สิ่งที่แน่นอนคือสิ่งที่ไม่แน่นอน

      เมื่อตอนเด็กๆ บ้านเดิมของข้าพเจ้าอยู่ในชนบทห่างไกลเมืองมากพอสมควร แต่พ่อแม่ของข้าพเจ้าอยากให้ลูกเรียนในเมืองจะได้มีงานทำดีๆ ไม่ลำบากเหมือนพ่อแม่ เพราะเป็นลูกผู้หญิง ดังนั้นข้าพเจ้าจะมีเพื่อนมากแต่จัดได้เป็น  2 ประเภท คือเพื่อนร่วมเรียน  และเพื่อนร่วมทาง ซึ่งเพื่อนที่ประทับใจอยู่ทุกวันนี้มีอยู่ 2 คน  คือ คนหนึ่งเป็นเพื่อนร่วมเรียน  อีกคนเป็นเพื่อนร่วมทาง ซึ่งทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่ข้าพเจ้ารักมากแต่ทั้งสองไม่รู้จักกัน  เพื่อนทั้งสองคนของข้าพเจ้าเป็นคนสวย  คนรวย เรียนเก่งและอัธยาศัยดีและดูจะสมบูรณ์ไปเสียทุกอย่าง ทำให้คนปากกัดตีนถีบอย่างข้าพเจ้าแอบอิจฉาอยู่ในใจเสมอ  หลังจากที่เราสามคนเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนประจำจังหวัด ต่างคนต่างไปศึกษาต่อตามความสามารถของเราที่กทม. หลังจากเรียนจบเราก็ไม่ได้พบกันอีกเลย โดยเฉพาะข้าพเจ้าต้องทำงานไกลบ้านมากอยู่ต่างจังหวัดและต่างภาค

    มีอยู้ครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้าลากลับบ้านเพื่อเป็นเยี่ยมแม่ที่บ้านเดิม  ข้าพเจ้าเห็นการ์ดเชิญ ที่สดุดตาอยู่ 2 ใบ คือใบหนึ่งเป็นงานศพ อีกใบหนึ่งเป็นงานแต่งงานของเพื่อนข้าพเจ้าสองคนนี้ จึงสอบถามจากญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้เคียงได้ความว่า เพื่อนร่วมทางของข้าพเจ้าได้เรียนจบด้านบริหารธุรกิจโรงแรม ทำงานที่โรงแรมที่มีชื่อเสียงใน กทม.และเลือกแต่งงานกับชายผู้ร่ำรวยแต่ไม่ทราบว่าเป็นภรรยาคนที่เท่าไร จึงติดโรคร้ายจนเสียชีวิต  ส่วนเพื่อนร่วมเรียนของข้าพเจ้าผิดหวังจากการแต่งงานกับนักธุรกิจเจ้าของบริษัทที่มั่งคั่ง เนื่องจากทราบภายหลังว่าเขามีเจ้าของแล้ว จึงมาแต่งงานกับหนุ่มรุ่นพี่พนักงานรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีฐานะแต่อย่างใด 

   จากทั้งสองเรื่องนี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้สัจธรรมว่า     สิ่งที่แน่นอน  คือสิ่งที่ไม่แน่นอน