มาตรฐานการปลูกสร้างและมาตรการพิทักษ์ความปลอดภัยของเคหสถาน

กฎหมายว่าด้วยมาตรฐานการปลูกสร้างและมาตรการพิทักษ์ความปลอดภัยของเคหสถาน ในประเทศญี่ปุ่น

ผู้เขียนได้เดินทางไปยังกระทรวงที่ดินและคมนาคม ประเทศญี่ปุ่น  ในการนี้ นายอิชิซากะ ซาโตชิ รองหัวหน้าแผนกการผลิตเคหะสถาน กรมการเคหะ กระทรวงที่ดินและคมนาคม ได้บรรยายสรุปให้ผู้เขียนทราบ ดังนี้

พระราชบัญญัติการรับประกันคุณภาพของเคหสถาน

วัตถุประสงค์ของการตราพระราชบัญญัตินี้เพื่อกำหนดมาตรฐานตัวชี้วัดเกี่ยวกับการปลูกสร้างอาคารที่อยู่อาศัยและระบบการประเมินผลในการปลูกสร้างดังกล่าว และพัฒนาระบบการระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการเคหะและกำหนดความรับผิดเพื่อความบกพร่องในสัญญาซื้อขายบ้าน (ที่ก่อสร้างใหม่) เพื่อเป็นประกันคุณภาพของเคหสถาน คุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ซื้อบ้าน และพร้อมที่จะแก้ปัญหาหรือระงับข้อพิพาทโดยทันทีเกี่ยวกับการเคหะ นอกจากนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตให้มีเสถียรภาพและพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ  พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ. ๒๐๐๐ เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่ได้ถูกใช้สอยในการก่อสร้างอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัยซึ่งมีอยู่อย่างหนาแน่นแทนพื้นที่ทางการเกษตร ปัญหาใหญ่ก็คือการสร้างบ้านเรือนของประชาชนยังไม่มีมาตรฐานการแสดงถึงคุณภาพที่ชัดเจน ประกอบด้วยประเทศญี่ปุ่นมักจะเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง การออกบทบัญญัติดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยจากอาคารบ้านเรือนมากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ ได้มีกระแสความเดือดร้อนของผู้บริโภคที่กล่าวถึงความเป็นพิษที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยเนื่องจากสารเคมีในอาคารที่อยู่อาศัย (sick house) ซึ่งควรได้รับการดูแลแก้ไข

ทั้งนี้ ได้กำหนดมาตรการในการดำเนินการตามกฎหมายดังนี้

๑. กำหนดเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพของเคหะสถานประเภทต่างๆ เพื่อใช้เปรียบเทียบขึ้น

๒. จัดตั้งองค์กรประเมินผล (องค์กรภาคเอกชน)ทำหน้าที่ประเมินประสิทธิภาพเคหะสถาน (ขณะนี้มีทั้งหมด ๙๓ แห่งทั่วประเทศ) โดยอาคารที่ได้รับการประเมินจะได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพ

๓. เคหะสถานที่สร้างใหม่จะต้องปลูกสร้างให้มีคุณภาพโดยต้องผ่านการรับรองการประเมินผลโดยจะมีอายุของการรับประกันเป็นเวลา ๑๐ ปี

๔. จัดตั้งหน่วยงานพิจารณากรณีพิพาทนอกศาลโดยการช่วยพิจารณาไกล่เกลี่ยคู่กรณี และให้บริการตรวจสอบข้อบกพร่องที่เกิดจากการก่อสร้างอาคาร ซึ่งมีวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญและทนายความคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ (ขณะนี้มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ๕๑ แห่ง)

การออกมาตรการในการแก้ไขปัญหาสารเคมีภายในเคหะสถาน (sick house)

อาคารบ้านเรือนของชาวญี่ปุ่นในปัจจุบันเป็นอาคารหลังเล็ก เน้นประโยชน์ใช้สอยสูงสุดและจะเป็นพื้นที่อับอากาศถ่ายเทไม่สะดวกประกอบกับได้มีการใช้สารเคมีเป็นองค์ประกอบในวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย ดังนั้น กระทรวงที่ดินฯ โดยคณะกรรมการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับสุขอนามัยในเคหะสถาน จึงได้ออกมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้

มาตรการป้องกัน

กำหนดการใช้วัสดุที่มีคุณภาพโดยกำหนดคำเกรดคุณภาพ ๓ ระดับ จัดตั้งคณะค้นคว้าวิจัยเพื่อกำหนดมาตรการด้านอากาศภายในอาคารและดำเนินการค้นคว้าวิจัยกำหนดมาตรการต่างๆ ได้แก่ กำหนดค่าความเข้มข้นของสารเคมีที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เฟอนิเจอร์ในเกณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย กำหนดมาตรฐานคุณสมบัติกลางของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง เป็นต้น และที่สำคัญคือระบบการแสดงประสิทธิภาพของเคหสถานและการประเมินผล

มาตรการให้คำปรึกษา

จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูบูรณะเคหะสถานเพื่อช่วยพิจารณากรณีพิพาทที่เกิดจากปัญหา (sick house) และการให้คำปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อให้คำปรึกษาที่ถูกจุด การให้ยืมอุปกรณ์ตรวจวัดความเข้มของสารฟอร์มัลดีไฮด์ซึ่งองค์การประกันความปลอดภัยเคหะสถานซึ่งเป็นองค์กรเอกชนได้จัดเตรียมไว้ให้หน่วยงานทั่วประเทศได้สามารถบริการตรวจวัดและให้ยืมแก่ผู้บริโภค

ข้อคิดเห็นของผู้เขียน

ประเทศไทยอาจมีปัญหาด้านสุขภาพจากที่อยู่อาศัยที่มีสารเคมีทำลายสุขภาพเพิ่มขึ้น  ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะหน่วยงานกลางในเชิงนโยบายด้านชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในฐานะผู้บริโภคควรเริ่มต้นศึกษาโดยการรวบรวมข้อมูลและเฝ้าติดตามกรณีที่เกิดปัญหากับผู้บริโภคในเรื่องของสุขภาพ เช่น สารเคมีภายที่ใช้ในบ้านเรือนก่อให้เกิดพิษตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็กเล็ก เป็นต้น  นอกจากนี้ รวมทั้งปัญหาอื่นๆ ที่เป็นข่าว ควรมีการรวบรวมและวิเคราะห์เพื่อเป็นข้อมูลในการเฝ้าระวังเตือนภัยผู้บริโภคเป็นการล่วงหน้าเพื่อกำหนดมาตรการเชิงป้องกันและคุ้มครองผู้บริโภค

การเข้าร่วมสังเกตการณ์การประเมินผลการก่อสร้าง ณ สถานก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัย

ในการนี้ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังเมืองโยโดฮามาเพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์การประเมินผลการก่อสร้าง ณ สถานที่ก่อสร้างที่อยู่อาศัย โดยความร่วมมือของ center for Better Living (CBL) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรซึ่งเป็นองค์กรบุคคลที่สามซึ่งทำหน้าที่ในการทดสอบและประเมินผลประสิทธิภาพบ้านที่ก่อสร้าง องค์กรดังกล่าวนี้จะต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง องค์กรในลักษณะเช่นนี้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบและประเมินผลการก่อสร้างในทุกขั้นตอน "โดยละเอียด" ตั้งแต่การปรึกษา การตรวจและออกแบบ จนถึงระหว่างการก่อสร้างและการก่อสร้างเสร็จเพื่อที่จะออกใบรับรองให้ตามระบบ กระบวนการดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นการบังคับว่าทุกครั้งเมื่อมีการก่อสร้างจะต้องมาทำการประเมิน ซึ่งแล้วแต่ความต้องการของผู้สร้าง เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาเป็นหลัก ซึ่งบ้านหรืออาคารที่พักอาศัยได้ผ่านการประเมินในลักษณะเช่นว่านั้นแล้วก็จะสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงและเป็นที่นิยมของคนทั่วไป สำหรับขั้นตอนการประเมินนั้นในขั้นต้นจะพิจารณาจากแบบแปลนว่ามีลักษณะอย่างไร มีการใช้วัสดุอย่างไร จากนั้นก็จะตรวจจากสถานที่จริงประกอบแบบแปลนว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร การประเมินประสิทธิภาพบ้านที่ก่อสร้างนี้จะทำอย่างน้อย ๔ ครั้ง การปลูกสร้างแล้วเสร็จ ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจสอบแล้ว และเจ้าหน้าที่ขององค์กรมีหน้าที่เช่นว่านั้นเห็นว่าผ่านการประเมิน ก็จะออกใบรับรองให้ในทุกขั้นตอนว่าได้ผ่านการประเมินประสิทธิภาพแล้ว ซึ่งเจ้าของโครงการสามารถติดเครื่องหมายไว้ให้ประชาชนทั่วไปได้พิจารณาและรับทราบได้ เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค