วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม คือ เส้นร้อยความสัมพันธ์ ของคนในชุมชน ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน

 

ชาวบ้านตำบลบึงบัว  อำเภอวชิรบารมี  จังหวัดพิจิตร  ในอดีตนั้น มีวิถีชีวิตอิงอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ มีการผลิตที่หลากหลาย เช่นปลูกข้าว ปลูกผัก จับปลา สัตว์ป่า ฯลฯ เป็นต้น ชาวบ้านแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหาร ความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว เครือญาติ และคนในหมู่บ้าน ค่อนข้างเหนียวแน่น มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน พึ่งพาอาศัยกัน

 ในช่วงที่ประเทศไทยมี นโยบายการนำประเทศไปสู่ความทันสมัย เช่น การสร้างถนน การผลิตน้ำประปา การกระตุ้นให้ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรแผนใหม่ ฯลฯ เป็นต้น ชาวบ้านตำบลบึงบัวได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว ทำให้วิถีการผลิตจากเพื่อยังชีพ พออยู่พอกิน เปลี่ยนไปเป็นผลิตเพื่อการค้า แรงจูงใจที่ทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนวิถีการผลิตก็คือ การเข้ามาของสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่เคยมีมาก่อนในชุมชน เช่น หม้อหุงข้าว เครื่องซักผ้า โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆอีกมากมาย จึงเกิดความต้องการทางการเงินเพื่อซื้อสินค้าดังกล่าว

"การปรับเปลี่ยนวิถีการผลิต" ของชาวบ้านนั้นมีวิธีการต่างๆ เช่น ทำนาเพิ่มขึ้นปีละ 2-3 ครั้ง ใช้สารเคมีในการปราบศัตรูพืช ใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อหวังผลผลิตจำนวนมากขึ้น ไถนาด้วยรถแทรกเตอร์ ฯลฯ เป็นต้น วิธีการต่างๆ เหล่านี้ล้วนทำให้ชาวนาต้องใช้ต้นทุนในการผลิตเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบทำให้สภาพร่างกาย สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม และยังก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินตามมาอีกด้วย

"ป้ามุ้ย"   แกนนำเครือข่ายเกษตรปลอดสารพิษ อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร จึงได้รวบรวมสมาชิกพรรคพวกในเครือข่าย ประมาณ 50 คน มาทำ เกษตรปลอดสารพิษ โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการดำเนินงานของกลุ่มเครือข่าย เพื่อหวังว่าการรวมกลุ่มดังกล่าวจะช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของภาพแวดล้อม เป็นการรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจากการใช้และการบริโภคอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อน และช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินให้หมดลงไปได้

นอกจากนี้ในชุมชนยังมีการรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มอีกจำนวนหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กลุ่มอาชีพสตรีหรือกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มออมทรัพย์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีจำนวนสมาชิกมากน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะการประกอบอาชีพ ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว และความสนใจในการเข้าร่วมกลุ่มของแต่ละบุคคล

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมาชิกของแต่ละกลุ่มเกิดความร่วมมือกันคือ วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในชุมชน รวมทั้งค่านิยมร่วมจากการเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน ที่เปรียบเสมือน "เส้นร้อยความสัมพันธ์" ของคนในชุมชน ให้เกิดความรัก ความสามัคคี นอกจากนี้ศักยภาพของแกนนำประกอบการความไว้เนื้อเชื่อใจ และความเชื่อมั่นของสมาชิกที่มีต่อแกนนำ ก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่มีส่วนทำให้เกิดการบริหารจัดการกลุ่มที่ดีและมีความเข้มแข็ง

ชาวบ้านส่วนใหญ่สังเกตเห็นว่าผลกระทบที่เกิดจากนโยบายการนำประเทศไปสู่ความทันสมัย ทำให้วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น และระบบความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของชุมชนเริ่มลดน้อยลง และเกรงว่าในอนาคตวัฒนธรรม ประเพณีที่เคยมีอยู่จะเลือนหาย เนื่องจากไม่มีผู้รับการถ่ายทอดและสืบสานต่อไป