โรคต่อมลูกหมากโต (benign prostate hypertrophy / BPH) เป็นเสมือน "ระเบิดเวลา" สำหรับผู้ชาย ต่อมลูกหมากเป็นต่อม "หล่อ" ทำหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ (sperm) ตัวมันเองอยู่รอบท่อปัสสาวะผู้ชาย

โรคต่อมลูกหมากโต (benign prostate hypertrophy / BPH) เป็นเสมือน "ระเบิดเวลา" สำหรับผู้ชาย ต่อมลูกหมากเป็นต่อม "หล่อ" ทำหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ (sperm) ตัวมันเองอยู่รอบท่อปัสสาวะผู้ชาย

เจ้าต่อมนี้ตอนอายุน้อยมันจะทำงานได้อย่างดี ไม่งอแง ทีนี้พออายุมากขึ้นมันจะเริ่มกำเริบเสิบสาน พองโตขึ้นมา (ทำไมเหมือนผู้บริหารบางหน่วยงานก็ไม่ทราบ) และจะค่อยๆ บีบท่อปัสสาวะให้แคบลง ตีบลง หรือทำหน้าที่คล้ายๆ ต่อม "บีบ" บีบๆๆๆ จนผู้ชายต้องออกอาหารในที่สุด

...

ต่อมลูกหมากจะโตขึ้นตามอายุ ยิ่งอายุมากยิ่งโต... ผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปครึ่งหนึ่งจะมีต่อมลูกหมากโต ผู้ชายที่อายุมั่นขวัญยืนจนถึง 70 ปีประมาณ 80% จะมีปัญหาต่อมลูกหมากโต ซึ่งจะไปบีบๆๆๆ ท่อปัสสาวะ

อาการที่พบบ่อยได้แก่ ปัสสาวะยากขึ้น ต้องเบ่ง ไม่เบ่งไม่ค่อยออก ปัสสาวะออกไม่หมด ทำให้ปัสสาวะบ่อย บางครั้งต้องเบ่งจนเจ็บ แถมลำปัสสาวะที่เคยพุ่งไปไกลแสนไกลจะค่อยๆ หมดแรงพุ่ง ตกใกล้ตัวมาเรื่อยๆ จนใกล้ช่องว่างระหว่างฝ่าเท้าของเจ้าของมากขึ้นเรื่อยๆ

...

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์อะลัน อาร์. คริสทาล และคณะ แห่งศูนย์วิจัยมะเร็งเฟรด ฮัทชินซัน ซีแอทเทิล สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้ชายที่ไม่มีอาการต่อมลูกหมากโต 4,770 คน ติดตามไป 7 ปี

ผลการศึกษาพบว่า อาหารมีส่วนเพิ่ม หรือลดความเสี่ยงของโรคต่อมลูกหมากโตได้ดังต่อไปนี้

...

อาหาร ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หรือลดลง (%)
ไขมัน คนที่กินไขมันมากที่สุด > เสี่ยงเพิ่ม 31%
โปรตีนจากพืช คนที่กินโปรตีนจากพืชมากที่สุด > เสี่ยงลดลง 15%
เนื้อแดง คนที่กินเนื้อสัตว์ใหญ่ทุกวัน > เสี่ยงเพิ่มขึ้น
ผัก คนที่กินผัก 4 ส่วนต่อวันะขึ้นไป > เสี่ยงลดลง 32%

...

อาจารย์คริสทาลท่านแนะนำว่า พวกเราที่กินเนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ควาย หมู แพะ แกะ ฯลฯ และต้องการลดความเสี่ยงให้น้อยลง ให้ทำดังต่อไปนี้

  • อย่ากินติดต่อกันทุกวัน > ให้มีช่วง "เว้นวรรค" บ้าง เช่น สัปดาห์หนึ่งให้หยุดกินเนื้อสัตว์ 2-3 วัน ฯลฯ
  • ให้ลดการกินเนื้อติดมัน > เลือกเนื้อไม่ติดมันมาปรุงอาหาร
  • ใช้โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วชนิดต่างๆ เต้าหู้ ฯลฯ หรือกินพืชผัก 3-5 อย่างขึ้นไปพร้อมกันในมื้อเดียวแทน เช่น กินข้าวกล้อง ถั่ว งา เห็ด ฯลฯ

...

ทีนี้การกินผักวันละ 4 ส่วนบริโภค (servings) นั้น... ให้เทียบง่ายๆ คือ 1 ส่วนบริโภคมีขนาดประมาณเท่าแผ่น CD 1 แผ่น หรือกล้วยขนาดกลาง 1 ผล

ถ้ากินผักมากขนาดนั้นไม่ไหวก็ไม่ยากอะไร... ให้เสริมน้ำผัก เช่น น้ำมะเขือเทศ น้ำแตงกวา ฯลฯ เข้าไป ยิ่งถ้ากินผัก-น้ำพริกอย่างน้อยวันละ 1 มื้อจะได้คุณค่าสมุนไพรอย่างครบครันทีเดียว

...

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า โรคอ้วน และโรคอ้วนลงพุง มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงโรคต่อมลูกหมากโต เพราะฉะนั้นการควบคุมน้ำหนัก โดยการควบคุมอาหาร และออกแรง-ออกกำลัง โดยเฉพาะการเดิน และการเดินขึ้นลงบันไดตามโอกาสทุกวันมีส่วนช่วยได้มาก

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ โดยเฉพาะท่านผู้อ่านที่เป็นผู้ชาย ขอให้ต่อมลูกหมากของท่านตั้งอยู่ด้วยดี ไม่พองโตไปกดท่อปัสสาวะครับ

...

ที่มา                                                 

  • Thank Reuters > Anne Harding > Veggie and alcohol may ward off prostate woes > [ Click ] > Feb.22, 2008. / Am J Epidemiology. online Feb.7, 2008.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 27 กุมภาพันธ์ 2551 > 26 สิงหาคม 2551.