การจัดสถานะการณ์ต่างๆ ให้เหมือนจริงทำให้เกิดการเรียนรู้ได้จริงด้วยตนเอง

เป็นลักษณะศึกษาหลายมิติ หลายทิศทาง และหลากหลาย มีการฝึกโดยการทำแบบฝุึกหัดแบบปฏิสัมพันธ์ได้ เชื่อมโยงการอภิปรายได้ มีการจำลองแบบบทบาทต่างๆ มีกรณีศึกษา (case study) มีเครือข่ายการเชื่อมโยงไปยังที่ต่างเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ (web link) สามารถคุยตัวต่อตัวแบบออนไลน์หรือแบบกลุ่มไปยังกลุ่ม หรือบุคคลไปยังกลุ่ม (peer to peer chat) มีแบบฝึกหัดเสริมช่วยเหลือแก่ผู้เรียน การศึกษาพบกันเป็นกลุ่มออนไลน์ และใช้สื่อมัลติมีเดีย ใช้ทฤษฎีต่างๆ ที่ช่วยในการเรียนรู้เข้ามา ทฤษฎี cognitive load theory (CLT) เช่นการพิมพ์ตัวอักษรใกล้กับภาพ จะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีกว่าอยู่ห่างจากกัน

การเรียนรู้ในลักษณะนี้จะใช้คำว่า virtual learning หรือการเรียนรู้เสมือนซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดว่าไม่ได้เกิดการเรียนรู้ แต่ในความเป็นจริงนั้นจัดสถานะการณ์ต่างๆ ให้เสมือนจริงที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้จริง โดยจัดประสบการณ์เหมือนกับสถานะการณ์จริง การเรียนรู้จากเว็บจะช่วยให้นักเรียนเข้าสู่แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ต่างๆ ผ่านทางการเรียนรู้ออนไลน์ ที่สามารถจัดให้ กลุมคนทุกกลุ่มรวมทั้งกลุ่มคนหูหนวก ตาบอด และที่เป็นออทิสติก (autistic)

โดยทั่วไปการสร้างเนื้อหาอีเลินนิ่งนั้นจะมีเรื่องต่างๆ ดังนี้คือ

การกำหนดสาระสำคัญของเนื้อหา มีการวิเคราะห์เนื้อหา

กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ ออกแบบการเรียนรู้

กำหนดขอบเขตของเนื้อหา ผลิตสื่อผสม และออกแบบเว็บ

นำบทเรียนเข้าสู่ LMS (Learning management system)

ประเมินประสิทธิภาพการนำบทเรียนไปใช้

จะเห็นว่าการเรียนรู้โดยอาศัยอีเลินนิ่งไม่จำเป็นต้องเข้าห้องเรียนจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เรียนที่ทำงานแล้ว การศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาจะไม่มีปัญหากับเวลาเรียน จึงเป็นไปได้ที่เราจะบริการการใช้ ICT สำหรับการสอนและการเรียนรู้ และเริ่มที่จะเห็นทางว่าไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเล็๋กหรือใหญ่จะมีช่วงว่างห่างกันน้อยลง โดยการสร้างหลักสูตรร่วมกันเป็นตลาดทางวิชาการเปิดการเรียนรู้ไร้พรหมแดน สนับสนุนส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถามข้อข้องใจ เชื่อมโยงประสบการณ์เดิมและประสบการณ์ใหม่ ทราบความก้าวหน้าการเรียนรู้อย่างตรงไปตรงมา ต้องการเสรีภาพในการศึกษา การทำงานเป็นกลุ่ม รวมทั้งการรับคำแนะนำจากผู้สอน โดยสรุปแล้ว ICT จะเป็นส่วนที่บูรณาการของการสอนและการเรียนรู้