ความฝันของชมรมผู้ปกครองนักเรียนตาบอด จังหวัดสงขลา โดย ชมรมผู้ปกครองนักเรียนตาบอด จังหวัดสงขลา ตาบอด ต้องเรียนหนังสือด้วยหรือ? เรียนได้หรือ?ทำไมไม่เรียนที่โรงเรียนสอนคนตาบอด มาเรียนกับเด็กปกติทำไม?เรียนกับเด็กปกติ เป็นภาระกับผู้อื่น เรียนไปก็ไม่มีประโยชน์ ! และอีกหลายคำถาม หลายความคิดเห็น เราเชื่อว่าหลายท่านคงจะได้ยิน และได้รับทราบมาบ้างแล้ว สำหรับผม และผู้ปกครองนักเรียนตาพิการที่ได้เรียนร่วมกับเด็กปกตินั้น ต้องพยายามตอบคำถาม ปลอบใจลูกๆ เพื่อให้เขาได้ไม่เครียดกับคำถามเหล่านั้น บ่อยมาก ผมเชื่อว่าทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ ต่างปรารถนาให้ตนเองมีอวัยวะครบถ้วน 32 ประการทั้งสิ้น มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์เพื่อจะได้ดำรงชีวิตอยู่ในโลกใบเล็กนี้ ด้วยความสุข ตามอัตภาพแต่ความปรารถนาเหล่านั้น ใช่ว่าจะบรรลุผลทุกคน หากเขาต้องเป็นคนพิการโดยกำเนิด หรือ เกิดเหตุให้เขาต้องพิการ อย่างไรก็ตามบุคคลผู้พิการเหล่านี้ ต้องมีชีวิตร่วมกับบุคคลที่เป็นปกติอื่นๆในสังคม ถ้าหากเขาพิการเมื่อมีอายุมากแล้ว เช่นในวัยกลางคน ครอบครัว คือ บุตร สามี ภรรยา หรือผู้ใกล้ชิดจะเป็นหน่วยแรกที่ต้องคอยดูแล ให้กำลังใจ และฟื้นฟู สมรรถภาพเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ ไม่ท้อแท้ต่อความพิการที่เกิดขึ้น แต่สำหรับผู้พิการที่พิการมาตั้งแต่กำเนิด พ่อ แม่ พี่ หรือน้อง จะเป็นหน่วยแรกที่ ต้องคอยให้ความรู้ ฝึกสอนทักษะเบื้องต้นต่างๆในการดำรงชีวิต รวมทั้ง ให้การศึกษา เพราะในสังคมแห่งการเรียนรู้นั้น การศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ไม่เว้นผู้พิการในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้พิการด้านสายตา การอ่านออก เขียนได้ ถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด อ่านออก เพื่อจะได้รู้ว่าผู้อื่นได้คิด ทำ และเขียนความรู้อะไรเอาไว้บ้างแล้ว เขียนได้เพื่อที่ตนเองจะได้ เขียน บันทึกสิ่งที่ตนเอง คิด ฝัน และได้ทำเอาไว้ เพื่อให้คนอื่นได้ทราบ ที่ว่าสำคัญที่สุดเพราะสำหรับผู้พิการด้านสายตานั้น การรับรู้ด้านอื่น สามารถกระทำได้อย่างจำกัดยิ่ง ด้วยความตระหนักในความจำเป็นของการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับบุคคลตาพิการ ผมเองซึ่งมีบุตรสาวตาพิการมาตั้งแต่กำเนิด (มารดาป่วยครรภ์เป็นพิษ ชนิดรุนแรง) จึงได้ขวนขวาย หาแหล่งความรู้ สถานศึกษา เพื่อให้ลูกสามารถอ่านออก และเขียนได้ และ จากการขวนขวายดังกล่าว จึงได้พบปะกับผู้ปกครองท่านอื่นๆอีกหลายท่านที่มีความประสงค์ เหมือนกัน พบกับปัญหาคล้ายๆกัน เราจึงได้รวมกันเป็นชมรม เพื่อที่จะได้ช่วยกันแก้ปัญหา ปลอบใจกันยามที่เราไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากไปกว่านั้น และ รวบรวมปัญหาต่างๆที่เรากำลังเผชิญอยู่ เสนอขอความช่วยเหลือต่อผู้ที่เราคิดว่า เขาเต็มใจที่จะช่วยได้ ผมเชื่อว่าทุกคน มีความฝันเป็นของตนเอง มีเป้าหมายในชีวิตแตกต่างกันไป บ้างความฝันนั้นเป็นจริง บ้างความฝันนั้นไม่สามารถที่จะเป็นจริงได้ เราผู้ปกครองนักเรียนตาพิการเรียนร่วมในจังหวัดสงขลาแต่ครั้งนั้นก็มีความฝันเช่นกัน ในอดีตนั้น ภาคใต้ตอนล่างของเรา คนตาบอดยังไม่มีศูนย์บริการศึกษาเฉพาะทาง ถ้าหากเราต้องการให้ลูกหลานตาบอดได้รับการศึกษา เข้าเรียนร่วมในโรงเรียนปกติ เราจำเป็นต้องให้ลูกหลานเราไปไกลถึงจังหวัดสุราษฏร์ธานี หรือไม่ก็ไปอยู่ที่กรุงเทพ ไปพักอยู่กับมูลนิธิต่างๆที่ได้จัดการเรื่องการศึกษาเฉพาะเด็กตาบอดโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องหนักหนา สาหัส สำหรับผู้ปกครองหลายท่าน ผู้ปกครองที่มีลูกตาบอดนั้น มีความรัก ห่วงใยลูกเป็นอันมาก และเพราะความรัก ห่วงใยมากนี่เอง จึงทำใจได้ยาก ที่จะให้ลูกตนเองต้องไปอยู่อย่างเดียวดาย ในสถานที่ซึ่งเขาไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะถ้าเป็นลูกที่เป็นผู้หญิงเช่นผม การศึกษาในโรงเรียนสำหรับนักเรียนตาบอดในภาคใต้ตอนล่างจึงเป็นเรื่องยาก จนแทบจะเป็นไปไม่ได้ เด็กตาบอดหลายคนที่นี่จึงไม่ได้รับการศึกษาจนถึงขั้นอ่านออก เขียนได้ แม้เขาจะมีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเอง ให้เป็นประโยชน์กับตนเอง ไม่เป็นภาระแก่สังคมในอนาคตก็ตาม ด้วยสภาพที่เป็นอยู่ในอดีตเช่นนั้น เราผู้ปกครองที่มีลูก หลานซึ่ง กำลังเรียนร่วมเท่าที่จะเป็นไปได้ในโรงเรียนปกติ จึงฝันที่จะมีศูนย์บริการการศึกษาสำหรับเด็กตาบอดโดยเฉพาะสักแห่งหนึ่งใกล้ๆบ้าน มีครูที่เข้าใจในเรื่องการเรียนร่วม ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับนักเรียนที่กำลังเรียนร่วมในโรงเรียนปกติ และเป็นผู้ประสานระหว่างเด็กนักเรียน กับโรงเรียนเพื่อความเข้าใจถ้าหากมีความไม่เข้าใจเกิดขึ้น ศูนย์บริการการศึกษานั้นจะทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตสื่ออันจำเป็นในการเรียนรู้ และมีหนังสือ เทป หรือสื่อการเรียนอันจำเป็นสำหรับนักเรียนตาบอดได้ใช้ในการศึกษา ค้นคว้า พัฒนาตนเอง นอกจากนั้น ศูนย์ควรจะเป็นสถานที่เตรียมความพร้อมให้กับเด็กก่อนที่จะเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนปกติ และสามารถให้ที่พักแก่เด็กในขณะที่เตรียมความพร้อม หรือกำลังเรียนร่วมอยู่ เพื่อบรรเทาความยากลำบากแก่ผู้ปกครองในการเดินทาง รับ ส่ง บุตรหลาน ศูนย์ควรจะเป็นสถานที่สะอาด ปลอดภัยสำหรับเด็ก และทุกคน และเหนือสิ่งอื่นใด ศูนย์จะต้องต้อนรับเด็กตาบอดทุกคน โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่าง ด้านเชื้อชาติ หรือ ศาสนา ความฝันของผู้ปกครองเด็กในขณะนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นไปได้ยาก หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลย ด้วยสาเหตุหลายประการ แต่ความฝันก็กลายเป็นความจริง เมื่อ พ.ศ. 2547 ท่านอาจารย์ประหยัด ภูหนองโอง ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิธรรมมิกชนเพื่อคนตาบอดในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ท่านอารีย์ หอวิจิตร ประธานมูลนิธิ กับคณะกรรมการของมูลนิธิ ได้มีความเห็นพ้องกันว่า มูลนิธิควรจะได้จัดการศึกษาเพื่อคนตาบอดในภาคใต้ตอนล่างด้วย ประกอบกับท่าน ถาวร พงศ์ประยูร และครอบครัว ได้มีความประสงค์ที่จะบริจาคที่ดิน เพื่อการก่อสร้างมูลนิธิ ทางชมรมปกครองนักเรียนตาบอดเรียนร่วมในจังหวัดสงขลา จึงรู้สึกยินดีมาก และยินดีให้ความช่วยเหลือแก่มูลนิธิทุกอย่างเท่าที่จะสามารถทำได้ ตลอดมา มูลนิธิธรรมมิกชนเพื่อคนตาบอดในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดสงขลาจึงได้ถือกำเนิดมา ด้วยความร่วมมือ ร่วมใจ เสียสละของบุคคล หลายฝ่ายที่เห็นอก เห็นใจ ต้องการช่วยเหลือคนตาบอดในภาคใต้ตอนล่างนี้ จริงๆ โดยได้ร่วมกัน บริจาคทรัพย์ ตั้ง โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด ธรรมสากลหาดใหญ่ขึ้น ได้มีการวางศิลาฤกษ์ เมื่อต้นปี พุทธศักราช 2547 ดำเนินการก่อสร้างอาคารโรงเรียน รับเด็กตาบอดมาฟื้นฟู และส่งไปเรียนร่วม ในโรงเรียนต่างๆตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา บัดนี้ทางชมรมผู้ปกครองนักเรียนตาบอดเรียนร่วมจังหวัดสงขลาถือว่า ความฝันของเราเป็นจริงไปได้ ครึ่งหนึ่งแล้ว การให้การศึกษาแก่เด็กตาบอดทุกคนในอนาคต ทางชมรมถือว่าเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ ที่จำต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน บุตรหลานของเราที่ตาพิการนั้น บ้างก็พิการเมื่อมีอายุไม่น้อย ความพิการนั้นเองก็ทำให้ตัวเขาเองเป็นทุกข์อันหนักหนาเหลือจะทานทน อยู่แล้ว ครอบครัวถือเป็นผู้ใกล้ชิดที่สำคัญที่สุดในการให้กำลังใจเพื่อให้เขาได้ต่อสู้กับชีวิตต่อไป ผมเชื่อว่าผู้ปกครองทุกคนรักลูก หวังดี ปรารถนาดี อยากให้ลูกได้มีความรู้ พัฒนาตนเอง สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่เป็นภาระแก่สังคมในอนาคต และยินดีที่จะทำทุกอย่างอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้บุตร หลานได้บรรลุจุดหมายที่ว่านั้น ทางชมรมถือว่าการให้การศึกษาแก่บุตร หลาน เป็นแนวทางในการพัฒนาคนตาบอดที่ถูกต้องหนทางหนึ่ง และเห็นว่า มูลนิธิธรรมมิกชนเพื่อคนตาบอด ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดสงขลามีความมุ่งหวัง แน่วแน่ ที่จะเป็นศูนย์บริการการศึกษาสำหรับบุตรหลานที่ตาบอดในภาคใต้ตอนล่างนี้ อย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับความฝันที่เรามี ชมรมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศูนย์บริการนี้จะได้เป็นรากฐานอันสำคัญ สำหรับเด็กตาบอด ในอันที่จะก้าวต่อไปในอนาคตอย่างมีความหวัง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ชมรมผู้ปกครองนักเรียนตาบอดสงขลา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ปกครองเด็กตาบอดทุกท่าน จะได้นำบุตร หลานที่เป็นเด็กตาบอดทุกคน มาเตรียมความพร้อมที่โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดธรรมสากล หาดใหญ่ มาช่วยกันเสนอแนะ แนวทาง ติ ชม โอบอุ้ม เพื่อให้สถานบริการการศึกษาแห่งนี้ เป็นรากฐานอันมั่นคง สำหรับเด็กตาบอดในภาคใต้ตอนล่างนี้ สืบไป ศูนย์บริการการศึกษาแห่งนี้จะไม่สามารถยืนยง ให้บริการแก่เด็ก และคนตาบอดอยู่ได้ ถ้าปราศจากความร่วมมือ และการช่วยเหลือจากท่าน เรามาสร้างอนาคต ให้กับ ลูก หลานเราเองกันเถิดครับ</p>
specail
ความผันของผู้ปกครองนักเรียนตาบอด
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย ขัญติภาณ ขัญ ศรีใส · 8 ก.พ. 2551
dogdoy · 8 ก.พ. 2551
รศ.พญ. ปารมี ทองสุกใส · 8 ก.พ. 2551
ครูอ้อย แซ่เฮ · 8 ก.พ. 2551
ครูอ้อย แซ่เฮ · 8 ก.พ. 2551
มะปราง · 8 ก.พ. 2551