มาร์ติน

  

จากวิดีทัศน์เรื่อง มาร์ติน ซึ่งเป็นชาวอังกฤษที่มีฐานะร่ำรวย จากรากฐานที่พ่อเป็นนักธุรกิจใหญ่ ส่วนแม่เป็นครูสอนดนตรี แต่มาร์ตินไม่ชอบชีวิตที่เป็นคนร่ำรวย   เพราะตนไม่เคยได้รับความอบอุ่น  อ้อมกอดจากพ่อ  เพราะพ่อแม่มัวแต่หาเงินมาเลี้ยงคนในครอบครัว  มาร์ติน เป็นคนไม่ชอบเรียนหนังสือ  แต่เมื่อพ่อแม่ต้องการให้เรียนหนังสือ มาร์ติน ก็เรียนจนได้รับปริญญามาให้กับพ่อแม่  แต่เขกับไม่สนใจปริญญาใบนั้นเพราะเขาไม่ต้องการ  เมื่อมาร์ติน เรียนจบก็มาเที่ยวเมืองไทย  แต่เขาก็ได้ใช้เงินที่เขามีมาจนหมด  มาร์ตินเลยไปทำงานแบกอิฐ แบกปูนโดยมาร์ติน บอกว่า อยากเรียนรู้อยากได้ความรู้ของชีวิต ความรู้ที่ได้มาพร้อมใบปริญญานั้น ทำเพื่อพ่อแม่ แต่ความรู้ของชีวิตทำเพื่อตนเอง และสัญญากับตนเองว่าจะไม่ทำงานผูกเนคไทด์ หิ้วกระเป๋าเหมือนกับพ่อของเขา  เมื่อมาอยู่เมืองไทยก็ชอบที่นี่ มีใจรักในความเป็นคนไทยและชอบชีวิตของชาวอีสาน เพราะคนอีสานเป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น  มาร์ตินชอบพูดภาษาอีสานและมีชีวิตอย่างเรียบง่าย มาสร์ตินแต่งงานกับภรรยาซึ่งเป็นคนจังหวัดขอนแก่นและใช้ชีวิตแบบพอเพียง ปลูกบ้าน ปลูกผัก ทำการเกษตรบนพื้นที่ 6 ไร่ โดยมาร์ตินมีบ้านเล็กๆในท้องนาและมีที่ดินไว้พอทำกินเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้   มาร์ติน มีลูก  3  คน  และเขาก็ไม่เคยสอนให้ลูกเขารักความเป็นไทยเหมือนอย่างเขา  แต่ลูกของเขาก็รักความเป็นไทยด้วยตัวของเขาเอง  เป็นคนมีน้ำใจ  และรักความเป็นอยู่แบบพอเพียง  ไม่อยากไปใช้ชีวิตแบบผู้ดีอังกฤษ  

         มาร์ตินยังได้กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูลย์  เป็นที่ที่น่าอยู่  เพราะประเทศไทยมีจุดแข็ง คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์  ที่เป็นสิ่งสำคัญของคนไทย  จุดอ่อนของประเทศไทยอยู่ที่ การเชื่อกับการพัฒนาด้วยระบบทุนนิยม  เชื่อว่าระบบนี้ทำให้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ถ้าหากอยากจะทำให้ประเทศพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นได้  เราต้องเปลี่ยนแปลงมาเข้าใจจุดแข็งที่เรามี คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้มากขึ้น และหากรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างสมบูรณ์อย่างรอบคอบ และมีการสร้างทดแทนก็จะสามารถใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ได้มากและยั่งยืนต่อไป