
ลุงสมบัติ จันทร์เชื้อแกนนำเครือข่ายโพทะเลร่วมใจพัฒนา เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงการทำงานที่ผ่านมาว่า.... เราเริ่มรวมกลุ่มกันมาเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว จากประเด็นปัญหาหนี้สิน เฉพาะที่บ้านหนองหวาย ต.ห้วยแก้ว เกษตรกรเป็นหนี้รวมๆกันได้ประมาณ 3 ล้านกว่าบาท!!! ส่วนใหญ่เป็นเพราะไปกู้ ธกส. มาลงทุนทำอ้อย ปลูกข้าวโพด ช่วงนั้นมี เอ็นจีโอ ที่ได้รับทุนจากสถานทูตออสเตรเลีย เข้ามาร่วมเรียนรู้และหนุนเสริมให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาหนี้สิน...
โดยมีการประชุมพูดคุยถึง ‘รากเหง้าของปัญหา' และร่วมกันช่วยคิดหาทางแก้ไข ซึ่งได้มีการเสนอแนะให้มีการไปศึกษาเรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านอีสาน ในการทำเกษตรผสมผสานให้ประสบความสำเร็จ ตอนนั้นได้ไปดูไปฟัง พ่อคำเดื่อง พ่อมหาอยู่ พ่อชาลี พ่อสุทธินันท์ พ่อเชียง ฯลฯ จากนั้นพอกลับมาจึงทำการรวมกลุ่มกันคิดจะ ‘ปลดหนี้'มีผู้ที่สนใจจะทำจริงๆอยู่ 8 ราย เอาข้อมูลมาดูกันว่า มีหนี้เท่าไร มาจากไหนมากที่สุด จึงพอเห็นภาพที่จะแก้ไขปัญหา
ช่วงนั้นถูกจังหวะที่ เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ประกาศประกันราคาข้าวในระดับที่สูง โชคดีราคาข้าวดีจึงสามารถปลดหนี้ได้ ในระยะเวลา 5 - 6 ปี
"...การทำเกษตรผสมผสาน มีการปลูกพืชผักผลไม้หลากหลาย เลี้ยงปลา เลี้ยงวัว ‘ทำอยู่ทำกิน' ปิดรูรั่ว โดยเฉพาะการลงทุน ยกตัวอย่าง ‘การเลี้ยงวัว' ถึงแม้ราคาจะขึ้นลง ถูก แพง ก็อยู่ได้ เพราะลงทุนน้อย ใช้แต่แรงงานของตัวเอง ยิ่งถ้าทำไปในแนววนเกษตรยิ่งดี..."
อย่างไรก็ตามหากเทียบกับเลี้ยงวัว เลี้ยงวัวดีกว่า มีแต่ได้กับได้
"...รถออกลูกไม่ได้ ไม่เหมือนเลี้ยงวัว ออกลูกให้ตลอด..." "...คนเลี้ยงวัว วัวเลี้ยงคน..."
...... สิ่งที่สำคัญก็คือ.....ถ้าจะทำได้ต้องมีใจรัก
โดยส่วนตัวของ ลุงบัติ เลี้ยงวัวอยู่ 17 ตัว ทำนา 13 ไร่ (เมื่อก่อนเคยทำสวนกล้วย 7 ไร่) ทำไร่อ้อย สวนส้มโอ ปลูกไม้สักอีก 20 ไร่ รวมๆพื้นที่ประมาณ 33 ไร่
"ปลูกต้นไม้ก็เหมือนกับการออมเงินเอาไว้......อยู่ได้โดยไม่ต้องเป็นหนี้ ธกส."
นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของความสำเร็จในการปลดหนี้เท่านั้น หากท่านใดที่มีความต้องการจะปลดหนี้ให้ได้อย่างเช่นสมาชิกเครือข่ายโพทะเลร่วมใจ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ท่านยืนหยัดตามเส้นทางที่เลือกเดินต่อไปอย่างมั่นคง
แวะมาให้กำลังใจครับ
แต่หนี้หัวใจนี่ มีวิธีปลิดปลด ยังงัยครับ ล้อเล่นนะครับ