เกษตรกรรม

วันข้าวหอมมะลิโลกแห่งท้องทุ่งกุลาร้องไห้อำเภอสุวรรณภูมิ101

 

  • นายพินิจ พิชยกัลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด  เปิดเผยว่า  ข้าวหอมมะลิ หรือชื่อทางราชการว่า ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในโลกต้องผลิตจากดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดภาคอีสาน คือร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ ศรีสะเกษ และยโสธร พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ด 9.7 แสนไร่ 4 อำเภอคือ อำเภอปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย เป็นข้าวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องความหอม นุ่ม อร่อย ส่งผลให้ชื่อเสียงของข้าวหอมมะลิโงดังไปทั่วโลก ทำให้จังหวัดล้อมรอบทุ่งกุลาร้องไห้ ต่างขึ้นคำขวัญมีข้าวหอมมะลิชั้นดี  ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาอาชีพหรือจุดขายเดียวกัน เป็นการบูรณาการการผลิตข้าวหอมมะลิเพื่อการส่งออก ถือเป็นการร่วมผลักดันข้าวไทยให้โกอินเตอร์มากขึ้น
  • นายพินิจ พิชยกัลป์ กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ด ร้อยเอ็ดที่มีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิมากถึง 48% ของพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ 9.7 แสนไร่  ทั้งจังหวัดมี 3.1 ล้านไร่ มีการนำร่องในการจัดทำแผนงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547-2551 พร้อมจัดทำโครงการ 5 โครงการด้วยวงเงินกว่า 22 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด อาทิ โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดีสู่ตลาดโลก, โครงการแปรสภาพข้าวหอมมะลิและบรรจุ, โครงการส่งเสริมตลาดข้าวหอมมะลิเพื่อการส่งออก พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) การผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดี ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กับผู้แทนสถาบันเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด
  •  ร้อยเอ็ดได้สร้างแบรนด์ข้าวหอมมะลิ

นายสุรชาติ  กันทวิชยานนท์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า เพื่อสร้างแบรนด์ข้าวหอมมะลิของกลุ่มจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนกระจายสู่ตลาดโลก พร้อมกับเป็นการป้องกันการปลอมปนระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวปทุมธานี เครือข่ายสหกรณ์การเกษตรกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารจึงได้ยื่นจดลิขสิทธิ์ตราสินค้าข้าวหอมมะลิข้าวหอมมะลิ 101” โดยยื่นจดในนามจังหวัดร้อยเอ็ดและสมาพันธ์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ โดยได้ยื่นสามารถติดยี่ห้อพร้อมโลโก้บนบรรจุภัณฑ์ของข้าวหอมมะลิ ซึ่งแบรนด์ดังกล่าวนั้นจะเป็นของ จ.ร้อยเอ็ด ปัจจุบันมีการพัฒนาการถึงขั้นการสร้างให้เป็นข้าวอินทรีย์ ของจังหวัดร้อยเอ็ด โดยข้อตลลงร่วมระหว่าง ท้องถิ่น ท้องที่ เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยดำเนินการครบ 20 อำเภอแล้ว

  •   เจาะตลาดเน้นยุโรป-อเมริกา
            นายสุรชาติ กันทวิชยานนท์ กล่าวอีกว่า แบรนด์ข้าวหอมมะลิของ จ.ร้อยเอ็ด เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าได้บริโภคข้าวหอมมะลิชั้นดี 100% ซึ่งในขณะนี้มีลิขสิทธิ์จากกระทรวงพาณิชย์ นายวิศรุต  กระบวนสืบ พาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ดมีการประกวดตราสัญญลักษ์ของภาครัฐภาคเอกชน ระดมแนวคิดเพื่อร่วมกำหนดทิศทางข้าวหอมมะลิ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลักด้วยกัน คือ ข้อมูลด้านการตลาด จังหวัดร้อยเอ็ดต้องรายงานข้อเท็จจริงทั้งในเรื่องการส่งออก ผลผลิตที่ได้ และประเด็นที่สอง คือการพัฒนาข้าวหอมมะลิด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อสานต่อนโยบายของรัฐในเรื่องครัวไทยสู่ครัวโลก โดยตั้งเป้าหมายการผลิตที่ได้จะต้องเพิ่มเป็น 400 กก.ต่อไร่
  • นายพินิจ  พิชยกัลป์ ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับการตลาดจังหวัดร้อยเอ็ด ดำเนินการอยู่ในขณะนี้มี 2 รูปแบบ คือผ่านพ่อค้าคนกลาง และดำเนินการเองควบคู่ไปกับสมาพันธ์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ โดยการค้าขายผ่านพ่อค้าคนกลางนั้นจะเป็นเรื่องของกลุ่มร้อยแก่นสารดำเนินการขายภายในประเทศ ส่วนทางสมาพันธ์และสภาพัฒน์ฯ นั้นจะทำเรื่องการส่งออกทั้งหมด การเปิดตลาดของกลุ่มร้อยแก่นสารครั้งนี้ จะทำให้ก้าวสู่ระบบมาตรฐานมากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่การรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง การคัดคุณภาพข้าว การสีข้าว การบรรจุหีบห่อ เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรมีโอกาสเป็นของตนเอง  เป้าหมายการส่งออก โดยตลาดที่ชัดเจนที่สุดคือตลาดยุโรปและอเมริกา คนไทยได้ไปเปิดร้านอาหารไทยที่ต่างประเทศมากกว่า 5,000-55,000 ร้านค้า ข้าวหอมมะลิชาวต่างชาติต้องรู้จักผ่านคนไทย ผ่านครัวไทยเป็นช่องทางในการกระจายสินค้า มีการประสานงานไปยังร้านอาหารไทยในต่างประเทศใน 2 ทวีปนี้เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา ปี 2551 ราคาข้าวหอมมะลิสูงมาก เกษตรกรไม่มีการจำนำเพื่อราคาจำนำต่ากว่า ราคาท้องตลาด 3-5 บาท ข้าวหอมมะลิมูลค่าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
  • องค์กรเพื่อเกษตรกรพร้อมหนุนการส่งออก

นางบุญเกิด ภานนท์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด สตรีเหล็กขวัญใจเกษตรกร อำเภอเกษตรวิสัย กล่าวว่า สหกรณ์แห่งนี้ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมาตั้งแต่ปี 2520 มีสมาชิกที่อยู่ในเขต อ.เกษตรวิสัยจำนวน 6,900 ครอบครัว ในแต่ละปีจะรับซื้อข้าวหอมมะลิปีละ 35,000-40,000 ตัน กำลังการผลิตและส่งจำหน่ายวันละ 50 ตันโดยส่งไปจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลางและสหกรณ์เครือข่ายทั่วประเทศ โดยสหกรณ์แห่งนี้จะรับซื้อเพียงข้าวหอมมะลิ 105 และผลิตข้าวหอมมะลิ 105 ชั้น 1 และ 2 เท่านั้นเมื่อช่วงต้นปี 2548 เราได้จดลิขสิทธิ์ยี่ห้อและโลโก้ข้าวหอมมะลิตราคนหาบบัวทั้งนี้การจดลิขสิทธิ์และโลโก้ข้าวหอมมะลิเนื่องจากเรามองเห็นลู่ทางในการกระจายสินค้าสู่ต่างประเทศ โดยเล็งไว้ที่ยุโรปและอเมริกา เพราะตลาดต่างประเทศเหล่านี้มีความต้องการสูง คาดว่าหากมีการส่งออกต่างประเทศ ช่องทางในการกระจายสินค้าและช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องดูตลาดต่างประเทศด้วยโดยเฉพาะในเรื่องราคาข้าวซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสร้างเครือข่ายสหกรณ์ตลาดหลักในประเทศ

  • นางบุญเกิด กล่าวอีกว่า การส่งออกข้าวซึ่งเป็นตลาดที่อ่อนไหวง่าย ต้องอิงทั้งค่าเงินดอลลาร์ น้ำมัน ทำให้การเปิดตลาดส่งออกยังคงรอดูท่าทีภาพรวมของเศรษฐกิจด้วย ดังนั้นแผนงานด้านการตลาดในปีนี้ ทางสหกรณ์ได้มุ่งเน้นไปตลาดในประเทศ ทั้ง 4 ภูมิภาค โดยอาศัยเครือข่ายสหกรณ์ที่มีมากกว่า 30 แห่ง ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึงเรื่องการส่งออก ขณะนี้เรากำลังศึกษาลู่ทางด้านการตลาด พร้อมกันนี้กระทรวงพาณิชย์ควรจะลงช่วยเหลือสหกรณ์ ทั้งในเรื่องเงินทุน หาตลาดส่งออก ซึ่งหากทางภาครัฐลงมาช่วยเหลือ ทั้งภาคเกษตรและภาคเอกชน เชื่อว่าประเทศไทยจะมีข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นสินค้าหลักในการส่งออกอย่างแน่นอน ทิศทางการพัฒนาข้าวหอมมะลิในกลุ่มร้อยแก่นสาร ณ วันนี้ เริ่มเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อภาครัฐได้เข้ามาผลักดันยุทธศาสตร์ข้าวพร้อมทุ่มงบประมาณเพื่อเพิ่มศักยภาพข้าวหอมมะลิชั้นดีสู่ตลาดโลก รวมทั้งภาคเกษตรก็มีความมุ่งมั่นที่จะผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์ เชื่อแน่ว่าในอนาคตข้าวหอมมะลิจากดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้จะโกอินเตอร์สู่ครัวโลกได้
  • ปลายปี 2550 จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดวันข้าวหอมมะลิโลก อย่างยิ่งใหญ่ ที่อำเภอสุวรรณภูมิ โดยความร่วมมือจากภาครัฐภาคเอกชน รวมทั้งการเสวนาบนเวทีผ่านสื่อมวลชน ชาวนาคือผู้ทำนาปลุกข้าวเลี้ยงเรามาจนเป็นหนุ่มสาวทั้งยันเราเฒ่าแก่ชรา กระดูกสันหลังของต้องรู้ซึ้ง เข้าถึงเข้าใจเป้าของทุกคนคือความผาสุกของประชาชน ข้าวหอมมะลิคือ ข้าวจากฝีมือชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้

 ****************** วัชรินทร์  เขจรวงศ์