ความไม่เห็นแก่ตัวเป็นหลักปฏิบัติที่ทำให้คนเราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สังคมเราก็จะอบอุ่นเพราะมีการเอื้ออาทรต่อกัน

        บ่อยครั้งที่เราเจอปัญหาเด็กทะเลาะกันเรื่องแย่งของเล่น และลงเอยเด็กด้วยการตีหรือห้ามเด็กเล่น หากเราลองทบทวนการกระทำทั้งเด็กและผู้ใหญ่เราได้ข้อคิดใดบ้าง

        ผู้ใหญ่เคยสอนเรื่องการแบ่งปันหรือเปล่า?

        เด็กเกิดข้อขัดแย้งในใจไหม ?

   หากเราจะสอนการแบ่งปัน เราจะสอนอย่างไร  ทำได้คือ พยายามสอนเขาตั้งแต่วัยเยาว์ เพราะไม่อย่างนั้นจะสอนยาก เหมือนโบราณเขาบอกว่า "ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก"

     การเริ่มควรเริ่มจากง่าย ๆ ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป

     จากการหัดเขาแบ่งปันสิ่งที่เขามีเยอะ เช่น ในขณะนั้นมีของเล่นมาก ก็ให้เขาแบ่งของเล่นกับเพื่อน หรือขนมก็แบ่งของให้เท่า ๆ กัน เมื่อเริ่มผู้ใหญ่ควรชมเชย ยกย่องในการกระทำว่าทำดีแล้วลูก เด็กจะได้ภูมิใจ มั่นใจ อยากกระทำสิ่งนั้นอีก เป็นการเสริมแรงในทางบวก

    แต่หากเป็นของเล่นที่เขารักและหวงมากที่สุด และมีสิ่งเดียว เป็นธรรมดาที่จะห่วง   เราควรยกเว้นบ้าง หรือไม่ก็สอนเขาให้เขาหัดแบ่งปันอย่างอื่น เช่น อันนี้เรามีตัวเดียวให้เราเล่นก่อนนะ ให้ตัวเองเล่นอันนี้รอไปก่อน

    ถ้าหากเป็นเพื่อนที่ชอบเล่นแล้วทำพังบ่อย ๆ ก็น่ายกเว้น ไม่ยังงั้นก็เป็นการทำร้ายจิตใจเด็ก ๆ ได้ เพราะเป็นของที่เขารัก แต่มาพังไปเสียก่อนด้วยน้ำมือเพื่อน เป็นการทำลายเรื่อง การแบ่งปันไปเกือบครึ่งแล้วเขาจะอยากแบ่งปันทำไม  เด็ก ๆ มีสิทธิ์ปฏิเสธของได้ในกรณีนี้

        ส่งเสริมเขาทำบ่อย ๆ ก็จะเกิดการเรียนรู้ไปในทางที่ดี 

 กลยุทธ    อาจใช้การสะสมความดีของเขา ใครทำดีเขียนในสมุดบันทึกความดี บ่อย ๆ ถ้าหากเต็มคุณพ่อคุณแม่ อาจมีดอกเบี้ยพิเศษ พาไปเที่ยวทะเล เที่ยวสวนสนุก เป็นดอกเบี้ยที่สร้างสรรค์ดีคะ

"ความไม่เห็นแก่ตัวเป็นหลักปฏิบัติที่ทำให้คนเราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สังคมเราก็จะอบอุ่นเพราะมีการเอื้ออาทรต่อกัน"