…ในประเทศไทย สังคม ครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง หรือแม้แต่ตัวเราเอง ณ เวลานี้ หลายต่อหลายคนคงปฏิเสธไม่ได้แน่ๆว่าเคยพนมมือขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่เราๆท่านๆให้ความนับถือศรัทธา ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
ตัวเราเอง เราก็ทำออกบ่อยๆ เรากราบไว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราศรัทธาแล้วก็ตามดว้ยคำขอพร (ส่วนใหญ่จะเรื่องงาน กับ เงิน..เหอะๆ)เมื่อคืนก็เพิ่งจะไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตามา (ได้เลขเด็ดมาด้วย..) แล้ววันนี้เราก็มานั่งคิดว่าตอนนี้เราเป็นอะไรทำไม่รู้สึกเรื่องเดือดร้อนเรามันเยอะขึ้น ถึงกับต้องขอพรสิงศักดิ์สิทธิ์ที่เราศรัทธา ทุกวัน “สาธุ ขอให้ลูก….” เจอที่ไหนพนมมือที่นั่น เหมือนสองแขนมีระบบดิจิตอล คอยสั่งงานจากภายในจิตใจบอกแขนเราว่าต้องยกมือพนมกราบไหว้..ในใจก็พลันมาเสียงอธิษฐานขึ้นมาแบบ ออโต้ เอ่..นี่เราย่ำแย่มากแล้วนะเนี่ย..
ในความรู้สึกของเรา เราว่า ณ เวลานี้ มีหลายๆปัญหาที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ หรือแก้ไขได้แต่ต้องใช้เวลานานเกินไป จนไม่ทันต่อความต้องการของเรา หรือคนรอบข้าง มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มีปัญหาน้อยกว่า แก้ไขง่ายกว่า แต่ ณ เวลานี้ หลายอย่างมันติดขัดไปซะหมด เหมือนโนมิโน่(เขียนถูกหรือป่าวก็ไม่รู้) มันล้มมาตัวแรกตัวอื่นๆมันก็เริ่มล้ม ๆ ๆ ๆ ล้มอย่างรวดเร็ว แต่พอจะจับมันตั้งขึ้นใหม่ มันช่างยากยิ่ง จนบางครั้งเหนื่อยจนไม่อยากจะตั้งอีกแล้วก็มี แล้วในที่สุดก็ต้องการความช่วยเหลือ มองไปทางซ้ายก็แล้ว ทางขวาก็แล้ว ไม่เห็นใครจะช่วยอะไรได้เลย
การหวังพึ่งความศรัทธาของตัวเองก็เริ่มขึ้น เอาเท่าที่เรานึกออกนะ ว่าเรากราบไหว้พระองค์ใด เทพองค์ใดมาบ้าง ในช่วงระยะเวลาประมาณ 2ปี พระพุทธชินราช สมเด็จพระนเรศวร พระพุทธรูปปางต่างๆที่พบเห็น วัดต่างๆที่ไปถึง องค์พ่อจตุคามรามเทพ องค์พระแม่ลักษมี องค์พระพิฆเณศ หลวงพ่อวัดต่างๆ เกจิอาจารย์ชื่อดัง เสด็จพ่อ ร.๕ องค์ไฉ่ซิงเอี้ย ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ เจ้าแม่กวนอิม แถมยังพกเครื่องรางของคลังต่างๆ (อ๊ะ..ลืมบอกไปว่าปัญหาของเราส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเงินๆทองๆ)
อะไรคือสาเหตุหล่ะ ก็ข้าวของมันแพงขึ้นทุกวัน รายได้เราก็ยังเท่าเดิม แถมยิ่งนานไปภาระที่ต้องจ่ายมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น แค่นี้แหล่ะปัญหาพื้นฐานไม่ต้องคิดอะไรให้ลึกลับซ้อนเงื่อน
“แล้วกลุ่มคนที่เค้าอาสามาแก้ปัญหาทำไมดูเค้าจะคิดกันมากสลับซับซ้อนกันจัง”
พอพึ่งใครไม่ได้ก็หันไปพึ่งเทวดา เทพ ฯลฯ มันเป็นปัญหาที่แทบทุกบ้านต้องเจอ โดยเฉพาะชนชั้นกลางไปจนถึงชั้นล่างสุด (ชั้นที่คนชั้นสูงเค้าแบ่งชนชั้นกันไว้)จนความ”ศรัทธา” มันเริ่มกลายพันธุ์ไปซะแล้ว คนไร้ที่พึ่งก็เริ่มหาสิ่งศรัทธา เป็นเอามากถึงขั้นงมงายก็มี อย่าง ท่านพ่อจตุคาม ที่ฮือฮากันยกใหญ่ สุดท้ายคนทำเองก็เป็นคนทำพังเอง..แบบว่า เร่งทำมาขายซะล้นตลาดเกินความต้องการ เหมือนหลักการตลาดทั่วไป
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชาวบ้านตาดำๆจะเลือกหาที่พึ่ง..ก็ยังเป้นเหมือนเดิมที่เคยเป็น เพราะเมืองไทย สังคม ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
ศรัทธา กับ หาที่พึ่ง
ศรัทธา กับ หาที่พึ่ง
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
เที่ยวทั่วไทย · 15 ก.พ. 2551
ดอกไม้น้อย · 15 ก.พ. 2551
Conductor · 15 ก.พ. 2551
เที่ยวทั่วไทย · 15 ก.พ. 2551
ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ · 15 ก.พ. 2551
อยากบอกว่า... · 15 ก.พ. 2551