การอบรมทักษะพัฒนารายการวิทยุท้องถิ่น ซึ่งในครั้งนี้ได้จัดขึ้นที่ อบต.วังหว้า อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร มีนักจัดรายการวิทยุ 22 สถานี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นดีเจ ในการจัดอบรมคราวนี้ มีผู้เข้าร่วมอบรมประมาณ 40 ท่าน จัดโดยภาคีเครือข่ายสุขภาพ อ.ตะพานหิน ร่วมกับโรงพยาบาลสมเด็จยุพราช ตะพานหิน มูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ในภาคเช้าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร "ดร.ปรีชา เรืองจันทร์" มาเป็นประธานในพิธี การจัดอบรม จากการรายงานของประธานเครือข่ายสุขภาพ อ.ตะพานหิน คือท่าน นายก อบต.วังหลุม นายสุชาติ แดงทองดี ได้รายงานท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่า
"..... เครือข่ายสุขภาพตะพานหินเห็นความสำคัญของวิทยุชุมชนที่จะมีส่วนร่วมในการให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องของสุขภาพ เรื่องเกษตรปลอดสารพิษ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและเป็นปัญหามากของเกษตรกรในจังหวัดเรา ดังนั้นจึงจัดให้มีการสัมมนา พัฒนาทักษะนักจัดรายการวิทยุท้องถิ่นหรือวิทยุชุมชนขึ้น เพื่อที่จะร่วมกันให้ความรู้กับประชาชน...."
จากนั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้เปิดการสัมมนาหรือการอบรม เพื่อให้ข้อคิดกับผู้เข้าร่วมอบรมซึ่งเป็นดีเจ ว่า
"...อยากให้นักจัดรายการวิทยุทั้งหลาย ทำตัวเหมือนกับฝนที่ตกลงมาชุ่มช่ำใจไปสู่ประชาชนชาวพิจิตรทั้งหลาย..."
"....พิจิตรเราเป็นเมืองเกษตรกรรม มีปัญหาเรื่องสารเคมี การโกงข้าว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตรได้ร่วมประสานกับเครือข่ายเกษตรธรรมชาติ เพื่อรณรงค์เรื่องนี้ เพื่อไปสู่ทิศทางของเกษตรกรรมยั่งยืนหรือให้เกิดชีวิตที่พอเพียงไปสู่สังคมอยู่ดีมีสุข..."
ในการนี้จังหวัดเองก็มีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่ ต.เนินมะกอก อ.บางมูลนาก ซึ่งตรงนี้ได้มีความร่วมมือกับเครือข่ายเกษตรธรรมชาติหรือปราชญ์ชาวบ้าน พร้อมทั้งดีเจยังได้ให้ความรู้และข่าวสารที่ถูกต้องกับประชาชนแล้ว ทำให้จังหวัดจะมีการพัฒนาไปในทางที่ดี
หลังจากท่านผู้ว่าได้ให้ข้อคิดและเปิดการอบรมแล้ว นพ. ประทีป จันทร์สิงห์ ซึ่งเป็นศัลยแพทย์จาก รพ.สมเด็จยุพราชก็จะมาให้ข้อคิดในเรื่องของวิทยุชุมชนกับการสร้างสุขภาพภาคประชาชน โดยได้ฝากข้อคิดไว้ว่า....
".... วิทยุชุมชนน่าจะมีบทบาทหลักในการที่จะให้ความรู้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการสร้างสุขภาพ ท่านก็ย้ำเน้นว่า สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องมีส่วนร่วมสร้าง โดยท่านได้ยกตัวอย่างตัวท่านเองว่าถึงแม้ท่านจะเป็นแพทย์ จะต้องไปทำคลินิก แต่ท่านก็ไม่ได้ถือเรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้องมีเวลาส่วนหนึ่ง ไปร่วมจัดทำรายการวิทยุ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ สามรถดูแลตนเองได้ ก็อยากให้วิทยุชุมชนได้มีส่วนร่วม ในการสร้างสุขภาพภาคประชาชน..."
ดีเจส่วนใหญ่นั้นเป็นอาสาสมัคร ไม่มีเงินเดือน เป็น อสม.บ้าง เป็นกลุ่มสตรีบ้าง เป็นคนในเมืองบ้าง เป็นครูบ้าง เป็นข้าราชการบ้าง มีส่วนน้อยที่ทำเป็นอาชีพ ซึ่งก็มีเรื่องที่น่าสนใจคือว่า คนกลุ่มนี้นอกจากจะมีกิจกรรมที่ให้ความรู้แล้วก็ยังทำตัวเป็นกลุ่มที่มีจิตอาสา เช่น มีกิจกรรมในเรื่องของรณรงค์กาชาด โดยผ่านผู้ฟังของเค้าเอง ช่วยกันบริจาคโลหิตให้กาชาด และ ก็จะมีการจัดงานเลี้ยง โดยเครือข่ายวิทยุชุมชน เพื่อจะรณรงค์ เพื่อหาเงินบริจาคไปจัดทำโครงการ
หลังจากนั้นให้ดีเจนำเสนอ วิสัยทัศน์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คิดว่า วิทยุชุมชนน่าจะบทบาทในการให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข มีสุขภาพดี ทั้งนี้จะทำอย่างนั้นได้ "ดีเจจะมีการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย" ซึ่งก็จะมีการประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อจะจัดตั้งเป็นเครือข่ายดีเจ และตรงนี้ก็อยากให้มีพี่เลี้ยง จากทางส่วนของคนที่เห็นความสำคัญของวิทยุชุมชน ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร หรือจากทางสาธารณสุข ได้มาร่วมมือกัน กิจกรรมหลักที่ดีเจจะทำกัน คือ จะเป็นกิจกรรมที่จะให้ความรู้สู่สังคมเพื่อให้เป็นสังคมอุดมปัญญา ให้ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลายได้รับข้อมูล ความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพตนเอง นอกจากนั้นแล้วกลุ่มดีเจจะมีการพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
ขณะนี้ก็มีการรวมตัวของเจ้าของสถานีวิทยุชุมชน 22 แห่ง ซึ่งจะมีการประชุมกันอยู่แล้ว ทุกวันที่ 10 ของเดือน แต่ก็ยังไม่มีการพบปะแลกเปลี่ยนของกลุ่มดีเจ ซึ่งดีเจทั้งหลายก็ให้ข้องคิดว่า พวกเค้าไม่ค่อยมีโอกาสมาประชุมฝึกอบรม อย่างเช่นวันนี้ นี่คือความปะทับใจที่ ดีเจอยากจะให้มีการมาประชุมพบปะกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยกันเสริมสร้างสังคมพิจิตร ให้เป็นสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุขต่อไป