...
<p>เป็นที่ทราบกันดีว่า ผลการผ่าศพชันสูตรทหารอเมริกันที่รบในสงครามเวียดนามพบว่า เส้นเลือดคนเราเริ่มอุดตันตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ และอุดตันเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตามอายุ(ที่มากขึ้น)</p>
วันนี้มีข่าวว่า คนที่ตายก่อนวัยอันควร เช่น อุบัติเหตุ ฆ่าตัวตาย ถูกฆ่าตาย ฯลฯ มีแนวโน้มจะมีเส้นเลือดหัวใจอุดตันมากขึ้น เรียกได้ว่า ถ้าตายช้าอีกหน่อย... ก็จะมีโอกาสตายจากโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันตามมาติดๆ ทีเดียว
...
ท่านอาจารย์ซินเตีย ลีพซัน และคณะ แห่งเมโยคลินิก มินนีโซทา และมหาวิทยาลัยบริทิช โคลัมเบีย แวนคูเวอร์ สหรัฐฯ ทำการศึกษาผลการชันสูตรศพ (autopsy) คนอเมริกันในเขตโอมสเทท มินนีโซทาที่ตายก่อนวัยอันควรในช่วงปี 1981-2004 (พ.ศ. 2524-2547)
กลุ่มตัวอย่าง 425 ศพ อายุ 16-64 ปีพบว่า
| เส้นเลือดหัวใจอุดตัน | ร้อยละ (%) |
| ระยะแรกเริ่ม (beginning disease) | 83.0 |
| ระยะร้ายแรง (high-grade disease) | 8.2 |
...
สถิติโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันในสหรัฐฯ พบเพิ่มขึ้นในศตวรรษที่ 20 หรือประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา จนถึงจุดสูงสุดในช่วงปี 1960s หรือช่วงสงครามเวียดนาม (พ.ศ. 2503-2512)
หลังจากนั้นสถิติค่อยๆ ลดลงถึงจุดต่ำสุดในปี 1995 (พ.ศ. 2538) เนื่องจากคนอเมริกัน โดยเฉพาะผู้ชายสูบบุหรี่น้อยลง วิถีชีวิตเปลี่ยนไป หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น กินอาหารประมาณ "เนื้อ-นม-ไข่" ลดลง คนส่วนหนึ่งกินอาหารมังสวิรัติมากขึ้น
...
หลังปี 2000 (พ.ศ. 2543) สถิติโรคหัวใจกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุน่าจะเป็นผลจากปัจจัยสำคัญๆ 2 ประการได้แก่ โรคอ้วน และโรคเบาหวานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การศึกษาอีกรายงานหนึ่งทำโดยท่านอาจารย์ดอกเตอร์ฟิลิพ เมลเลน และคณะ แห่งคลินิกแฮททีสเบิร์ก มิซซิสซิพพี สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างคนไข้โรคความดันเลือดสูงในช่วงปี 1988-1994 (พ.ศ. 2531-2537) เทียบกับช่วงปี 1999-2004 (พ.ศ. 2542-2547)
...
ผลการศึกษาพบว่า ช่วงปี 1997 (พ.ศ. 2540) คนไข้ส่วนใหญ่กินอาหารค่อนข้างดี โดยกินผลไม้ทั้งผล (ไม่ใช่น้ำผลไม้) และผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำมากพอเป็นประจำ
อาหารดังกล่าวมีส่วนช่วยป้องกัน หรือลดความรุนแรงของโรคความดันเลือดสูง ทว่า... ช่วง 15 ปีที่ผ่านมา คนไข้โรคความดันเลือดสูงกินอาหารที่ดีกับสุขภาพ (ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ ผัก ผลไม้ นมไขมันต่ำ)น้อยลง ทำให้การรักษาได้ผลไม่ค่อยดี
...
การศึกษาเหล่านี้สนับสนุนว่า โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด ซึ่งเรามีส่วนช่วยป้องกันได้โดยการออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ กินอาหารสุขภาพ โดยเน้นการลดกะทิ ไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันสัตว์(พบมากในก๋วยเตี๋ยวแห้งที่คลุกน้ำมันหมู) ไขมันอิ่มตัว โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปที่ทำจากน้ำมันปาล์ม และอาหารฟาสต์ฟูด(จานด่วน)
การกินผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัดทั้งผล เช่น ส้ม ฝรั่ง แอปเปิล น้ำมะเขือเทศ ฯลฯ เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง และระวังอย่าให้อ้วนหรืออ้วนลงพุง เช่น ลด-ละ-เลิกเหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ ให้ได้ มีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจได้
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...

ข่าวประกาศ
- ถ้าผู้เขียนลากิจได้ > จะปลีกวิเวก ปฏิบัติธรรมในระหว่างวันที่ 16-24 กุมภาพันธ์ 2551.
- ถ้าผู้เขียนลากิจได้ > จะไม่เขียนบล็อกในช่วงนั้นครับ > ขออภัย
ที่มา
- Thank Reuters > Julie Steenhuysen. Maggie Fox & Todd Eastham ed. > Autopsied forecast surge in U.S. heart disease > [ Click ] > Feb.11, 2008.
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 12 กุมภาพันธ์ 2551.
</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span>
มาเยี่ยมและ นำไมตรีมามอบให้ค่ะ
ขอขอบพระคุณอาจารย์ sasinanda...
ขอบพระคุณคุณหมอวัลลภ ที่เขียนประเด็นที่สำคัญมากประเด็นหนึ่ง
จะเห็นว่า องค์ความรู้ของเมืองนอกมาจากการเก็บรวบรวมข้อมูล
อย่างเป็นระบบ ระเบียบ ทำให้เราใช้อ้างอิงได้
และขออนุโมทนาสำหรับความตั้งใจในการปฏิบัติธรรมครับ
ขอขอบพระคุณอาจารย์หมอสุข...
ขอขอบพระคุณครับ