ผมว่าในเมืองไทย มีอะไรดี ๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเยอะ...

              บันทึกนี้เป็นบันทึกการเดินทางต่อเนื่องของผมกับการใช้เวลา 5 วัน ท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ โดยมีไกด์กิตติมศักดิ์อย่างเพื่อนเอก นำเที่ยวตลอดการเดินทางครับ...

               ...วันแรกที่เชียงใหม่...กดครับ

               ...โครงการหลวงหมอกจ๋าม...กดครับ

               บันทึกนี้ขอต่อจากบันทึกที่แล้วเลยนะครับ...

               พวกเราเดินทางออกจากโครงการหลวงหมอกจ๋ามเวลาประมาณแปดโมงกว่าครับเนื่องจากเพื่อนเอกมีนัดกับพี่อ๋อยว่าจะไปลงพื้นที่ร่วมกับนักศึกษาปริญญาโท มหาลัยราชภัฏกำแพงเพชรที่โครงการหลวงห้วยลึก และน้องน้ำหวานและอาจารย์แขกก็ต้องมาประชุมต่อที่เชียงใหม่ครับ...

                ตอนออกมาจากโครงการหลวงหมอกจ๋าม หมอกยังเยอะอยู่เลยครับ แต่พอรถขับออกมาสักพักก่อนจะเข้าตัวตำบลท่าตอนกลับเจอแดด แต่ไม่ใช่ว่าหมอกค่อย ๆ บางลงแล้วมีแดดนะครับ หมอกกับแดดตัดกันทันทีทันใดแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเลยครับ ยังคุยกับน้อง ๆ โครงการหลวงในรถเลยครับว่า ทำไมหมอกกับแดดถึงตัดกันขนาดนี้ หมอกน่าจะค่อย ๆ หมด แล้วแดดจึงจะค่อย ๆ จ้าขึ้นแบบเป็น step ๆ หน่อย....

                ออกจากโครงการหลวงฯ มาไม่ถึงชั่วโมงก็แวะทานข้าวกันที่ตัวตำบลท่าตอนครับ ที่นี่ผมได้มีโอกาสเจอนักขายมืออาชีพเป็นชาวเขาเผ่าอาข่าแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าแบบเต็มยศครับ ที่ผมใช้คำว่านักขายมืออาชีพเพราะ เขาขายของด้วยใจจริง ๆ ครับ ขายแบบอยากให้เราซื้อมาก เอาอันนั้นมาให้ดู เอาอันนี้มาให้ชม...

               

                 ผมเลยซื้อมาเป็นที่ระลึกเพื่อเก็บไว้ จะได้นึกถึงนักขายมืออาชีพท่านนี้ครับ ขนาดผมซื้อของไปแล้ว มานั่งทานข้าวที่ร้านข้าง ๆ ยังพยายามเอาสินค้าชิ้นนั้นชิ้นนี้มาให้ชมอยู่ตลอดเวลา ผมว่าคนซื้อหลาย ๆ คนไม่ได้ซื้อสินค้าที่ตัวสินค้าหรอกครับ แต่ซื้อเพราะคนขายมากกว่าครับ...

                                      

                 ได้ยินอาจารย์แขกบอกว่า มีการท่องเที่ยวก็ต้องมีการซื้อขาย ถือว่าเป็นการนำเงินเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น อันนี้ผมเห็นด้วยครับ ผมว่าในเมืองไทยมีอะไรดี ๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเยอะที่เราไม่เคยเห็น มาท่องเที่ยวในเมืองไทยกันดีกว่าครับ เงินทองจะได้ไม่รั่วไหลไปนอกประเทศครับ...

                ที่นี่มีวัดอยู่บนเขาด้วยครับ ชื่อว่าวัดท่าตอน น้องน้ำหวานแนะนำให้ขึ้นไปชมเพราะบอกว่าข้างบนสวยมาก ตอนแรกก็ไม่คาดหวังอะไรมากครับ คิดว่าก็คงจะเป็นวัดธรรมดา ๆ แต่พอขึ้นไปแล้ว ขอบอกเลยครับว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ เพราะเป็นวิวที่มองมาเห็นด้านล่าง เห็นแม่น้ำไหลคดเคี้ยวคล้ายงูใหญ่กำลังเลื้อยครับ...

                        

                และที่มุมอีกด้านหนึ่งก็เห็นหมอกเป็นแพยาวลอยตัดผ่านยอดเขา ดูแล้วเหมือนฉากบนสวรรค์ของหนังจักร  ๆ วงศ์ ๆ เช้าวันเสาร์-อาทิตย์ของช่องเจ็ดเลยครับ คิดในใจว่าถ้าไม่ได้ขึ้นมาคงจะเสียใจแย่เลยครับ มองไปไกล ๆ ยังเห็นเจดีย์ที่สร้างอยู่บนยอดเขา สวยงามมาก ๆ ครับ...     

                    

                 และที่น่าประทับใจอีกอย่างที่นี่ คือผมได้เห็นหมอกม้วนตัวคล้าย ๆ เป็นพายุทอร์นาโดเล็ก ๆ ครับ เนื่องจากความร้อนจากแสงอาทิตย์ดึงดูดความเย็นของหมอก ทำให้หมอกเกิดการม้วนตัวคล้าย ๆ พายุและเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นจริง ๆ ครับ...

                จริง ๆ แล้วบันทึกนี้ว่าจะเขียนเรื่องราวของการลงพื้นที่ร่วมกับนักศึกษาของพี่อ๋อยที่โครงการหลวงห้วยลึก แต่มัวเก็บรายละเอียดความประทับใจระหว่างเดินทางที่ตำบลท่าตอนซะจนเต็มบันทึก...

                     

                 ...ไว้เล่าบรรยากาศโครงการหลวงห้วยลึกในบันทึกต่อไปดีกว่าครับ...