..บรรได้10ขั้น..สู่การพัฒนานวัตกรรมการจัดการความรู้..

การพัฒนานวัตกรรมการจัดการความรู้

การจัดการความรู้นับเป็นเรื่องสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะการจัดการความรู้ที่ดีจะส่งผลให้องค์กร หรือหน่วยงานนั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย อีกทั้งยังทำให้บุคลากรในหน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถได้พัฒนาความรู้ความสามารถของตนให้มีมากยิ่งๆขึ้นไปและยังส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้ให้กับบุคคลอื่นๆในหน่วยงานอีกด้วย นวัตกรรมการจัดการความรู้ นับเป็นสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกิดกระบวนการการจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนานวัตกรรมการจัดการความรู้จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้หน่วยงานนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการพัฒนานวัตกรรมการจัดการความรู้ที่สำคัญจึงประกอบไปด้วย

1.       สร้างวัฒนธรรมใหม่จะต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร จากวัฒนธรรมอำนาจเป็นวัฒนธรรมความรู้ จากการบริหารงานแบบควบคุม-สั่งการ เป็นบริหารงานแบบเอื้ออำนาจ ให้พนักงานทุกระดับเริ่มสร้างสรรค์วิธีการทำงานใหม่ๆได้ เปลี่ยนการไหลเวียนของความรู้หรือสารสนเทศจากการไหลขึ้นลงตามแท่งอำนาจ เป็นไหลเวียนไปทุกทิศทุกทางภายในองค์กร เปลี่ยนความหมายของคำว่า ผู้นำ จากการหมายถึงผู้บริหารสูงสุด เป็นหมายถึงทุกคนในองค์กร เพราะในนิยามใหม่ของคำว่า ภาวะผู้นำ นั้นหมายถึงความสามารถริเริ่มงานใหม่ ตามขอบเขตความรับผิดชอบของคนอื่น เพื่อนให้บรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กร2.       สร้างวิสัยทัศน์ร่วมดำเนินกระบวนการให้คนในองค์กรร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ หรือปณิธานความมุ่งมั่น และเป้าหมายโดยไม่ใช่แค่ร่วมกันกำหนดเท่านั้น แต่ต้องร่วมกันตีความ ทำความเข้าใจซ้ำๆ จนเข้าใจลึกลงไปถึงวิธีปฏิบัติ พฤติกรรม ความเชื่อ และคุณค่า จนเกิดสภาพความเป็นเจ้าของ วิสัยทัศน์นั้น ในสมาชิกทุกคนขององค์กรนอกจากสร้างวิสัยทัศน์ร่วมแล้ว ผู้บริหารและทุกคนในองค์กร จะต้องหมั่นนำวิสัยทัศน์ร่วมที่ได้ช่วยกันเรียงร้อยคำทำเป็นจารึกไว้นั้นออกมาตรวจสอบกับการกระทำ ออกมาตีความทำความเข้าใจร่วมกัน เชื่อมโยงกับการปฏิบัติ เพื่อให้วิสัยทัศน์ร่วมนี้ไม่ใช่แค่ ชัดในกระดาษ เท่านั้นแต่ ชัดในใจคน และ ชัดในการกระทำ ของทุกคน ด้วยรูปธรรมของวิสัยทัศน์ร่วมมีอย่างน้อย 3 ประการคือ·       เอกสารแสดงวิสัยทัศน์·       การกระทำที่เป็นไปเพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์·       การนำเอาวิสัยทัศน์มาร่วมกันตีความเข้าใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานเชิงสร้างสรรค์3.       สร้างและใช้ความรู้ในการทำงานและสร้างบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทุกคนสร้างและใช้ความรู้ในการทำงานและในกิจกรรมเพื่อการดำรงชีพทุกประเภท ทุกหน่อยงานสร้างและใช้ความรู้ในการทำงานทุกภาคส่วนของสังคมสร้างและใช้ความรู้ในการทำงานเมื่อมีการทำงานผู้ปฏิบัติงานจะมีประสบการณ์ ซึ่งก็คือ ความรู้ในคน ถ้านำเอาความรู้จากประสบการของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก็จะเกิดการยกระดับความรู้ และสามารถบันทึกออกมาเป็น ขุมความรู้           4.       เรียนลัดการพัฒนางาน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพหรือผลสัมฤทธิ์ ต้องไม่เริ่มตากศูนย์ ไม่มุ่งมั่นคิดค้นวิธีการทำงานที่แยบยลด้วยตนเอง เพราะจะทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ เราต้องยึดว่าเป้าหมายผลงานที่เรามุ่งมั่นนี้จะต้องมีคนอื่นทดลองทำมาแล้วและทำอย่างมีผลสัมฤทธิ์สูง ประสิทธิภาพสูงอยู่แล้ว และเรานำมาต่อยอดนั่นเอง  5.       สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยยุทธศาสตร์เชิงบวกใช้วิธคิดเชิงบงกว่าตามวิสัยทัศน์ที่ร่วมกันกำหนดนั้นมีบางคนหรือบางหน่วยงานย่อยมีวิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นอยู่แล้ว ให้เสาะหาตัวอย่างของ วิธีการยอดเยี่ยม เหล่านั้นให้พบและนำมายกตัวอย่างและจัดกระบวนการ แบ่งปันความรู้ เพื่อขยายผลไปยังหน่วยงานอื่นภายในองค์กร เรื่องใดที่ไม่มี วิธีการยอดเยี่ยม อยู่ภายในองค์กรก็ต้องมีอยู่ในองค์กรอื่น และเราก็ส่งเสริมให้คนของเราไปเรียนรู้จากของเขาด้วยเช่นกัน6.       จัด พื้นที่ หรือ เวทีหมายถึงพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้อย่างไม่เป็นทางการและอย่างเป็นทางการ เช่น มีห้องกาแฟให้ผู้คนในองค์กร ได้พบปะไต่ถามหาวิธีการแก้ปัญหางานในบางเรื่อง หรือเล่าถึงผลสำเร็จหรือการเรียนรู้ใหม่ๆ การจัดให้รับประทานอาการเที่ยงด้วยกันและคุยกันเรื่องเบาๆเกี่ยวกับงานหรือการจัดมหกรรมแระจำปีนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ภายในองค์กร เป็นต้น7.       พัฒนาคนเน้นพัฒนาคนและพัฒนางานไปพร้อมๆกัน ซึ่งคนที่เกิดจากการพัฒนาจะเป็น บุคคลเรียนรู้ เป็นคนที่มีทักษะและเจตคติในการเรียนรู้และมีทักษะการสร้างความรู้จากการทำงาน และมีทักษะย่อยๆอีกมากมาย ทำให้คนที่พัฒนาแล้วสามารถพัฒนาตนเองต่อไปได้เรื่อยๆและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่องค์กร8.       ระบบให้คุณ ให้รางวัลรางวัลที่สำคัญที่สุดคือความภาคภูมิใจในความมีคุณค่าของตน ความสุขจากการได้รับการยอมรับ การเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าขององค์กร การที่ผู้คนในหน่วยงานมีความรักใคร่ปรองดองกัน เป็น สวรรค์ในที่ทำงาน ดังนั้นรางวัลจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน หรือการเลื่อนยศเลื่อนขั้นเสมอไป ในทางตรงกันข้าม ควรหลีกเลี่ยงการลงโทษหรือตำหนิความล้มเหลวที่เกิดจากการริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กร แต่ควรส่งเสริมให้มีการเรียนรู้จากความล้มเหลวและถ้ามีการเรียนรู้สูงมาก็อาจให้รางวัลการเรียนรู้จากความล้มเหลวนั้นเพื่อป้องกันการทำผิดซ้ำ ซึ่งอาจก่อผลร้ายแรงได้ในอนาคต9.       หาเพื่อนร่วมทางทำเป็นเครือข่าย อย่าทำองค์กรเดียวโดดๆ เพราะจะขาดพลัง ขาดแรงกระตุ้น เป็นธรรมชาติของการดำเนินการสร้างสรรค์หรือหารเปลี่ยนแปลงพอทำไประยะหนึ่งจะล้า และอาจหมดแรงไปในที่สุด แต่ถ้าทำเป็นเครือข่าย จะมีการกระตุ้นเสริมพลังหรือมีผลสำเร็จที่จุดเล็กๆที่บางหน่วยงานเป็น น้ำทิพย์ชโลมใจ และเอามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเพิ่มความตื่นเต้น10.    จัดทำขุมความรู้เป็นความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติ หรือความรู้ฝังลึกของบุคคลจนกลายเป็นความรู้ขององค์กร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพราะเกิดการเผยแพร่สู่กันจากคนในองค์กร แต่เมื่อคนที่มีความรู้ถูกนำความรู้มารวมรวมเป็นขุมความรู้ ขององค์กร ก็จะสามารถนำมาใช้ได้ง่ายขึ้นและมีการะจัดระบบได้ง่ายในการค้นหา สร้างประโยชน์มากขึ้นให้แก่องค์กร</p>                 จะเห็นได้ว่าจากกระบวนการทั้งหมดนั้น ถ้าหน่วยงานใดสามารถทำได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แล้วก็จะเป็นผลดีแก่หน่วยงานนั้นๆเป็นอย่างมาก <p> </p>