ชาวพุทธ มีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจสิ่งเดียวกันคือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมไม่มีวันทิ้งกัน
ดินแดนพุทธอันเก่าแก่ ที่ชื่อว่า บังกลาเทศ (Bangladesh) พุทธศาสนิกชนยังผูกพันกันอย่างเหนียวแน่นด้วยสายใยจากพุทธบุตรและชาวพุทธหลากเชื้อสาย (13 เชื้อชาติ) ซึ่งมีความแตกต่างทั้งภาษา และวัฒนธรรม แต่สิ่งที่ผูกใจกลุ่มคนเหล่านี้ไว้ด้วยกันคือ พระพุทธศาสนา กลุ่มที่สำคัญเช่นกลุ่มบารัว กลุ่มมัลมา และกลุ่มจักมา บุคคลเหล่านี้ เคียงคู่อยู่กับ ประวัติศาสตร์ของศาสนาพุทธ ด้วยแรงศรัทธาและความอดทน เพราะนับตั้งแต่เพื่อนต่างศาสนา (อิสลาม) เข้ามามีอิทธิพล เหนือดินแดนบังกลาเทศ หลายร้อยปีมาแล้วนั้น ชาวพุทธได้รับผลกระทบอย่างมาก

ชาวพุทธบริเวณทิวเขาจิตตะกอง (กลุ่มจักมาและกลุ่มมัลมา) (รูปที่ 1) ต้องออกจากพื้นที่อยู่อาศัยเดิม ซึ่งถูกนำไปสร้างเขื่อน ซึ่งกินเนื้อที่ถึง 54,000 เอเคอร์ ผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนั้น มีราวๆ หมื่นครอบครัว
ยุทธวิธีในการปราบปรามชนกลุ่มน้อยและชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บริเวณแถบเทือกเขาจิตตะกอง นั้น เริ่มขึ้นในเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2529 มีการยกกองทัพสู่ดินแดนบริเวณทิวเขา จิตตะกอง เพื่อกวาดล้างชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ พร้อมอพยพชาวเบงกาลีอิสลาม 55,000 คน ติดตามเข้าไป ในพื้นที่ และประกาศให้คนอิสลามเข้ามาอาศัยแทนชาวพื้นเมืองเดิม ชาวพุทธ (กลุ่มจักมา) เกือบหกหมื่นครอบครัว จึงหนีภัยไปอาศัยอยู่ในอินเดียและพม่า

ภายหลังทั้งสองฝ่่าย (ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายชนกลุ่มน้อยชาวพื้นเมือง ดั้งเดิม) สามารถเจรจาจนบรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกัน ทุกอย่างเริ่มสงบลง ชาวพุทธบนเขาจิตตะกองบางส่วน ที่ลี้ภัยไปต่างแดน ได้รับอนุญาตให้กลับมาอาศัยในเขตเดิม
แต่หลายแห่ง ชุมชนอิสลามได้เข้ายึดครองไปหมดแล้ว ชาวพุทธจึงต้องไปตั้งชุมชนใหม่ ที่ดินทำกินที่เคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ได้นำไปสร้างเป็นเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม (รูปที่ 2)
ชาวพุทธส่วนใหญ่ มีอาชีพหลักคือการเกษตร (รูปที่ 3) และหัตถกรรม (รูปที่ 4)
เช่น จักสาน, ทอผ้า และค้าขายเล็กๆน้อยๆ เป็นสุขตามอัตภาพ และพอเพียง
ส่วนกลุ่มชาวพุทธบนพื้นที่ราบ (กลุ่มบารัว) (รูปที่ 5) ซึ่งอาศัยกระจัดกระจายร่วมกับเพื่อนต่างศาสนา ก็อยู่อย่างเงียบๆ และมีความสงบ
ชาวพุทธ มีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจสิ่งเดียวกันคือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมไม่มีวันทิ้งกัน
ปัจจุบันมีการไปมาหาสู่กันระหว่างชาวพุทธบนเขาและที่ราบ พุทธบุตรบนที่ราบ (กลุ่มบารัว) ได้ขึ้นไปช่วยเหลือ นำความเจริญไปสู่ชาวพุทธบนเขา (กลุ่มจักมา และ มัลมา) ด้วยการให้การศึกษา สร้างโรงเรียนหลายแห่งแก่เด็กยากจน (รูปที่ 6)
ขณะเดียวกัน พระภิกษุ ชาวพุทธภูเขา (กลุ่มจักมาและมัลมา) ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็ได้รับความเคารพนับถือจากชาวบารัวเป็นจำนวนมาก ภิกษุสามเณรหลายรูป ได้ไปศึกษาต่อที่อินเดีย, ศรีลังกา, พม่า และไทย เพื่อจะนำความรู้กลับมาพัฒนาชุมชน เรียกได้ว่า พุทธบุตรคือสื่อกลาง เชื่อมสายสัมพันธ์ พี่น้องชาวพุทธ ในบังกลาเทศ
ชาวพุทธในบังกลาเทศทุกคน ภูมิใจมากที่เกิดมาเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า ทุกคนมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะรักษาประเพณี วัฒนธรรมชาวพุทธให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ถือปฏิบัติ สืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล
รูปภาพและ บทความนี้คัดลอกมาจาก www.dmc.tv ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ ด้วยค่ะ
แณณ ประณยา จองบุญวัฒนา
สวัสดีค่ะ
กำลังคิดถึงคุณแณณอยู่พอดี อยากจะถามเรื่องสีของจีวรน่ะค่ะ พระที่นั่นท่านใช้สีอะไร พอดีบอกบุญเพลินไปหน่อย ลืมนึกไป น่าจะได้มาหลายสี หรือที่จริงไม่มีปัญคะ
ถ้าส่งของไปที่ กุสินารา เราจะติดต่อ หรือส่งผ่านไปบังคลาเทศสะดวกไหมคะ
ขอบพระคุณ และอนุโมทนาบุญ กับบทความทำให้ รู้สึกว่ามีพี่น้องทั่วโลกเลยค่ะ
http://middle072.net/Manijakawan/402%20Bangladesh/491110-15%202550%20Buddha%
<p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal"></p>
ยินดีที่ได้รู้จักและสุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ
ยินดีที่ได้รู้จักและสุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ
อนุโมทนาบุญกับแณณและโยคีน้อยครับ
ส่งจากกุสินาราได้เลยครับ
เท่าที่ทราบพระธรรมทูตสายอินเดียก็ได้นำจีวรที่เหลือใช้ ที่ได้รับบริจาคจากคณะญาติโยมที่ไปแสวงบุญ และบริจาคให้คนอินเดียที่บวชภาคฤดูร้อนเป็นประจำทุกปี
ผมคิดว่าถ้าโยคีน้อยไปดูงานที่คลินิค ลองประสานเรื่องนี้ดู ก็อาจจะมีการรับวัดพุทธที่บังคลาเทศเป็นเครือข่ายอีกแห่งหนึ่ง
สาธุครับ