การวิจัยเชิงปฏิบัติการ คือการวิจัยในชั้นเรียน

           วันนี้หลังจาก สอนซ่อมเสริมเด็กชั้น ป.6  ค่อนข้างเหนื่อยเล็กน้อย เดินลงไปหาคุณแม่ที่ขายหมูปิ้ง หน้าโรงเรียน กะว่าจะหาอะไรกินรองท้องสักหน่อย  พอดีผมได้นำผลงานเด็กติดมือมาด้วย เป็นผลงานเด็กในสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (อังกฤษ) ของนักเรียนชั้น ป.5 เป็นการนำเอาคำศัพท์ ประโยคและสำนวนต่าง ๆ ที่นักเรียน เรียนมาทั้งเทอม โดยให้จัดทำเป็นหนังสือการ์ตูน  บังเอิญ มีครูที่เป็นเวรดูแลเด็กที่หน้าประตูโรงเรียน ยังไม่กลับ เห็นเข้า ทักว่า "โอ้โหครูบรรเจิด ผลงานเด็ก สำหรับใช้ในงานวิจัยเพียบเลยนะ"  ผมก็เลยตอบเขาว่า "ไม่ใช่หรอกครับ ผมทำ ภาษาไทย นี่เป็นงานภาษาอังกฤษ" พอเห็นครูเขาสนใจงานเด็ก เลยถือโอกาสโชว์งานของเด็กเลย เลยบอกว่า  เนี๊ยะ เด็กทำเองนะครับ 1 เล่ม 10 หน้ากระดาษ แต่ก็มีหลายคนทำ  3 หน้า 4 หน้าบ้าง แล้วแต่เด็กจะคิดได้" เพื่อนครูเขาก็บอกว่า "เออไม่น่าเชื่อเนาะว่าเด็กจะทำได้ คิดได้อย่างไร" ผมเลยถามครูเขาต่อว่า "พี่เห็นอะไร ในงานชิ้นนี้ไหม" อาจารย์เขาตอบว่า  "สวยดีครับ   เด็กผม ป.2 ผมให้งาน ง่ายมาก คัด A - Z ก็เพียงพอแล้ว เด็กไม่รู้อะไรซักอย่าง "  แล้วก็หัวเราะ  หลังจากนั้นเขาก็ส่งงานเด็กคืนให้ผม  ผมก็ว่าจะบอกเขาเรื่อง งานเด็กมันสำคัญนะ แต่ไม่ทันพูด พอดีมีเด็กบอกว่ามีเพื่อนครูมาหา เลยแยกออกมาก่อน ในบันทึกนี้เลยอยากมาเล่าให้ฟัง  ก่อนหาโอกาสแนะนำเพื่อนครูในโรงเรียน เผื่อมีใครอ่านแล้วน่าจะเก็บไปคิด และปฏิบัติตาม 

         ในการมอบหมายงานเด็กคุณเชื่อไหมครับว่า ถ้าเราคิดว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่จะต้องมีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีค่าแค่ให้คะแนนเด็กแล้วจบไป   จะมีค่าอีกครั้งเมื่อเจอรถรับซื้อของเก่า  คุณเชื่อใหมว่าคุณทำบาปให้กับเด็ก    เมื่อหลายปีผ่านมา ผมก็เคยคิดเหมือนกับที่ข้อความข้างต้นเหมือนกัน เวลาสั่งงานก็คิดว่าเป็นเครื่องมือช่วยในกรณีที่ ไม่อยู่ ติดธุระ  ปัจจุบันนี้ผมหวงผลงานเด็กมากนะครับ ทะเลาะกับแม่ประจำเรื่อง ห้องนอนรกไปด้วยกระดาษ อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ  ที่ผมหวงเพราะแบบนี้ครับ

          1. งานเด็กทุกชิ้นที่เราให้ทำ ต้องวิเคราะห์ พิจารณา

                - เด็กสามารถนำความรู้ที่เรียนมาทำได้หรือเปล่า

                - เด็กมีความคิดอยู่ในขั้นใหน  เชื่อมโยง   หาเหตุผล  คิดเป็นระบบ ขั้นตอน  ฯลฯ

                - การแก้ปัญหาเด็กปรากฎในงานหรือเปล่า

                - ความพยายามอดทน ฉันทะในงาน ของเด็กมีแค่ใหน

                - นักเรียนมีความประณีต เรียบร้อย เพียงใด

                - มีส่วนใหนบ้างที่ต้องซ่อมเสริม

                - มองเห็นเรื่องของการคิดเชิงคุณธรรม จริยธรรมในงานชิ้นนั้นใหม

            2.  เราให้คะแนนเด็กเป็นธรรมหรือยัง

               - คะแนนตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้

               - คะแนนความพยายาม (จากร่องรอยและกระบวนการทำงาน แก้แล้วแก้อีก จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เราสามารถให้คะแนนจากการเปรียบเทียบผลงานกับศักยภาพของแต่ละคน ไม่ใช่วัดจากการนำผลงานแต่ละคนมาเปรียบเทียบกัน

               - คะแนนการประสบผลสำเร็จ (ในฐานะที่เราเป็นครูค่อนข้างรู้ว่า เด็กแต่ละคนมีศักยภาพที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราก็ควรจะมีคะแนนในการประสบผลสำเร็จ ตามศักยภาพของเด็กที่พึงมีแต่ละคนด้วย เราไม่อาจวัดเรื่อง การประสบความสำเร็จในงานระหว่างเด็กเก่งและเด็กอ่อน  ระหว่างเด็กชาติพันธุ์และเด็กในเมืองได้ ดังนั้นไม่จำเป็นผลงานที่ดีแต่ไม่สมกับความสามารถของเด็กเก่ง จะได้รับคะแนนมากกว่า  ผลงานที่ดีไม่เทียบเท่าคนอื่นของนักเรียนอ่อน เป็นต้น)

            3. ลองสอบถามดูเบื้องหลังการทำงานของเด็กใหม

               เช่น ในการให้นักเรียนทำงานส่งอาจเป็น รายงาน โครงงาน หรือชิ้นงาน ที่ต้องใช้เวลาในการทำ แล้วเรากำหนดเวลาส่ง แต่เด็กส่งไม่ทัน เราเคยสอบถามกระบวนการทำงานตอนที่เราไม่เห็นหรือเปล่า  ตัวอย่างเช่น เคยมีเด็กในห้อง ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย(ทำหนังสือการ์ตูนภาอังกฤษ ไปคุยกับแม่เด็กว่า เด็กอยู่บ้านเที่ยวเก่งใหม แม่เขาก็บอกว่า งานที่ผมให้ลูกเขาทำนั้น 2 อาทิตย์ ก็ไม่เสร็จ ไม่รู้ว่าส่งหรือยัง ผมก็บอกว่ายังครับ แล้วถามแม่เด็กต่อว่า ทำไมครับ  แม่เด็กบอกว่า ลูกไม่ยอมให้ช่วยเลย (จริง ๆแล้วแม่ก็เป็นครู แต่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ(เขาบอกเองครับ) ) นั่งทำที่ผมให้แก้ แก้แล้วแก้อีก ไม่สะอาด ไม่ดี ทำใหม่ จนกระทั่ง ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จนกระทั่งไม่ดูทีวีเลยก็มี ผมก็คิดในใจว่า เด็กจะรู้สึกอย่างไรหนอ ถ้าเราตอบว่า "ทำไมมาส่งช้า ไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ ครูว่าจะหักคะแนนเธอ" เด็กจะรู้สึกอย่างไรหนอ?

           4. เคยเอาผลงานเด็ก มีนั่งขีดเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือบ้างหรือเปล่า

              การทำผลงานของเด็กหนึ่งชิ้น เด็กมีความภาคภูมิใจมากนะครับที่ผลงานของเขาออกมาแล้วครู ตรวจทาน ให้แก้ ยิ่งแก้แล้วแก้อีก เด็กยิ่งรู้ว่ามันมีค่า แต่ครูเคยคิดว่ามันมีค่าบ้างหรือเปล่า  งานที่ออกมาไม่ใช่แค่ตีเป็นคะแนน แล้วจบ ความมีฉันทะในงานของเด็ก ความต้องการให้เป็นที่พอใจของครูเด็กเขามีวิธีการอย่างไร สิ่งเหล่านี้ เราไม่เคยนั่งเขียนเป็นจริงเป็นจัง สิ่งเหล่านี้ มันช่วยให้เราต้องแก้ไข/ซ่อมเสริมเด็ก ในส่วนที่เด็กกำลังรอคอยอยู่

           5. เคยสะท้อนผลงานเด็กที่ส่งเราแล้วไปปรับปรุงการสอนหรือเปล่า

               เคยมีคำพูดหนึ่ง บอกว่า "อ๋อเด็กคนนี้มันไม่ฉลาด เคยสอนตั้งแต่รุ่นแม่มันแล้ว มันไม่ฉลาดเหมือนแม่มันนั่นแหละ" ถามว่า ครูคนนี้เจ๋งใช่ใหม รู้และจำแม้กระทั่งประวัติของแม่เด็กแล้ว

คำตอบ เขาก็รู้แต่ก็ไม่เห็นจะแก้ไขเด็กอย่างไร ไม่แน่ใจว่าเจ๋งหรือเปล่า 

               ดังนั้นที่เขียนมาทั้งหมด ก็อยากจะสะท้อนแทนเด็กทั้งหลายที่ไม่มีโอกาสได้ระบาย ว่า

ผลงานของหนู/ผม มีค่าแค่ใหน?