุงเทพพาคนมาเล่นการพนันที่บ่อนในกัมพูชาติดชายแดน     เราได้เห็นเส้นทางสินค้าชายแดน     ทำให้ผมคิดว่าชุดโครงการวิจัยชายแดนน่าจะมีอยู่ตลอดเวลา     ผมได้แผ่นพับชักชวนให้ชาวบ้านแจ้งเบาะแสการค้ามนุษย์จากสำนักงานท่องเที่ยวละลุ  แสดงว่าที่ชายแดนเขมรนี้มีปัญหานี้แน่นอน


         ป้าอี๊ดนักช้อปมีความสุขมากที่ได้เดินดูของ     แต่เอาเข้าจริงคนที่ซื้อของได้มากที่สุดคือผม ได้เข็มขัดหนังแท้ (ปลอม) ยี่ห้อโปโล(ปลอม) ราคา ๓๐๐ บาท (ต่อได้จาก ๖๕๐)     และไฟฉายจีนแสงไฟสีขาวออกฟ้า ใช้ถ่าน AA ก้อนเดียว ราคา ๘๐ บาท (ต่อได้จาก ๑๐๐)    ส่วนป้าอี้ดได้รองเท้าราคา ๑๕๐ บาท    เราคุยกันว่าการมาซื้อของที่นี่ต้องทำใจว่ามาซื้อของปลอม  หรือสินค้ามือสองที่เป็นของแท้    แต่ไม่ว่าจะสินค้าอะไร ต้องดูของเป็นและต่อราคาเป็น

         ผมเล่าสภาพของกุลีเขมรตามที่ผมสังเกตเห็นให้หมออมราฟัง     เธอไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย     เธอคงจะมีสมาธิกับการเดินดูของเสียจนไม่ได้ดูคน    ผมชอบดูคนมากกว่าดูของ

         หมออมราเป็นผู้ตัดสินใจเปลี่ยนโปรแกรมการเดินทาง ให้เพิ่มปราจีนบุรีเข้าในโปรแกรมขากลับ    เราผลัดกันขับรถไปตามถนน ๓๓ผ่านสระแก้ว  กบินทรบุรี    และเลี้ยวเข้าถนน ๓๔๕๒ เพื่อลัดเข้าปราจีน    พอถึงสามแยกเล็กๆ ทางไปบ้านดงบัง ซึ่งมีป้ายโฆษณารัศมีรีสอร์ท เราก็เลี้ยวขวาเข้าไปชมไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งมีร้านขายตลอดทาง     และคนขายมีอัธยาศัยดีมาก    ให้ข้อมูลไปยังร้านที่มีต้นไม้ที่เราต้องการ     ป้าอี๊ดนักปลูกต้นไม้คุยสอบถามความรู้ไปตลอดทาง     ต้องรู้จักกับคนที่บ้านดงบังที่ปลูกสมุนไพรให้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ที่ ภก. สุภาภรณ์ ปิติภรณ์ เป็นหัวหน้าทีมผลิตยาสมุนไพร มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ    แต่เราไปไม่ถึงบ้านดงบังส่วนที่ปลูกสมุนไพร     เพราะเลยเที่ยงแล้ว     เราเล็งไปกินอาหารที่ร้านริมแม่น้ำปราจีน ที่เมื่อปีที่แล้วทีม รพ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ พาต้องกับทีมญี่ปุ่นมากิน    ต้องโฆษณาว่ากุ้งแม่น้ำตัวโตมากกกและสด จนเรามุ่งมั่นต้องไปกินให้ได้     และถาม ทางคลำทางฟื้นความจำจนพบ    ชื่อร้านอาหารชมชล โทร 087 132 4283 และ 037 212 313 ร้านอยู่ฝั่งเดียวกับ รพ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ เลยไป 500 เมตร     ผมช่วยโฆษณาต่อ ว่าอาหารอร่อยจริงๆๆๆ     และราคาไม่แพง แขกทุกโต๊ะสั่งกุ้งแม่น้ำเผา ซึ่งตัวโตมากคนละตัวก็อิ่มแล้ว

         ที่กบินทร์บุรี เราแวะปั๊ม ปตท.    ผมซื้อแผนที่ ๗๖ จังหวัด เที่ยวทั่วไทย  ข้อมูลล่าสุด ปี ๒๕๕๐ - ๒๕๕๑ โดยนายรอบรู้ www.NaiRobRoo.com     เอามานั่งดูที่ร้านชมชล รู้สึกเหมือนเทวดาดลใจ    เพราะผมบอกภรรยาว่า หลังจากเดือนมีนา เราน่าจะไปเที่ยวแบบนี้เดือนละครั้ง เป็นการเที่ยวเมืองไทย     แผนที่ฉบับนี้จะเป็นลายแทงการท่องเที่ยวที่ดีเยี่ยม    นอกจากนั้นผมยังมีแผนจะไปขอเอกสารท่องเที่ยวจาก ททท. มาเตรียมการเที่ยวแต่ละสถานที่ล่วงหน้า

         เจ้าของร้านชมชลแนะนำให้ไปเที่ยวงานมะปรางหวานที่บริเวณระหว่างโรงเรียนปราจีนกัลยาณีและโรงเรียนปราจีนราษฎร์อำรุง     ป้าอี๊ดต้องการซื้อมะยงชิดส่งไปให้เพื่อนที่เชียงใหม่ที่เพิ่งฟื้นจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ     และผมได้รองเท้าแตะหนังเย็บมือมาอีกคู่หนึ่งเพราะดูท่าทางคุณภาพดีราคาร้อยเดียว 

         เราได้รับคำแนะนำให้มาทางถนน ๓๐๖๙ ไป อ. ศรีมหาโพธิ     ระหว่างทางเราเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงชนบทที่ไม่มีหมายเลข เป็นทางลัด (มีป้ายบอกทาง) แล้วเลี้ยวขวาสู่ถนน ๓๐๗๐   ไป อ. ศรีมโหสถ (เดิมชื่อ อ. โคกปีบ) เพื่อชมเมืองโบราณศรีมโหสถ    เราไปไหว้ต้นศรีมหาโพธิ ที่นี่มีมัคคุเทศก์น้อย ป. ๓ - ๖ มาจาก รร. วัดต้นศรีมหาโพธิ ๔ คนมาเป็นผู้อธิบาย   ต้นโพธินี้อายุกว่าพันปีบางที่ว่ากว่า ๒ พันปี     จากนั้นเราไปที่ที่ว่าการอำเภอเพื่อไหว้หลวงพ่อทวาราวดี อายุกว่าพันปี สลักจากหินทราย    ชาวบ้านขุดได้จากบริเวณใกล้ๆ     จุดสุดท้ายคือโบราณสถานสระมรกต ที่มีอโรคยาศาล และพระพุทธบาทคู่     หน้าอโรคยาศาลมีบ่อน้ำที่ยังใช้ได้ดีในขณะนี้    เราไม่ได้เดินไปดูสระที่อยู่ข้างหลัง     จะเห็นว่าบริเวณนี้มีทั้งอิทธิพลของพุทธและพราหมณ์อยู่ด้วยกัน    และในเวลานี้ก็ยังมีการถือผีหรือโชคลางปนอยู่อย่างแยกไม่ออก    ที่นี่มีเด็กนักเรียนประถม ๔ - ๕ จากโรงเรียนบ้านสระข่อยผลัดเวรกันมาเป็นมัคคุเทศก์น้อย     เด็กเหล่านี้รู้จักกับมัคคุเทศก์น้อยโรงเรียนวัดต้นศรีมหาโพธิด้วย  
 
         เรากลับกรุงเทพโดยย้อนทางเดิม ใช้ถนน ๓๐๔  ผ่านพนมสารคาม  ฉะเชิงเทรา  เข้ามอเตอร์เวย์ กลับบ้านลาดพร้าวและบ้านปากเกร็ดตามลำดับ

    
สวนเตยหนามในศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ความงามของป่า ณ จุดชมวิว อุทยานแห่งชาติปางสีดา 
    
ป่างามบริเวณเหนือน้ำตกปางสีดาที่ไม่มีน้ำเลย                        ละลุ 
    
ชั้นดินที่กำลังยุบตัวบริเวณละลุ ปราสาทสด๊อกก๊อกธม ถ่ายจากมุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซ้ายมือคือบรรณาลัย  ตรงกลางคือโคปุระชั้นที่ ๒  ขวามือคือบรรณาลัยอีกหลังหนึ่ง 
    
ปราสาทสด๊อกก๊อกธม ถ่ายจากโคปุระชั้นที่ ๒ ไปทางทิศตะวันตปราสาทองค์ประธานอยู่ด้านหลัง  ตลาดโรงเกลือกับพนักงานเข็นของชาวเขมร 
    
ตลาดโรงเกลือ รถจักรยานขนของแบบพิเศษ ให้คนขาขาดเป็นพนักงานปั่น  ต้นศรีมหาโพธิ ที่ อ. ศรีมโหสถ 
    
พระพุทธรูปทวาราวดี  อโรคยาศาล กับอาคารคลุมรอยพระพุทธบาทคู่