โรงพยาบาลหลายโรงที่มีรายได้จากองทุนประกันสังคม คงทราบว่า กองทุนประกันสังคมมีการให้รางวัลกับโรงพยาบาลเหมือนเป็นโบนัสให้ที่ให้บริการที่มีคุณภาพแก่ผู้ประกันตน โรงพยาบาลที่ได้รับรางวัลนี้จะถูกเรียกว่า "โรงพยาบาลในดวงใจ"
ข้อมูลที่ถูกบอกเล่าผ่านโครงการนี้แหละที่ทำให้ฉันได้รับรู้ว่า มาตรฐาน HA ฉบับ 60 ปีฉลองราชสมบัติมีส่วนของระบบงานเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ระบบ ที่มีการติดตามการพัฒนามาตรฐาน
ฉันลองสรุปมาตรฐานทั้งหมดที่ถูกแปลงมาหลายรอบแล้วเพื่อทำความเข้าใจซ้ำ ได้ข้อสรุปดังนี้ มาตรฐานทั้งหมดมี 4 ตอน
- ตอนที่ 1 เป็นเรื่องของระบบวัด วิเคราะห์และจัดการความรู้ ภายในระบบนี้มี 5 ระบบย่อย คือ การนำ การวางแผนกลยุทธ์ การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล การจัดการกระบวนการ
- ตอนที่ 2 ระบบงานที่สำคัญของร.พ. เดิมมี 9 ระบบ คือ ระบบความเสี่ยง ความปลอดภัย คุณภาพ การกำกับดูแลวิชาชีพ การป้องกันการติดเชื้อ ระบบเวชระเบียน ระบบการจัดการด้านยา การตรวจทดสอบ การทำงานกับชุมชน กระบวนการดูแลผู้ป่วย ของใหม่มีเพิ่มมาอีก 1 ระบบ เป็น 10 ระบบ คือ การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ
- ตอนที่ 3 กระบวนการดูแลผู้ป่วย มี 6 ระบบงาน คือ การเข้าถึงและเข้ารับบริการ การประเมินผู้ป่วย การวางแผน การดูแลผู้ป่วย การให้ข้อมูลและเสริมพลัง การดูแลต่อเนื่อง
- ตอนที่ 4 ผลการดำเนินงาน มี 7 ด้าน คือ ด้านการดูแลผู้ป่วย ด้านการมุ่งเน้นผู้รับผลงาน ด้านการเงิน ด้านทรัพยากรบุคคล ด้านประสิทธิผลของกระบวนการ ด้านการนำ ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ
เมื่อเอาพลังทั้ง 5 ที่อาจารย์ไพบูลย์กล่าวไว้มาลองบูรณาการ เออ! พลังทั้ง 5 อยู่ในตอนที่ 1 ทั้งหมดเลยนี่นา แปลว่าหัวใจในการขับเคลื่อนงานคุณภาพแบบเสริมพลัง ต้องทำส่วนที่ 1 นี้ให้ชัดจึงจะมีพลัง และต้องเชื่อมโยงกับตอนที่ 4 จึงจะเกิดพลัง
มิน่าหลายร.พ.จึงไม่สามารถผ่านการเป็นโรงพยาบาลในดวงใจ เพราะว่า เวลาทำงานคุณภาพ ในตอนที่ 4 ผลงานด้านการมุ่งเน้นผู้รับผลงาน เรามักจะไม่ค่อยได้นำเอาเรื่องกลุ่มสิทธิต่างๆมาตั้งเป้างานกันว่าจะทำอะไรให้ ส่วนใหญ่เราก็จะเหมารวมๆไปไม่ค่อยจับเรื่องสิทธิมาบอกเท่าไร เพราะเรื่องเงินทองเป็นของแสลงสำหรับวิชาชีพ เราไม่ค่อยอยากยุ่งเกี่ยวเลยละ
จากที่สรุปไว้ว่า ในตอนที่ 2 มีระบบใหม่เติมเข้ามา คือ การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ ก็นึกไปถึงตอนที่เกิดสึนามิ ประกันสังคมคือหน่วยงานหนึ่งที่ลงมาเยี่ยมร.พ.ในครั้งนั้น และผู้บาดเจ็บส่วนหนึ่งที่ป่วยและตายก็เป็นผู้ประกันตน และวิเคราะห์กลับไปถึงเหตุการณ์ที่อาจารย์แพทย์จากประกันสังคมมาเยี่ยมสำรวจเพื่อประเมินเรื่องโรงพยาบาลในดวงใจ อาจารย์ถามถึงการออกไปยังนอกรั้วร.พ.เพื่อมีกิจกรรมต่างๆกับชุมชนหรือผู้ประกันตนที่เป็นในเชิงของการดูแลสังคมหรือเชิงป้องกัน
ฉันก็ค้นพบว่า แท้จริงแล้ว ร.พ.สามารถกำหนดผลการดำเนินงานด้านการมุ่งเน้นผู้รับผลงานในกลุ่มผู้ประกันตนให้ชัดเจนได้ในร.พ.ส่งเสริมสุขภาพ ใน HA นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะใน HA เป็นเรื่องของ process ต่างๆที่ต้องมีอยู่แล้ว
นึกได้แล้วก็มาทบทวนต่อว่า ทำไมต้องมีระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ ก็เลยอ๋อว่า จริงๆที่สถานประกอบการมีความเดือดร้อนมากในปัจจุบันทุกครั้งที่เข้าหน้าหนาว ก็จะมีโรคไข้หวัดนกนี่แหละที่เป็นเรื่อง แล้วในอดีตที่ผ่านมาก็มีการให้ร.พ.หาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้กับผู้ประกันตนด้วย โดยประกันสังคมร่วมจ่าย
เออ! เพิ่งคิดออกว่า อะไรที่ทำให้สถานบริการในดวงใจต้องมีระบบงานนี้ด้วย
และด้วยปัญหาความอ้วน น้ำหนักเกิน การขาดสารอาหาร ที่เป็นระเบิดเวลาอยู่ ณ วันนี้ ที่พร้อมจะระเบิดจากภายในบานออกมาเป็นโรคร้ายแรงต่างๆ ตั้งแต่ เบาหวาน ความดัน อัมพาต โรคหัวใจ มะเร็ง ก็ย่อมจำเป็นที่ร.พ.จะต้องมีระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพนี้ในร.พ.
และด้วยความสัมพันธ์ของระบบสุขภาพชุมชน โรงพยาบาลคุณภาพที่มีกระบวนการของโรงพยาบาล HA และ HPH ก็ต้องมีการดำเนินงานนี้เชื่อมออกไปสู่ชุมชน ดังนั้นจึงจะต้องมีการเชื่อมระบบระหว่างระบบย่อยหลายระบบ เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพกับการทำงานชุมชน การตรวจทดสอบ ระบบเวชระเบียน การป้องกันการติดเชื้อ ความเสี่ยง ความปลอดภัยและคุณภาพ การประเมินผู้ป่วย การดูแลผู้ป่วย การให้ข้อมูลและเสริมพลัง และการดูแลต่อเนื่อง
หลังจากที่เรียนรู้ว่า มีการใช้มาตรฐานสุขศึกษาวัดมาตรฐานระดับหน่วยงาน ระดับกลุ่มงาน ระดับร.พ. ระดับสอ. และระดับ CUP แล้ว ฉันไม่แปลกใจที่เคยผ่านตาว่า มีมาตรฐานการเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพระดับ CUP ระดับ PCU และระดับองค์กรท้องถิ่น อยู่อีก แถมยังมีมาตรฐานงานระบาดวิทยาอีก
เฮ้อ! คนสาธารณสุขจะจมลำธารมาตรฐานต่างๆอยู่แล้วหนา ลองนับดูแล้วทุกวิชาชีพมีมาตรฐานเกือบหมดแล้ว
องค์กรแพทย์ ถูกจับวัดที่ระบบเวชระเบียน ซึ่งมีหัวใจอยู่ที่ การประเมินผู้ป่วย การให้ข้อมูลและเสริมพลัง การดูแลผู้ป่วย การดูแลต่อเนื่อง
พยาบาล ถูกจับวัดด้วย QA การพยาบาล ซึ่งมีหัวใจอยู่ที่ การประเมินผู้ป่วย การให้ข้อมูลและเสริมพลัง การดูแลผ้ป่วย การดูแลต่อเนื่อง การทำงานกับชุมชน
เภสัชกร ถูกจับวัดด้วย ระบบการจัดการด้านยา ซึ่งมีหัวใจอยู่ที่ การประเมินผู้ป่วย การให้ข้อมูลและเสริมพลัง การดูแลผ้ป่วย การดูแลต่อเนื่อง
นักวิชาการ ถูกจับวัดด้วย การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ ซึ่งมีหัวใจอยู่ที่ มาตรฐานด้านระบาดวิทยา และมาตรฐาน SRRT การให้ข้อมูลและเสริมพลัง การดูแลต่อเนื่อง การทำงานกับชุมชน
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถูกจับวัดด้วย QA การตรวจทดสอบ ซึ่งมีหัวใจอยู่ที่การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ การประเมินผู้ป่วย การป้องกันการติดเชื้อ
นักกายภาพบำบัด ถูกจับวัดด้วย ระบบการดูแลผู้ป่วย ซึ่งมีหัวใจอยู่ที่การประเมินผู้ป่วย การให้ข้อมูลและเสริมพลัง การดูแลผ้ป่วย การดูแลต่อเนื่อง
back office ถูกจับวัดด้วยมาตรฐาน PSO ซึ่งมีหัวใจอยู่ที่ความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ
ในความเห็นของฉัน ฉันว่า ความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ เป็นระบบสำคัญที่ฟ้องผลงานของระบบการกำกับดูแลวิชาชีพ เพราะวิชาชีพเหล่านี้จะทำงานได้ดีเพียงไร ระบบกำกับดูแลวิชาชีพ คือ ระบบสำคัญที่ส่งมอบมาให้
ใครที่แวะมาอ่านบันทึกนี้แล้ว อย่าได้แปลกใจที่ทำไมมีอะไรเรื่องมาตรฐานยุบยับไปหมด ก็เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ เป็นระบบที่ใหญ่มาก และไม่ใช่ระบบที่เกี่ยวข้องกับร.พ.เท่านั้น เพราะการป่วยเกิดขึ้นจากปัจจัย 3 อย่างที่ไม่สมดุลกัน เรื่องมันเลยเยอะและยาว
การเกิดโรค มี 3 ส่วนสำคัญเท่านั้น
Host คนที่เป็นเจ้าบ้านให้โรคอยู่
Agent ตัวก่อโรค จะเป็นเชื้อโรค หรือ ปัจจัยในตัวคนเจ้าบ้านอื่นๆก็ได้
Environment สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเจ้าบ้าน ที่สามารถหนุนให้ตัวก่อโรคเพิ่มอิทธิพลได้จนเจ้าบ้านสู้ไม่ไหว
มาตรฐานต่างๆที่ใช้ในกระบวนการของร.พ. จึงไปเกี่ยวกับ 3 ส่วนสำคัญนี้มาตลอด ก็ร.พ.เป็นสถานที่สำหรับเรียนรู้ความจริงของโรคนี่นา
16 กุมภาพันธ์ 2551