“หากเกษตรกรจะทำอะไรต้องมีความรู้จริง เรียนรู้ ถอดบทเรียน และลงมือปฏิบัติ”

 

                             

 

"...ปริญญาไม่สามารถทำให้คนเป็นคนดีได้ทุกคน..."

 

 นี่คือคำกล่าวของคุณลุงอิน สงคราม หนึ่งในปราชญ์ชาวบ้านและแกนนำเกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษของตำบลหนองโสน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร

คุณลุงอินมีที่ดินทั้งหมดจำนวน 20 ไร่ แบ่งทำนา 10 ไร่ ปลูกผัก 10 ไร่ เมื่อก่อนนี้ลุงอินกู้เงินมาลงทุนทำนา ทำให้เป็น   หนี้ประมาณ   2 แสนกว่าบาท!!! ปัจจุบันนำเงินที่ได้จากการปลูกผักไปใช้หนี้จนเหลืออยู่ประมาณ 1 แสนกว่าบาท จะเห็นได้ว่ารายได้จากการปลูกผักช่วยทำให้หนี้สินของลุงอินลดลงไปได้มาก และลุงอินตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะใช้หนี้ให้ได้ปีละ 10 %

ด้วยความมั่นใจว่าการปลูกผักนั้นดีกว่าการทำนา เพราะมีคนปลูกผักน้อย ส่วนใหญ่จะทำนากัน จึงทำให้ลุงอินใส่ใจและดูแลเรื่องการปลูกผักเป็นพิเศษ

"...การปลูกผักนั้นมีความยืดหยุ่นมากกว่าการทำนา ใช้กำลังน้อยกว่า ทำทุกวันแต่ไม่หนัก การทำนานั้นบางอย่างเราทำเองไม่ได้ต้องจ้างคนอื่น แต่การปลุกผักนั้นเราสามารถทำเองได้หมดทุกอย่าง ใช้แรงงานตนเองได้ทั้งหมด หักลบค่าใช้จ่ายแล้วน่าจะเหลือมากกว่าการทำนา..."

การลงทุนปลูกผักของลุงอินนั้นเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000-3,000 บาท/ 1 ไร่ ซึ่งผลผลิตที่ได้จาก 1 ไร่ คือจำนวน 8 ตัน(ขายได้ราคาตันละ 10,000 บาท) เมื่อหักลบค่าใช้จ่ายแล้วเหลือประมาณ 77,000 บาท/ 1 ไร่

".....การปลูกผักนั้นสามารถทำได้ตลอดทั้งปีแต่ต้องมีแหล่งน้ำ ต้องดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิดกว่าการปลูกข้าว ต้องเอาลูกหลานมาช่วยกันทำ จึงจะพออยู่พอกินและอยู่รอดได้....." 

 

ปัจจุบันลูกๆทั้ง 5 คนของลุงอินมาช่วยกันปลูกผัก ก่อเกิดความภาคภาคภูมิใจแก่ลุงอินเป็นอย่างมากเนื่องจาก   ปกติลูกๆ จะทำนา บางคนก็ไปทำงานโรงงาน ทำแล้วไม่ได้เงินเก็บ จึงชวนกันมาปลูกผักด้วยความคิดว่าจะทำให้ครอบครัวอบอุ่น สามารถดูแลช่วยเหลือกันได้อย่างใกล้ชิด   ‘น้อย' ลูกสาวของลุงอินบอกว่า

"...ให้พ่อเป็นบุคคลสาธารณะ มีความภูมิใจที่พ่อเป็นปราชญ์ชาวบ้าน อย่างเช่นพ่อมหาอยู่ ทำงานอย่างมีคุณค่า และมีความสุข....."

เรื่องราวความสำเร็จของลุงอินได้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ จนมีผู้รู้จัก และสนใจในการทำเกษตรปลอดสารพิษ ติดต่อลุงอินเพื่อปรึกษา ขอคำแนะนำ และช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพต่างๆ ลุงอินให้คำแนะนำในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรว่า....

 

"หากเกษตรกรจะทำอะไรต้องมีความรู้จริง เรียนรู้ ถอดบทเรียน และลงมือปฏิบัติ"

 

แม้ว่าจะมีผู้สนใจในเรื่องราวความสำเร็จของลุงอินเป็นจำนวนมากเพียงใด แต่ปัญหาที่ยังคงมีอยู่และสร้างความกังวลใจให้แก่ลุงอินนั้นก็คือ....."ลุงช่วยคนหลายพื้นที่ แต่คนในพื้นที่ช่วยได้ยาก"

            สิ่งนี้เป็นคำถามสำคัญที่แกนนำ เครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องคิดทบทวนเพื่อหาคำตอบให้ได้ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความเคลื่อนไหวกิจกรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวภาคประชาชน เพื่อให้การพัฒนาชุมชนนั้นประสบผลสำเร็จได้ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง