ตั้งใจจะรีบไปประชุมต่อที่ปัตตานีหลังสอนเสร็จในช่วงเช้าครับ เนื่องจากช่วงบ่ายมีกิจกรรมบรรยายพิเศษโดยอธิการบดี ผมเลยต้องงดสอนและขออนุญาตไปร่วมกับทีมวิจัยที่กำลังอบรมกับสกว. อยู่ที่ โรงแรมซีเอส ปัตตานี แต่รู้สึกง่วงจริงๆ ครับ เลยรีบไปไม่ได้ขอนั่งจิบกาแฟ ตีสองซักแก้วหนึ่ง (ฮาฮา ตีสอง นี้เป็นโค้คของเพื่อนๆ สมัยเรียนครับ เวลาจะสั่งกาแฟที่ร้านบังนูฮ์ หน้ามอ. หากต้องการเข้มข้นก็บอกบังไปว่า กาแฟออ ตีสอง แก้วหนึ่ง คือเอาประเภทเข้มข้นให้ตาค้างไปได้ถึงตีสองนะครับ)

เมื่อวานช่างเขามาติดตั้งแอร์ที่ห้องทำงานครับ ซึ่งห้องทำงานนี้เป็นห้องรวมของคณบดีและรองคณบดี (อยู่ห้องเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากตอนนี้ห้องเรียนมีจำกัด ฮิฮิ) ปรากฏเมื่อผมได้เจอหน้าเถ้าแก่ร้านแอร์ ก็โดนแซวมัดหนักเลยครับ โอ้ คณบดีคุณไม่มีพาวเวอร์เลย? ผมเลยต้องถามกลับ เรื่องไหนล่ะ?  (เพราะคิดในใจ ท่านก็ลูกหลายคนแล้ว ไม่มีพลังได้งัย ฮิฮิ แซวผู้หลักผู้ใหญ่) อยู่ได้งัยห้องไม่มีแอร์ มาได้เป็นปีๆ ขอแอร์สักเครื่องยังไม่ได้เลย (ตามมาด้วยเสียงหัวเราะ)

จริงของเถ้าแก่ครับ ผมว่า ห้องทำงานคณบดีของเราเป็นห้องทำงานเดียวในประเทศไทยกระมัง ที่ไม่มีเครื่องทำความเย็น ใช้แต่พัดลม ที่ต่างคนต่างก็ซื้อมาเอง (แถมบางทีมีคนฉกไปใช้ห้องอื่นด้วย ฮาฮาฮา)

จริงๆ เดิม ห้องคณบดีมีแอร์ครับ (จริงๆ ครับยืนยัน) แต่ห้องพักอาจารย์ไม่มีแอร์ แล้วอาจารย์บ่นกันมากเหลือเกิน ผมเลยเสนอไอเดีย ปรับเปลี่ยนห้องทำงาน (บวกกับจำนวนห้องเรียนไม่พอด้วย) โดยให้อาจารย์ไปอยู่ในห้องคณบดีเดิม ซึ่งเป็นห้องใหญ่มาก (แต่เดิมห้องนั้นรวมทั้งหมดของคณะครับ สำนักงานคณะก็อยู่ห้องเดียวกัน) แล้วผมก็ทิ้งความท้าทายไว้ว่า ถ้าคณบดีลงมาอยู่ในห้องทำงานที่ยังไม่ได้ติดแอร์ คงไม่นานหรอก ทางมหาวิทยาลัยคงจะติดแอร์ให้ (การปรับเปลี่ยนโยกย้ายสำนักงานทั้งหมด รอบนั้นยกผลงานให้ ผช.ฝ่ายบริหารครับ)

สุดท้ายเราใช้เวลาในการขอแอร์ไปทั้งสิ้นเกือบสองปี (แอะ หรือว่าสามปีก็ไม่รู้) วันนี้เลยได้นั่งห้องทำงานที่มีแอร์สมใจสักที

ออ. ส่วนเรื่องที่กล่าวหาว่า คณบดีผมไม่มีพาว์เวอร์ ผมก็แย้งไปว่า ออ เราแค่ไม่อยากให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรอกครับ ติดแอร์ห้องทำงาน ไม่ต้องบอกใครก็ได้ มันต้องเป็นระบบอัตโนมัติอยู่แล้ว ฮาฮาฮา ที่เป็นปัญหาคือ ระบบอัตโนมัติของมหาวิทยาลัย มันช้าไปนิดหนึ่งเท่านั้นเอง ฮาฮาฮา