เผลอเป็นไม่ได้ค่ะ คนห้องเค็มชอบเล่าเรื่องเก่า ๆ (คงแก่แล้วน่ะ) นอกจากเราชอบรับฟังเรื่องของผู้อื่นแล้ว เราก็ยังชอบเล่าเรื่องของตัวเอง วันนี้พี่ผอบเล่าถึงชีวิตตอนวัยรุ่นให้น้องใหม่ฟัง สัพเพเหระ แล้วก็วกเข้าเรื่องลูกของพี่เขาเองกำลังเรียนมัธยมปลาย ก็เลยอดถามไม่ได้ว่าสมัยผู้เขียนเป็นอย่างไร ?? ..

รีบตอบทันทีเลยค่ะว่า...เป็นคนเรียบร้อยดี...(เชื่อเถอะ) มีเพื่อนสนิท ๆ เป็นหญิงล้วน 4 สาว (ผู้ชายเขาไม่คบ) เวลาว่างก็เข้าห้องสมุด ถ้าไม่ใช่ช่วงสอบก็จะหานิยายอ่าน แต่ถ้าเป็นช่วงสอบก็เอาแนวข้อสอบมาอ่าน มาถามตอบกันเอง ติวกันเอง ผู้เขียนเริ่มอ่านนิยายเป็นก็สมัยมัธยมปลายนี่ล่ะ บางครั้งแม้ในขณะที่เรียนอยู่ก็ยังเอานิยายมาวางสอดไส้กับหนังสือเรียน ครูสอนก็สอนไปเราก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่าน (นิยาย)...

ที่ว่าสนิทก็ไม่สนิทธรรมดา เพราะเรารู้จักบ้านพ่อแม่ บางช่วงเราก็สลับกันไปนอนบ้านเพื่อนแต่ละคน ก็จะแห่ไปไหนไปด้วยกัน ตอนนี้นาน  ๆ พบกันทีเพราะแต่ละคนก็มีหน้าที่การงาน..

เพื่อนคนแรกที่อยากเอ่ยถึง เพราะตลอด 3 ปี เรานั่งเรียนคู่กันตลอด เพื่อนคนนี้น่าจะขยันที่สุดในหมู่พวกเรา ตอนนี้เป็นพยาบาลที่รพ.มอ.ชื่อวรรดี รักอิ่ม ชื่อเล่นชื่ออี๊ด เพื่อนคนนี้บ้านอยู่ระโนดใกล้ทะเล ตอนสมัยนั้นพวกเราเคยไปนั่งเล่นนอนเล่นริมทะเล หาหอยเสียบกันหลายครั้ง ครั้งหลังสุดที่ไปนี่จำได้ว่าบ้านเพื่อนทำนากุ้งแล้ว และแถวนี้ก็ทำนากุ้งกันทั้งนั้น ผ่านไปครั้งหลัง  ๆ เปลี่ยนไปมากจำไม่ได้เลยว่าบ้านเพื่อนเรามันหลังไหนหว่า...

เพื่อนคนที่สองชื่อดาว บ้านอยู่ทางเดียวกับผู้เขียนแต่ไปอีกไกลหลายสิบกิโล เพื่อนคนนี้ชื่อจุฬา วิริยะบุบผา ตอนนี้เป็นอาจารย์อยู่ มอ.(อีกแล้ว) พ่อหวงมาก (แม่ไม่หวงเท่าไร) ไม่ยอมให้ค้างที่ไหน นาน  ๆ โอกาสพิเศษถึงจะยอมให้ไปค้างนอกบ้านสักที เวลาจะชวนไปไหน พวกเรา 3 คน ต้องแห่กันไปขออนุญาติได้บ้างไม่ได้บ้าง ถ้าไม่ได้เราก็ค้างบ้านเพื่อนคนนี้ซะเลย

เพื่อนอีกคนชื่อ สุวรรณา มูเก็ม เราเรียกสั้น  ๆว่าเก็ม ไม่ได้เจอกันนาน เท่าที่ทราบเธอทำงานเป็น freelance ทำงานวิจัยอิสระ ผู้เขียนได้มีโอกาสปรึกษาหารืองานวิจัยชิ้นที่สอง  แต่ประทับใจตอนเธอเริ่มทำขนมเค้กใหม่ ๆ อร่อยมาก (ถ้าจำไม่ผิด)วันเกิดผู้เขียนก็สั่งเค้กเธอมากินกัน ปรากฏว่าเตาแก๊สระเบิดอย่างไรไม่ทราบ หน้ารับไปเต็ม  ๆ ผมไหม้เป็นหย่อม  ๆ เธอหยุดเรียนไปหลายวัน วันที่ผู้เขียนไปเยี่ยมเห็นหน้าเธอแล้ว ขำสุด ๆ (ตอนนี้ก็ยังขำอยู่) ตอนเย็น ๆ ไปเรียนพิเศษ แต่จริง ๆ แล้วไปเปลี่ยนที่คุย ไม่รู้คุยอะไรกันหนักกันหนาเราสองคนโดนครูดุจนได้

พวกเรามีความประทับใจแบบแผลง  ๆร่วมกันหลายอย่าง ลองสูบบุหรี่ว่าเป็นอย่างไร? ชวนกันโบกรถกลางคืนไปดูผลสอบเอ็นท์กันเอง ชอบแกล้งชอบอำเพื่อน แม้แต่จะอำกันเอง ชักชวนไปเที่ยวกันเอง แบบว่าเช้าไปเย็นกลับ เราเคยไปไกลกันถึงนราธิวาสแน่ะนั่งรถไฟไปกันเอง 4 คน (เอ๊ะ หรือ 3 ไม่แน่ใจว่าดาวได้ไปรึเปล่า ??) ฯ ล ฯ

พูดถึงเรื่องการเรียนแบบว่าเอาตัวรอดแบบหวุดหวิดมาก ยกเว้นฟิสิกส์ผู้เขียนเอาตัวไม่รอด ประมาณว่าติด 0 ประมาณนี้ ตอนเอ็นท์ตรงเข้ามอ. ผู้เขียนสอบไม่ติด แต่มาติดตอนเอนท์กลาง...