สองวันนี้...มีโอกาสได้ดูผู้รับบริการและสังเกตการประเมินโปรแกรมทักษะชีวิตของนักกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัดฯ ม.มหิดล

วาเลนไทน์เดย์ผ่านไป แต่ความก้าวหน้าทางการรักษาผู้รับบริการทางกิจกรรมบำบัดยังคงดำเนินต่อไป โดยนักกิจกรรมบำบัดเป็นผู้กระตุ้นและปรับเปลี่ยนให้ตนเองจนถึงญาติผู้รับบริการให้ใช้ "ความรัก" ในการดูแลผู้รับบริการอย่างมีเหตุมีผล มีกระบวนการวิเคราะห์และสังเคราะห์โปรแกรมการประเมินและฝึก "ทักษะการดำเนินชีวิตที่ผู้รับบริการให้ความสำคัญและพึงพอใจ"

ผมอยากนำเสนอกรณีผู้รับบริการที่น่าสนใจรวมสองกรณี ได้แก่

กรณีแรก ผู้ป่วยบาดเจ็บทางสมองจากอุบัติเหตุนาน 4 ปี ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด เพียง 3 เดือน และมีกิจกรรมการดำเนินชีวิตแบบ "มีผู้ช่วยเหลือและบังคับฝึกองค์ประกอบของการเคลื่อนไหว โดยไม่มีโอกาสฝึกฝนทักษะชีวิตที่ตนเองต้องการ"

วิธีการให้คำแนะนำ

  • ปรับเปลี่ยนโปรแกรมกิจวัตรประจำวัน ให้สร้างโอกาสการฝึกฝนทักษะชีวิตของตนเอง เช่น การลุกขึ้นมาจากที่นอนและนั่งย้ายตัวมานั่งเก้าอี้เอง (Funcational transferation with minimal assistance) การควบคุมล้อเข็นด้วยแขนข้างที่ใช้การได้และลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำแบบมีผู้ช่วยเหลือบางส่วน (Funcational ambulation with minimal assistance)
  • ตัดโปรแกรมที่ทำให้แขนข้างเกร็งๆมากขึ้นและสอนเทคนิคการลดอาการแขนข้างเกร็งให้ผู้รับบริการได้มีช่วงพักและทำกิจกรรมการฝึกซ้ำๆอย่างมีความสุข ไม่ถูกบังคับมากจนเกินไป เปิดเพลงที่ชอบ ให้เล่นกับสุนัขตัวโปรด หรือให้ทานไอศครีมที่ชอบระหว่างการพักบ้าง
  • เน้นการมองและสนใจร่างกายซีกอ่อนแรง ไม่ใช้เคลื่อนไหวอย่างไร้จุดหมาย เหม่อลอยแบบมีคนจับทำ เพิ่มความสนใจตนเองก่อนสนใจกิจกรรมที่ส่งเสริมการสื่อสารมากขึ้น เช่น นับเลขตามจังหวะการเคลื่อนไหว เขียนลายเส้นตามเส้นประอย่างช้าๆ แบบจับมือทำบ้าง ประยุกต์ศิลปะหรือดนตรีเป็นสื่อในการฝึกทักษะชีวิต ตามหลักการกิจกรรมบำบัด

กรณีที่สอง ผู้ป่วยบาดเจ็บทางสมอง นาน 7 เดือน มีปัญหาทางการสื่อสารแบบนึกจำข้อมูลไม่ได้ ต้องพัฒนาความเข้าใจในการเรียนรู้ข้อมูลใหม่และทบทวนประสบการณ์การเรียนรู้เดิม

วิธีการให้คำแนะนำ

  • แนะนำให้ญาติมีส่วนรวมตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนในการรักษาทางกิจกรรมบำบัด
  • ร่วมกันประเมินทักษะชีวิต...เน้นพัฒนาทักษะการสื่อสารให้สามารถกลับไปทำงานเดิมได้ (งานสัตว์แพทย์)
  • หลังการประเมินปัญหาและศักยภาพที่มีอยู่...กระตุ้นให้เข้าใจแนวคิดการพัฒนาทักษะการสื่อสาร ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ 1) การให้ข้อมูล 2) การอธิบายข้อมูลที่เข้าใจผ่านกระบวนการถาม ช่วยนำสื่อ อธิบายซ้ำจากภาษาท่าทาง 3) การทบทวนข้อมูลที่เข้าใจโดยช่วยนำสื่อ และ 4) ประเมินผลความเข้าใจจากข้อมูลหรือประสบการเรียนรู้ในตัวตน เน้นการตอบเลือกคล้ายข้อสอบ
  • ขณะที่พัฒนาการสื่อสาร ต้องให้กำลังใจทั้งผู้รับบริการและญาติ และประเมินความก้าวหน้าในแต่ละครั้ง