ทุกการสร้างบารมี ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาโดยง่ายเลย ดังนั้น ทุกครั้งที่ผู้เขียนอธิษฐานจิต จึงมีคำคำหนึ่ง ที่ติดปากติดใจมาตลอด คือ ขอให้ได้ทำสิ่งที่เป็นบุญกุศล ได้โดยง่าย โดยเร็วพลัน ด้วยหวังให้คำอธิษฐานนี้จงมีผล แม้จะเป็นโอกาสต่อไป อาจข้ามภพชาติ ก็ตามที
เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้ อาจทำให้มองเห็น ถึงการสร้างบุญใหญ่ ที่เขาต้องเรียก่าบุญใหญ่นั้น แท้จริงมีเหตุผล และส่วนประกอบมากมาย ผู้เขียนกำลังจะเล่าสู่กันฟัง ถึงการบอกบุญ และนำส่งผ้าไตรจีวร ที่ทางคุณแณณ ครอบครัวนักการทูต ในบังกลาเทศ เป็นต้นบุญ บอกข่าวมาให้ได้ทราบกัน ในGotoknow แห่งนี้
และด้วยข้อความหนึ่ง ทีเธอได้บอกผ่าน โยคีน้อยและคุณพลเดช ว่า
ที่จริงแณณมีเรื่องเกี่ยวกับการทำบุญอยากจะบอกพี่ทั้งสองด้วยค่ะ เดือนที่แล้วไปเมืองจิตตะกองมา (กำลังปรับบันทึกเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ค่ะ อาจจะนำขึ้นเว็บได้หลังจาก Internet connection เป็นปกติแล้ว )
มีคนไทยที่นั่นเล่าให้ฟังว่า มีวัดไทยที่อยู่ใกล้ๆ จิตตะกอง เก่าแก่ โบราณมาก และมีพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐาน อยู่ด้วยค่ะ แต่ พระที่นั่นขาดแคลนจีวร สำหรับใช้นุ่งห่มอย่างหนัก ดังนั้นในแต่ละปี คุณหนึ่ง(คนที่แณณคุยด้วย) เค้าจะนำชุดผ้าไตร จีวร มาจากเมืองไทยเพื่อถวายพระที่วัดนี้
แณณเองก็อยากถวายด้วย แต่ยังไม่เคยได้ไป และยังไม่ทราบรายละเอียดเท่าใดนักค่ะ พอบอกบอล (สามี) เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวให้เราอยู่ไปสักพักหนึ่งแล้วแณณค่อยคิดทำอะไรดีกว่า เพราะนี่เราก็มาอยู่ได้เพียงเดือนกว่าเท่านั้น แม้จะรู้สึกว่าลงตัวมากแล้ว แต่ก็ ยังไม่ควรทำโครงการอะไรใหญ่โตค่ะ แณณเลยเก็บไอเดียนี้ไว้ก่อน แต่อยากรีบมาบอกพี่ทั้งสองเนื่องจาก เห็นว่าเป็นบุคคลที่ทำอะไรทำจริงและ ที่มีความมุ่งมั่นในการทำความดีมาก แณณจึงอยากร่วมกิจกรรมกับพวกพี่พี่ ด้วยน่ะค่ะ
หลังจากนั้น ผู้เขียนก็เริ่มบอกบุญ ผ้าไตรจีวร ตามที่เล่าไว้ บันทึกก่อน จนมาถึงวันนี้ เรามีผ้าไตร ๑๐๑ ชุด และกำลังทะยอยมาอีก ไกลที่สุดคือ นครพนม ซึ่งคงหลั่งไหล มาตามกำลังบุญ ของเจ้าภาพ ต้นบุญทั้งหลายนั่นเอง ทำให้รู้ว่า บุญนี้ มีพลังทั่วอนันตจักรวาล แม้เทวดา ก็ยังดลจิตใจ ให้นึกถึงคนนั้น คนนี้ จะได้ร่วมบุญกัน ในปีนี้ หวังว่า ผ้าไตรจีวร นับร้อยชุด คงจะช่วยให้ พระคุณเจ้า ที่อยู่รักษา และสืบทอดพระพุทธศาสนา ไว้อย่างเหนียวแน่น ที่บังคลาเทศ ได้รับความอบอุ่น แก่ร่างกาย ได้นุ่งห่มผ้ากาสาวพัส สีแห่งธงชัย ของพระพุทธศาสนา มีความสง่างาม ในผืนผ้าที่ปราณีต ที่เราทั้งหลาย ช่วยกันส่งไปถวาย
ทุกครั้งที่ ผู้เขียนลูบไล้ ชุดไตรจีวร ด้วยความปิติ บังเกิดความอยากจะนำไปถวายเสียเดี๋ยวนี้ แต่ตัวผู้เขียนกว่าจะเดินทางไปอินเดีย ก็ราวๆ กลางเดือนมีค.๕๑ และการที่ต้องนำผ้าไปเป็นจำนวนมาก ก็คงไม่สะดวกต่อการเดินทางนัก เพราะผู้เขียน ต้องเดินทาง จากพุทธคยา ไปกุสินาราอีกทอดหนึ่ง
เคยวางแผนไนใจ ว่าจะฝากทัวร์จากชลบุรี ที่จะไปท่องเที่ยวที่อินเดีย และไปกุสินาราด้วย ในวันที่ ๒๓ กพ.๕๑ คือวันนี้ แต่แล้ว ก็ไม่สะดวก เพราะ ทัวร์บอกรับได้แค่สิบผืน จะให้ลูกทัวร์ถือไป เพราะการไปครั้งนี้ เนื่องจาก คนที่ไป ค่อนข้างมีฐานะ และไม่คุ้นเคยกับอาหารอินเดีย ทางทัวร์ จึงต้องขน อาหารไทย ไปเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นเสบียง ทั้ง ๑๐ วัน ที่เขาอยู่ในอินเดีย ผู้เขียน จึงตัดสินใจ ไม่ฝากไป ทัวร์สบายใจแล้ว ที่ไม่ต้องเป็นภาระ ขนผ้าไตรให้ผู้เขียน แต่ขณะเดียกัน ผู้เขียนก็เริ่ม มึนตึบๆ ทำอย่างไรหนอ ผ้าไตรนับร้อยชุดนี้ จึงจะไปถึงพระคุณเจ้าเนื้อนาบุญ ที่บังกลาเทศ การจะส่งตามระบบ ค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งที่คุณ แณณ ยินดีจะออกทั้งหมดก็ตาม เพราะ เพียงแค่คิดว่า เธอต้อง นำผ้าไตร ไปถวายพระ ที่ เมืองจิตตะกอง ผู้เขียน ก็รู้สึก เหนื่อยแทนแล้ว ไม่อยากให้ต้องรู้สึก ว่า บุญนี้ ช่างยากเย็นเหลือเกิน
พอดีช่วงที่ทราบว่า จะฝากผ้าไตร ไปกับทัวร์ไม่ได้ ผู้เขียน ก็กำลัง ตระเตรียม การตรวจงานพอดี จึงไม่ได้ติดต่อใคร หรือปรึกษาใคร ปล่อยให้ธรรมะจัดสรร เหมือนพี่โยสอนก็แล้วกัน
บันทึกนี้ค่อนข้างยาว ผู้เขียน ขอเขียนอีกบันทึก ถึงการต่อสายใยบุญ ระหว่าง ไทย และบังกลาเทศ ว่าจะทำอย่างไรกันดี ถึงตรงนี้ ผู้เขียนอยากให้เกิดปาฏิหาริย์ ให้ผ้าไตรทั้งหมดนี้ ล่องลอยจากนภากาศ ไปตรงยังหมู่สงฆ์ ที่เมืองจิตตะกอง เสียเลย
ขออนุโทนาในบุญทุกอย่างที่ทำด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์
สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ บุญนี้ยิ่งใหญ่ และมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง ซึ่งจะได้เล่าต่อไปค่ะ