การพัฒนานวัตกรรมการจัดการความรู้
การจัดการความรู้นับเป็นเรื่องสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะการจัดการความรู้ที่ดีจะส่งผลให้องค์กร หรือหน่วยงานนั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย อีกทั้งยังทำให้บุคลากรในหน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถได้พัฒนาความรู้ความสามารถของตนให้มีมากยิ่งๆขึ้นไปและยังส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้ให้กับบุคคลอื่นๆในหน่วยงานอีกด้วย นวัตกรรมการจัดการความรู้ นับเป็นสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกิดกระบวนการการจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนานวัตกรรมการจัดการความรู้จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้หน่วยงานนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการพัฒนานวัตกรรมการจัดการความรู้ที่สำคัญจึงประกอบไปด้วย
1. สร้างวัฒนธรรมใหม่จะต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร จากวัฒนธรรมอำนาจเป็นวัฒนธรรมความรู้ จากการบริหารงานแบบควบคุม-สั่งการ เป็นบริหารงานแบบเอื้ออำนาจ ให้พนักงานทุกระดับเริ่มสร้างสรรค์วิธีการทำงานใหม่ๆได้ เปลี่ยนการไหลเวียนของความรู้หรือสารสนเทศจากการไหลขึ้นลงตามแท่งอำนาจ เป็นไหลเวียนไปทุกทิศทุกทางภายในองค์กร เปลี่ยนความหมายของคำว่า “ผู้นำ” จากการหมายถึงผู้บริหารสูงสุด เป็นหมายถึงทุกคนในองค์กร เพราะในนิยามใหม่ของคำว่า “ภาวะผู้นำ” นั้นหมายถึงความสามารถริเริ่มงานใหม่ ตามขอบเขตความรับผิดชอบของคนอื่น เพื่อนให้บรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กร2. สร้างวิสัยทัศน์ร่วมดำเนินกระบวนการให้คนในองค์กรร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ หรือปณิธานความมุ่งมั่น และเป้าหมายโดยไม่ใช่แค่ร่วมกันกำหนดเท่านั้น แต่ต้องร่วมกันตีความ ทำความเข้าใจซ้ำๆ จนเข้าใจลึกลงไปถึงวิธีปฏิบัติ พฤติกรรม ความเชื่อ และคุณค่า จนเกิดสภาพความเป็นเจ้าของ วิสัยทัศน์นั้น ในสมาชิกทุกคนขององค์กรนอกจากสร้างวิสัยทัศน์ร่วมแล้ว ผู้บริหารและทุกคนในองค์กร จะต้องหมั่นนำวิสัยทัศน์ร่วมที่ได้ช่วยกันเรียงร้อยคำทำเป็นจารึกไว้นั้นออกมาตรวจสอบกับการกระทำ ออกมาตีความทำความเข้าใจร่วมกัน เชื่อมโยงกับการปฏิบัติ เพื่อให้วิสัยทัศน์ร่วมนี้ไม่ใช่แค่ “ชัดในกระดาษ” เท่านั้นแต่ “ชัดในใจคน” และ “ชัดในการกระทำ” ของทุกคน ด้วยรูปธรรมของวิสัยทัศน์ร่วมมีอย่างน้อย 3 ประการคือ· เอกสารแสดงวิสัยทัศน์· การกระทำที่เป็นไปเพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์· การนำเอาวิสัยทัศน์มาร่วมกันตีความเข้าใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานเชิงสร้างสรรค์3. สร้างและใช้ความรู้ในการทำงานและสร้างบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทุกคนสร้างและใช้ความรู้ในการทำงานและในกิจกรรมเพื่อการดำรงชีพทุกประเภท ทุกหน่อยงานสร้างและใช้ความรู้ในการทำงานทุกภาคส่วนของสังคมสร้างและใช้ความรู้ในการทำงานเมื่อมีการทำงานผู้ปฏิบัติงานจะมีประสบการณ์ ซึ่งก็คือ “ความรู้ในคน” ถ้านำเอาความรู้จากประสบการของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก็จะเกิดการยกระดับความรู้ และสามารถบันทึกออกมาเป็น “ขุมความรู้” 4. เรียนลัดการพัฒนางาน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพหรือผลสัมฤทธิ์ ต้องไม่เริ่มตากศูนย์ ไม่มุ่งมั่นคิดค้นวิธีการทำงานที่แยบยลด้วยตนเอง เพราะจะทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ เราต้องยึดว่าเป้าหมายผลงานที่เรามุ่งมั่นนี้จะต้องมีคนอื่นทดลองทำมาแล้วและทำอย่างมีผลสัมฤทธิ์สูง ประสิทธิภาพสูงอยู่แล้ว และเรานำมาต่อยอดนั่นเอง 5. สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยยุทธศาสตร์เชิงบวกใช้วิธคิดเชิงบงกว่าตามวิสัยทัศน์ที่ร่วมกันกำหนดนั้นมีบางคนหรือบางหน่วยงานย่อยมีวิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นอยู่แล้ว ให้เสาะหาตัวอย่างของ “วิธีการยอดเยี่ยม” เหล่านั้นให้พบและนำมายกตัวอย่างและจัดกระบวนการ “แบ่งปันความรู้” เพื่อขยายผลไปยังหน่วยงานอื่นภายในองค์กร เรื่องใดที่ไม่มี “วิธีการยอดเยี่ยม” อยู่ภายในองค์กรก็ต้องมีอยู่ในองค์กรอื่น และเราก็ส่งเสริมให้คนของเราไปเรียนรู้จากของเขาด้วยเช่นกัน6. จัด “พื้นที่” หรือ “เวที”หมายถึงพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้อย่างไม่เป็นทางการและอย่างเป็นทางการ เช่น มีห้องกาแฟให้ผู้คนในองค์กร ได้พบปะไต่ถามหาวิธีการแก้ปัญหางานในบางเรื่อง หรือเล่าถึงผลสำเร็จหรือการเรียนรู้ใหม่ๆ การจัดให้รับประทานอาการเที่ยงด้วยกันและคุยกันเรื่องเบาๆเกี่ยวกับงานหรือการจัดมหกรรมแระจำปีนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ภายในองค์กร เป็นต้น7. พัฒนาคนเน้นพัฒนาคนและพัฒนางานไปพร้อมๆกัน ซึ่งคนที่เกิดจากการพัฒนาจะเป็น “บุคคลเรียนรู้” เป็นคนที่มีทักษะและเจตคติในการเรียนรู้และมีทักษะการสร้างความรู้จากการทำงาน และมีทักษะย่อยๆอีกมากมาย ทำให้คนที่พัฒนาแล้วสามารถพัฒนาตนเองต่อไปได้เรื่อยๆและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่องค์กร8. ระบบให้คุณ ให้รางวัลรางวัลที่สำคัญที่สุดคือความภาคภูมิใจในความมีคุณค่าของตน ความสุขจากการได้รับการยอมรับ การเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าขององค์กร การที่ผู้คนในหน่วยงานมีความรักใคร่ปรองดองกัน เป็น “สวรรค์ในที่ทำงาน” ดังนั้นรางวัลจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน หรือการเลื่อนยศเลื่อนขั้นเสมอไป ในทางตรงกันข้าม ควรหลีกเลี่ยงการลงโทษหรือตำหนิความล้มเหลวที่เกิดจากการริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กร แต่ควรส่งเสริมให้มีการเรียนรู้จากความล้มเหลวและถ้ามีการเรียนรู้สูงมาก็อาจให้รางวัลการเรียนรู้จากความล้มเหลวนั้นเพื่อป้องกันการทำผิดซ้ำ ซึ่งอาจก่อผลร้ายแรงได้ในอนาคต9. หาเพื่อนร่วมทางทำเป็นเครือข่าย อย่าทำองค์กรเดียวโดดๆ เพราะจะขาดพลัง ขาดแรงกระตุ้น เป็นธรรมชาติของการดำเนินการสร้างสรรค์หรือหารเปลี่ยนแปลงพอทำไประยะหนึ่งจะล้า และอาจหมดแรงไปในที่สุด แต่ถ้าทำเป็นเครือข่าย จะมีการกระตุ้นเสริมพลังหรือมีผลสำเร็จที่จุดเล็กๆที่บางหน่วยงานเป็น “น้ำทิพย์ชโลมใจ” และเอามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเพิ่มความตื่นเต้น10. จัดทำขุมความรู้เป็นความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติ หรือความรู้ฝังลึกของบุคคลจนกลายเป็นความรู้ขององค์กร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพราะเกิดการเผยแพร่สู่กันจากคนในองค์กร แต่เมื่อคนที่มีความรู้ถูกนำความรู้มารวมรวมเป็นขุมความรู้ ขององค์กร ก็จะสามารถนำมาใช้ได้ง่ายขึ้นและมีการะจัดระบบได้ง่ายในการค้นหา สร้างประโยชน์มากขึ้นให้แก่องค์กร</p> จะเห็นได้ว่าจากกระบวนการทั้งหมดนั้น ถ้าหน่วยงานใดสามารถทำได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แล้วก็จะเป็นผลดีแก่หน่วยงานนั้นๆเป็นอย่างมาก <p> </p>
สวัสดีค่ะ
ชื่อฝนนะค่ะพอดีมีเรื่องจาถามค่ะคือว่า การจัดการองค์ความรู้ ในโรงเรียนเนี่ยค่ะเราสามารถทำยังไงได้บ้างค่ะ...ช่วยอธิบายให้ฟังคราว ๆ นิดหนึ่งหน่อยนะค่ะ
..............ขอบคุณค่ะ.............