วันนี้เป็นอีกวันที่เรามีปริมาณงานอยู่ในหลักพันขึ้น เฉพาะช่วงเช้าถึงเที่ยงเราก็รับงานเข้ามาถึง 900 รายแล้ว เหนื่อยกันจนจุกจริงๆ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานในส่วนของตน และช่วยกันแบ่งเบางานคนอื่นที่โหลด เฉลี่ยกันเท่าที่จะทำได้ พี่ญา-บุญเลิศ รับหน้าที่ลงทะเบียนก็ถึงกับตาพร่า เพราะเบิ่งตาคีย์ข้อมูลทั้ง 900 กว่ารายในช่วงเช้าไม่ได้หยุดหย่อนกันเลย นึกไม่ออกว่า ถ้าเราแต่ละคนสามารถบรรยายได้ว่า เราทำงานอะไรกันบ้างในเช้าวันนี้ เราจะเขียนออกมาได้ไหม เราทำได้ตามเป้าหมายหรือเปล่า ภาระงานขนาดนี้เอาไปขึ้นราคาเป็นอะไรได้ไหม
งานที่ลงแรง ลงพลังแล้วก็ละลายหายไปแบบนี้ ซึ่งต้องบอกว่าดูดพลังคนทำงานไปอย่างมากมาย แต่ผลงานนั้นมองไม่เห็นเลย สิ้นวันก็สิ้นกัน ทำ 100 รายหรือทำ 1000 ราย ก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าเราทำดี ไม่ดีต่างกันยังไง ถ้าไม่มีใครมาคอยกระตุ้นเตือนกันว่า งานของเรานี้มีผลต่อการรักษาคนไข้ยังไง งานมากขนาดนี้ก็อาจจะทำให้เราเผลอ"ลุย"ให้มันเสร็จๆหมดๆไป ลืมไปแล้วว่าแต่ละรายก็คือสิ่งที่มาจากคนที่มีชีวิตจิตใจ จะเร่งจะด่วน จะเป็นจะตายยังไงเราก็ทำได้เร็วที่สุดเท่านี้แหละ
เขียนเรื่องนี้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของการประเมินภาระงานของบุคลากร พวกเราต้องกรอกแบบฟอร์มว่าทำงานอะไรบ้าง ปริมาณเท่าไหร่ เป้าหมายคืออะไร มีงานพิเศษอะไรบ้าง ฯลฯ ทำกันทุกคนตั้งแต่ตำแหน่งเล็กสุดไปถึงหัวหน้างานกันเลย
นึกๆไปแล้วก็ยังคงไม่รู้จะออกความเห็นว่าการประเมินภาระงานควรจะเป็นยังไง แต่ที่บอกได้แน่ๆก็คือ คิดว่าการกรอกแบบฟอร์มแบบนี้นั้นดูจะเป็นระบบที่ไม่น่าจะเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง ได้เห็นว่าจะหาคนที่เขียนได้เองเลยโดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญประจำห้องได้น้อยมาก ไม่มีใครคุ้นเคยกับการเขียนแบบนี้เอาเสียเลย งานที่เขาทำๆกันอยู่ก็ไม่ใช่การขีดเขียน คุณค่าของงานก็ดูเหมือนจะถูกวัดด้วยจำนวนนับกันไปเสียหมด คนทำเองวันๆก็ไม่ได้นั่งนับกันสักหน่อยว่าทำงานไปกี่รายแล้ว แบบนี้วันๆเราน่าจะต้องมีใบให้ขีดเขียนว่าทำอะไรไปบ้าง ไม่ต้องมารอระลึกชาติงานทั้งปีกันในวันเดียว
ยังดีที่เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว เราแต่ละคนก็จะได้มีโอกาสให้คะแนนกันและกัน เพื่อเป็นการประเมินความสามารถในการทำงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเอง โดยใช้ความเห็นจากคนรอบๆข้างที่ทำงานด้วยกัน แต่สุดท้ายแล้วก็ดูเหมือนว่า คนมีอำนาจตัดสินใจให้ขั้น ให้ความดีความชอบก็ยังคงขึ้นกับคนเพียงคนเดียว ไม่ต้องมีการอธิบายขยายความการตัดสินใจแต่อย่างใด รู้สึกว่าเราไม่เคยได้รู้ด้วยซ้ำว่า เราได้คะแนนประเมินจากเพื่อนร่วมงานว่าอย่างไรกันบ้าง เรียกได้ว่า ความเกรงใจก็ยังนำหน้าความจริงกันอยู่ดีตามธรรมเนียมไทย
ต้องขอชื่นชมคุณเอื้อผู้ช่างคิดของเรา ที่ได้พยายามหาแนวทางที่จะให้การพิจารณาขั้นมีความโปร่งใสและยุติธรรม ผ่านมา 2 ปีแล้วที่เรามีคณะกรรมการประเมินฯ (ที่น่าสงสาร เพราะคิดรูปแบบออกมายังไงก็คงไม่ถูกใจคนทั้งหมดอยู่ดี) ปีนี้ก็มีขั้นตอนกระบวนการที่ค่อนข้างทำให้อำนาจการตัดสินใจไม่ขึ้นกับคนเพียงคนเดียว
นึกว่าจะได้สุขใจกับการได้ทำบุญมากมายในวันนี้ แต่พอได้เห็นแบบฟอร์มแล้ว...บรรยายความรู้สึกได้เยอะแบบนี้แหละค่ะ สงสารคนคิดรูปแบบการประเมินจัง
ที่เขียนบันทึกนี้ไม่ใช่เพราะเป็นกังวลกับตัวเองนะคะ แต่สงสารคนอีกมากที่คงจะลำบากกับการพยายามเขียนบรรยายภาระงานตัวเอง คนห้อง Chem น่ะมีเลขาชั้นเยี่ยมอย่างคุณศิริจัดการให้เรียบร้อยอยู่แล้วค่ะ และสำหรับตัวเองแล้ว ถ้ามีการสละสิทธิ์ได้ ก็จะขอสละสิทธิ์การรับขั้นพิเศษ เพราะยังคงรู้สึกว่า ตัวเองยังทำงานได้ไม่คุ้มค่ากับทุนที่รับมาจากภาษีคนไทยด้วยซ้ำ เงินเดือนและเงินเวรเท่าที่ได้รับตามปกติก็พอกินพอใช้แล้ว
มาให้กำลังใจค่ะ
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ
คิดถึงพี่โอ๋ พี่เล็ก น้อง Once น้อง Nen น้อง Phoong ครับ
พวกเรากำลังวางแผนว่าจะไปเยี่ยมพี่ๆ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ช่วงอาทิตย์สุดท้ายของเมษายน พี่ๆและเด็กๆ สะดวกไหมครับ
โอ๋จ๊ะ
ประเมินให้ขั้นรอบนี้ ประเมินในรูปกรรมการจ๊ะ ประกอบด้วยบุคคล 4 คน คือ หัวหน้าหน่วย หัวหน้างาน และ บุคคลนอกหน่วยอีก 2 ท่าน ตามรายละเอียด ที่ website ภาค
มาให้กำลังใจกันค่ะ คุณโอ๋ ต้องมีบุญมากๆแน่เลย ทำงานที่ได้ช่วยชีวิตคนมากๆขนาดนี้ ชาติหน้าคงเกิดเป็นนางฟ้าเนอะ เรื่องประเมิน อย่าไปคิดให้เสียอารมณ์เลยค่ะ ทำเท่าที่ทำได้นะคะ เอาจิตใจไปสดใสวันแห่งความรักดีกว่าค่ะ เด็กๆเป็นอย่างไรกันบ้าง เป็นหนุ่มกันแล้วนี่คะ มีรายการจีบหญิงให้คุณแม่รับรู้รึยังเอ่ย
ขอบคุณกำลังใจและดอกไม้แสนสวยจากคุณ Sasinanda รอยยิ้มของคนถือดอกไม้เป็นรอยยิ้มเดียวกับรูปพี่เลยนะคะ ช่างสรรหาจังเลยค่ะ
พระเอกใน GotoKnow อีกคนของพี่โอ๋ คุณ สุดทางบูรพา ช่างสรรหารูปจังค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ
คุณหมอนนท์ที่น่ารัก ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนค่ะ โอ๋ไม่ค่อยได้ทิ้งร่องรอย ทั้งที่แวะไปเก็บความสุขมาหลายครั้งอย่างเร่งด่วนจากบันทึกคุณหมอนนท์คนขยัน อ่านแล้วดีใจ อิ่มใจมีแรงมาลุยงานตัวเองค่ะ เขียนบันทึกนี้เพราะสงสารคนอื่นมากกว่าค่ะ ตัวเองมีพลังใจ"บิ๊กๆ"เหลือเฟืออย่างที่เห็นจริงๆค่ะ สุขสันต์ทุกๆวันเลยนะคะสำหรับคุณหมอนนท์
น้องป๊อบที่รัก ได้เลยๆค่ะเราจะเตรียมการไว้รอ คุยทาง email มาอีกนะคะ เด็กๆตื่นเต้นรอน้าๆกันแล้ว
คุณเอื้อที่รักคะ เพิ่มเติมแก้ไขในบันทึกแล้วค่ะ และอธิบายเพิ่มเติมด้วยแล้วนะคะว่าทำไมถึงเขียนบันทึกนี้ คุณเอื้อได้พยายามแล้วและเป็นแนวทางที่ช่วยได้มากในหลายๆหน่วยงานค่ะ
คุณใบบุญคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจแบบไม่เคยหยุดนี้นะคะ โอ๋ไม่ได้เดือดร้อนเลยค่ะ สงสารคนอื่นหรอกค่ะ อิ่มใจอยู่แล้วที่ได้ทำงานแบบนี้ค่ะ ถือเป็นโชคดีที่ได้ทำมากกว่า ส่วนวันแห่งความรักนั้นหนุ่มๆบ้านนี้รู้สึกจะ"ช้า"ค่ะ ไม่ค่อยทันสมัยเรื่องนี้สักเท่าไหร่ สนุกกับ "วัน April fool" และวันฮัลโลวีนซะมากกว่าค่ะ