โครงการเรียนร่วม โรงเรียนหอพระ จังหวัดเชียงใหม่
โครงการเรียนร่วม โรงเรียนหอพระ จังหวัดเชียงใหม่
 
              เริ่มดำเนินการเมื่อปีการศึกษา2533     โดยโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่  ได้ส่งนักเรียนตาบอดที่สนใจจะศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น    มาเรียนร่วมในโรงเรียนหอพระ    โดยทางโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ  ให้ความช่วยเหลือในบางอย่างเท่านั้น   เช่น   การอ่านข้อสอบ และโครงการก็ดำเนินต่อในลักษณะดังกล่าว
              ในปีการศึกษา 2537 โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯได้ปรับปรุงการดำเนินงานโครงการเรียนร่วมใหม่    โดยส่งนักเรียนตาบอด จำนวน 6 คน   มาเรียนร่วมในโรงเรียนหอพระ   และส่งครูเสริมวิชาการ   จำนวน   1 คน  มาอยู่ประจำที่โรงเรียนหอพระ  เพื่อช่วยเหลือด้านการเรียนการสอนแก่  นักเรียนตาบอด     และครูผู้สอนในโรงเรียนร่วม ก็ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน
              โครงการเรียนร่วมโรงเรียนหอพระ      ได้รับความสนใจจากคณะผู้บริหารและบุคลากรด้านต่างๆ    อย่างยิ่งโดยจัดให้มีห้องเสริมวิชาการเพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของครูเสริมวิชาการ  และเป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้า ทำการบ้าน พักผ่อนหย่อนใจ
ของนักเรียนตาบอดอีกด้วย 
              นอกจากนี้ทางโรงเรียนหอพระ    ยังได้ส่งคณะครูผู้เกี่ยวข้องกับการสอนเด็กตาบอดเรียนร่วม   ไปศึกษาดูงาน    และเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับโครงการเรียนร่วมอย่างสม่ำเสมอทำให้โครงการเรียนร่วมโรงเรียนหอพระ  ได้รับความสนใจจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการเรียนร่วมโดยการศึกษาดูงานและเยี่ยมชมโครงการเรียนร่วมโรงเรียนหอพระเสมอ ๆ
 
บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารโรงเรียน
              1. ประชาสัมพันธ์โครงการเรียนร่วมให้คณะครู-นักเรียนได้ทราบเกี่ยว กับโครงการ
              2. ส่งเสริมให้เด็กตาบอดได้เรียนร่วม และร่วมกิจกรรมที่พอจะทำได้
              3. ประสานงานและสนับสนุนครูผู้สอน  จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเด็กตาบอดให้ ดี
ที่สุด
              4. จัดหาครูอาสาสมัคร  ทำหน้าที่ครูพิเศษ   สำหรับประสานงานและให้ความช่วย เหลือเด็กตาบอดในโรงเรียนร่วมอย่าง
                   น้อยสายละ 1 คน
              5. อำนวยความสะดวกเรื่องที่ทำงานของครูเสริมวิชาการ ให้เป็นสัดส่วนเหมาะสมในการช่วยเหลือเด็กตาบอดและ
                  ปฏิบัติงาน
              6. อำนวยความสะดวกและส่งเสริมสื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กตาบ อด   
              7. ส่งเสริมให้ครูพิเศษ ครูผู้สอน   ได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมหรือเข้ารับการอบรมในเรื่องการเรียนการสอนของเด็ก
                  ตาบอด
              8. ส่งเสริมให้เด็กตาบอด  ได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความรู้  ความสามารถ และเผยแพร่ให้ปรากฏต่อโรงเรียนและ
                  ชุมชน
              9. สร้างขวัญและกำลังใจต่อครูผู้สอน ครูพิเศษทุกรูปแบบ
            10. ส่งเสริมให้มีการเยี่ยมบ้านเด็กตาบอดและครอบครัว
            11. นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล โครงการอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ
 
บทบาทหน้าที่ของครูผู้สอน ครูประจำชั้น
              1. มีความเข้าใจเอื้ออาทรใกล้ชิด และรักเด็กตาบอดด้วยความจริงใจ
              2. สนใจเด็กตาบอดเช่นเดียวกับเด็กปกติไม่ให้เด็กตาบอดมีความรู้สึกว่าเป็นส่วนเกินของสังคม
              3. เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กตาปกติ  ในด้านการช่วยเหลือ   เอื้อเฟื้อในด้านการเรียน การสอน
              4. ให้สื่อการสอนที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด
              5. ให้เด็กตาบอดได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเท่าที่จะทำได้
              6. ไม่ให้สิทธิพิเศษ หรือความสงสารเด็กตาบอดมากเกินไป ด้วยการให้คะแนนฟรี ยกเว้นไม่ให้ทำกิจกรรม
              7. ดูแลความประพฤติให้เด็กตาบอดปฏิบัติตามระเบียบวินัยของโรงเรียนเช่นเดียว กับเด็กปกติ
              8. จัดให้นักเรียนตาบอดนั่งแถวหน้า    หรือตำแหน่งที่เด็กตาบอดสามารถได้ยินครูผู้สอนได้ชัดเจน และครูดูแลได้สะดวก
              9. ปรึกษาหารือประสานงานกับครูเสริมวิชาการ ด้านการเรียน การสอนเด็กตาบอดตลอดจนปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับ
                   เด็กตาบอด
 
บทบาทหน้าที่ของครูเสริมวิชาการ
              1. ทำหน้าที่ดุจผู้ปกครองของนักเรียนเรียนร่วม  กล่าวคือ ต้องพานักเรียนตาบอดไปเรียน ไปสอบ ไปลงทะเบียนเรียน 
                  จัดหาเสื้อผ้าตลอดจนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียน
              2. ประสานงานกับครูประจำชั้นและครูผู้สอน ที่มีเด็กตาบอดเรียนร่วมเพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือเด็กตาบอด ด้าน
                  การเรียนการสอนและการสอบ  
              3. แปลงาน การบ้าน จากอักษรเบรลล์เป็นอักษรปกติ
              4. จัดพิมพ์เอกสารประกอบการเรียนแบบฝึกหัดเป็นอักษรเบรลล์
              5. ประสานงานกับโรงเรียนต้นสังกัด  ครูหอพัก  ห้องสมุด ครูสอนการบ้าน เพื่อหาทางพัฒนาการเรียนเด็กตาบอด
                  ให้ดียิ่งขึ้น
              6. อบรมกิริยามารยาท และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม  ให้เด็กนักเรียนตาบอด
              7. สอนวิชาเฉพาะสำหรับเด็กตาบอด  เช่น  การใช้ไม้เท้า การใช้เครื่องพิมพ์ดีด การใช้ลูกคิด การเดินทางในบริเวณ
                  โรงเรียนเรียนร่วม
              8. สอนซ่อมเสริมในบางวิชา ที่นักเรียนเรียนมีปัญหาในขณะที่เรียนในห้องเรียน