วัณโรคดื้อยาแบบไม่ธรรมดา
เมื่อวานเพิ่งไปประชุมเรื่องการควบคุมวัณโรคมาครับ มีประเด็นน่าสนใจหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง XDR TB (Extensively Drug – Resistant TB )หรือวัณโรคดื้อยาหลายตัว ซึ่งแต่เดิมเราอาจจะคุ้นกับ MDR TB (Multi-drug resistant TB) หรือวัณโรคที่ดื้อยา 2 ตัวในสูตรมาตรฐานที่ใช้รักษาวัณโรคที่เป็นสากล (INH กับ Rifampicin) แต่ XDR TB จะดื้อยามากกว่าชนิด MDR TB อีกครับ
สาเหตุที่ XDR TB เพิ่งเป็นที่สนใจของเรา ก็เพราะว่า เมื่อไม่นานมานี้มีการรายงานข่าวของ CNN เกี่ยวกับทนายชาวอเมริกันคนหนึ่งที่เพิ่งจะแต่งงานกับแฟนที่เมือง Denver แต่ก่อนที่จะแต่งงานทนายคนนี้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยเรื่องของอาการไอ ต่อมาทางโรงพยาบาลได้ทราบผลในตอนหลังจากการเพาะเชื้อจากเสมหะว่าป่วยเป็นวัณโรคชนิด XDR TB เมื่อทราบผลดังกล่าวทางศูนย์ควบคุมโรคของอเมริกาก็รีบทำการสอบสวนและตามหาคุณทนายคนนี้เพื่อควบคุมและให้การรักษา แต่ปรากฏว่าคุณทนายได้ออกเดินทางไปฮันนีมูนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเดินทางไปหลายเมืองในยุโรป จนสุดท้ายก็ไปตามตัวเจอที่กรุงปารีส ซึ่งก็ถูกกักตีตัวและให้การรักษา ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทนายท่านนี้จะแพร่เชื้อไปให้ใครบ้างในระหว่างการฮันนีมูนครั้งนี้ CNN ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่นานหลายวัน รวมถึงหนังสือพิมพ์บ้านเรา เช่น มติชน ก็นำเสนอเช่นกัน
ทำไมเราถึงต้องกลัว XDR TB กันนักหละ จากประสบการณ์ในการให้การรักษา XDR TB ในต่างประเทศพบว่าอัตราการตายสูงมาก โดยเกือบทั้งหมดจะเสียชีวิต และเสียชีวิตหลังจากให้การวินิจฉัยเพียงประมาณ 2-3 สัปดาห์เท่านั้น และมีหลักฐานยืนยันว่าการแพร่กระจายของเชื้อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนก็ง่ายเช่นกัน ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกคาดว่าประเทศที่จะมีผู้ป่วย XDR TB มากที่สุดคือจีน ตามมาด้วยอินเดีย และประเทศในกลุ่มรัสเซียเดิม โดยมีรายงานว่าเคยมีผู้ป่วย XDR TB ที่ประเทศไทยจำนวน 3 คนแต่เมื่อไปดูข้อมูลของผู้ป่วยทั้ง 3 ปรากฏว่าเป็นรายงานจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้ทำการเก็บตัวอย่างเสมหะของผู้ป่วยในค่ายอพยพที่อำเภอแม่สอด เราก็คาดว่าน่าจะไม่ใช้เป็นคนไทย
หลังจากรายงานข่าวของ CNN ไม่กี่วัน โรงพยาบาลศิริราชก็แถลงข่าวว่ามีผู้ป่วย XDR TB ที่รับการรักษาอยู่ที่ศิริราชอยู่ 13 รายและก็รักษากันมานานพอสมควรแล้ว ทำให้มีหลายคนสงสัยว่าทำไมศิริราชไม่รายงานตั้งแต่ตรวจพบตอนแรกๆ หละ ซึ่งก็สามารถอธิบายได้ว่า การให้นิยามว่าผู้ป่วยวัณโรคคนใดเป็น XDR TB นั้นเพิ่งจะมีมา 1-2 ปีนี้เอง หลังจากศิริราชแถลงข่าว ทางกรมควบคุมโรคก็รีบตามผู้ป่วยทั้ง 13 ทันทีว่าเป็นใครอยู่ที่ไหนบ้าง ปรากฏว่าตามได้ 9 ราย โดย 5 รายได้เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนอีก 6 ราย ไม่ทราบว่าอยู่ทีไหน ไม่ทราบว่าจะแพร่เชื้อดื้อยาให้กับใครไปแล้วบ้าง นี่แค่ที่ศิริราชที่เดียวนะครับ ยังไม่นับโรงพยาบาลอีกหลายแห่งที่รักษาผู้ป่วยวัณโรคอีก เช่น โรงพยาบาลทรวงอก บำราษณราดูร เชียงใหม่ สงขลา โดยทางผู้เชี่ยวชาญคาดว่าประเทศไทยน่าจะมีผู้ป่วย XDR TB อยู่ประมาณ 40-50 คนในขณะนี้
การรักษา XDR TB ให้หายแทบจะไม่มีเลยครับในตอนนี้ และมีไม่กี่โรงพยาบาลในโลกที่จะรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาลของตน (สำหรับโรงพยาบาลบ้านเรารับรักษาหมด หายไม่หายอีกเรื่องหนึ่ง) ซึ่งก็คงจะเกี่ยวเนื่องกับการ ความวิตกกังวลว่าจะเกิดการแพร่กระจายของโรคในโรงพยาบาล รวมถึงโอกาสรักษาให้หายนั้นน้อยมาก มีการคาดประมาณว่าถ้าจะเอาให้เห็นผลว่าผู้ป่วย XDR TB จะดีขึ้น (ไม่รับรองว่าหายขาดหรือเปล่า) อาจจะใช้ค่าใช้จ่ายประมาณ 10 ล้านบาท/คน !!!! ครับ
ว่างๆ จะมาบันทึกต่อครับว่าทำไมถึงเกิด XDR หรือ MDR ขึ้นมาครับ แล้วบ้านเรามีความพร้อมแค่ไหนในการรับมือกับโรคเหล่านี้
จะติดตามต่อนะคะ
เรื่องดีมีประโยชน์มาก ๆ ค่ะ
เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ ยังไงเมื่อมีเวลา โปรดวิเคราะห์ต่อด้วยนะครับ เพราะการสอบสวนโรคจากเชื้อดื้อยาหลายขนาน ยังมีไม่มากนัก เพราะเท่าที่ผมไปสอบสวนที่หนองคายกับทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว SRRT ยังมีประเด็นที่ต้องเจาะลึกถึงปัจจัยเสี่ยงต่อโรคนี้ เช่น ประวัติรักษาไม่สมำ่เสมอมาก่อน เคยได้รับการรักษาด้วยสูตรยาที่ไม่ถูกต้อง ระยะเวลาไม่เหมาะสม ประวัติสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีเชื้อวัณโรคดื้อยา ประวัติเคยติดยาเสพติดมาก่อน แม้กระทั่งมีการติดเชื้อHIV ร่วมด้วย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นักสาธารณสุข เมื่อมีรายงานการเฝ้าระวังโรคนี้อย่างเป็นระบบ แล้วประสานกับนักระบาดวิทยา ในการสอบสวนเพื่อ ยืนยันการวินิจฉัย ค้นหาแหล่งแพร่เชื้อ และผู้สัมผัส หรือไปทำการควบคุมป้องกันโรคอย่างทันท่วงทีและถูกต้อง ก็จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากในการได้มาซึ่งองค์ความรู้ด้านนี้ ซึ่งน่าจะเป็นปัญหาสาธารณสุขของไทย ถ้าระบบเฝ้าระวัง สอบสวน และการศึกษาทางระบาดวิทยา ยังไม่เข้มแข็งพอ
ดีจังเลยค่ะ มีประโยชน์