ได้อ่านบันทึก “พบกันทุกวันอังคาร" ของท่านเลขาธิการ สพฐ. ประจำวันอังคารที่ 22 ก.พ. ท่านได้กล่าวถึงการบรรยายพิเศษ ที่มหาวิทยาลัยสยามได้เชิญ Professor James P. Honan จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเชิญเลขาธิการ สพฐ.ไปกล่าวนำ
ท่านจึงมีโอกาสได้ฟังคำบรรยายของ Professor James P. Honan ด้วย ท่านได้กรุณานำมาเล่าต่อให้ชาว สพฐ.ได้อ่านกัน
ผมอ่านแล้วได้ข้อคิดมากทีเดียว จึงขออนุญาตคัดลอกมาบอกเล่าอีกต่อหนึ่ง เพื่อประโยชน์ในวงวิชาการที่กว้างขวางมากขึ้นนะครับ..
“…หัวข้อการบรรยายคือ : การเรียนที่เน้นการอภิปรายและเน้นการวิเคราะห์ปัญหา(Discussion – based and Problem – based Learning) ฟังแล้วไม่ใช่ของแปลกใหม่เป็นสิ่งที่ทุกห้องเรียนทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เมื่อฟังคำบรรยายของเขา จึงเข้าใจได้ว่า ทำไมวิธีการแบ่งกลุ่ม และแจกใบงานของเรา จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะการอภิปรายของเขา มีการตระเตรียมอย่างดี เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด
เริ่มจากผู้นำการอภิปราย Discussion Leaders จะต้องเป็นทั้ง Planner
นักวางแผนเตรียมการอย่างดีว่า ประเด็นที่จะอภิปรายเป็นอย่างไร
- Hosts เป็นเจ้าภาพที่จะต้องตระเตรียมดูความเรียบร้อย
- Moderator เป็นผู้ดำเนินการ จัดสรรเวลา กระตุ้นให้มีการอภิปรายอย่างทั่วถึง
- Devils Advocate เป็นผู้เสนอแนวความคิดแย้ง เพื่อเปิดประเด็นที่ผู้เปิดอภิปรายยังคิดไม่ถึง ตกหล่น มองข้าม
- Fellow Students เป็นผู้ร่วมอภิปราย
- Judge เป็นผู้ประเมินทั้งผลและกระบวนการของการอภิปรายว่าสมบูรณ์ ขาดตกบกพร่อง
ต้องเสริมเติมเต็มอย่างไร
แม้จะต้องมีการเตรียมการอย่างดี แต่ Pro. Honan ได้ให้หลักว่า ผู้นำการอภิปรายจะต้องมีทักษะในการบริหารการอภิปรายอย่างเป็นธรรมชาติ (Manager of Spontaneity) เพราะหลังจากเตรียมการเป็นอย่างดี ต้องพร้อมที่จะรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นให้ลื่นไหลไปอย่างเป็นธรรมชาติ
ประการต่อมา ควรมีการทำความตกลงระหว่างครูและนักเรียน (Learning Contract)ในเรื่องดังต่อไปนี้
1. เวลา จะมาช้าหรือขาดเรียนได้แค่ไหน อย่างไร (เป็นกรณีตัวอย่างจากมหาวิทยาลัย)
2. บทบาทของแต่ละฝ่าย นักเรียน ครู ต่างมีบทบาทอย่างไร
3. การประเมินผลหลังจากดำเนินการไปแล้วครึ่งหนึ่ง
4. มีผู้คุมเวลาที่จะดูว่า ใช้เวลาเหมาะสม ตรงประเด็นหรือไม่
5. กระบวนการ เช่น จะมีข้อตลงว่า
- จะให้ทุกคนพูดจนจบ ไม่มีการสอดแทรก
- จะรับฟังผู้อื่นโดยให้เกียรติกัน
- จะให้ความร่วมมือแก่กันและกัน
- จะมีความคิดขัดแย้งหรือเสนอประเด็นซักไซ้กันอย่างไร
- จะมีเกณฑ์และตัวชี้วัดกระบวนการอย่างไร
- จะประเมินความคิดวิเคราะห์อย่างไร
Pro. Honan ได้ย้ำว่า ผู้นำการอภิปรายจะต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ คือ
1. รู้เนื้อหาเป็นอย่างดี เข้าใจประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างทะลุปรุโปร่ง
2. รู้จักนักเรียนแต่ละคนเป็นอย่างดี
3. สามารถตั้งประเด็นคำถาม ซึ่งมีหลายรูปแบบ
- Open-ended
- Diagnostic
- Information
- Extension
- Combination
- Priority
- Action
- Challenge
- Prediction
- Summary/Generalization
4. รู้จักรับฟัง แล้วตีประเด็นแตก
5. สามารถจะเสริมเติมเต็ม กระตุ้นได้เป็นอย่างดี
จากนั้น Pro. Honan ได้เปิดโอกาสให้ผู้รับฟังได้วิเคราะห์ตนเอง
หากจะเป็นผู้นำอภิปรายตามแนวทางข้างต้น อะไรจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากและท้าทายที่สุด
อะไรที่สามารถทำได้ดี และต้องการพัฒนาความสามารถด้านใดเพิ่มเติม ..."
การเรียนที่เน้นการอภิปรายและเน้นการวิเคราะห์ปัญหา โดยProfessor James P. Honan
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
บรรจง ผอ.ไอซีที · 1 ก.พ. 2551
วันเพ็ญ · 1 ก.พ. 2551
Pharmchompoo · 1 ก.พ. 2551
งานสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง WUCLM · 1 ก.พ. 2551
อาจารย์ครับ กระบวนการกลุ่มของไทยเรา ก็ไม่เลวนะครับหากเรานำมาใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างถูกต้อง เช่นฝึกภาษา กล้าแสดงออก ฝึกวินัย มารยาทในการพูด การฟัง การอภิปรายซักถาม ฝึกวิถีพฤติกรรมประชาธิปไตย ผู้นำ ผู้ตามที่ดี ความมีเหตุมีผล ทักษะกระบวนการทำงานที่มีขั้นตอน ตั้งแต่ การวางแผนทำงาน การแบ่งงาน การทำงานร่วมกัน การวัดประเมินผลงาน ได้ทั้งเนื้อหาสาระที่ได้จากการทำงานร่วมกัน ฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาร่วมกัน ตลอดจนคุณลักษณะที่พึงประสงค์หลายประการ เช่น ความรับผิดชอบ อาสางาน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการทำงานหรือความสามัคคี ฯลฯ ที่เห็นส่วนใหญ่มีแต่รูปแบบนั่งเป็นกลุ่ม แต่ขาดกระบวนการกลุ่มที่แท้จริงนะครับ เสียดายครับ!
เรามักชอบทำกันตามแบบ ฉาบฉวย ทำเพื่อโชว์ เพื่อประเมิน เราจึงยังห่างเรื่องคุณภาพ และมีปัญหาเรื่องคุณธรรมด้วย ถ้าเรายังวัดกันด้วยหลักฐานที่ฉาบฉวย ที่ไม่เป็นชีวิตจริง แล้วเห่อนวัตกรรมของนอกอย่างสุดกู่โดยไม่วิเคราะห์กับบริบทและวัฒนธรรมของเรา ก็น่าสงสารนะ เรื่องการทำงานเป็นกลุ่มที่อาจารย์ยกตัวอย่างมา เป็นอุทาหรณ์ของความล้มเหลว ที่เราคงต้องไปดูที่สาระมากกว่าแบบฟอร์ม แล้วทำให้เป็นชีวิตปกติ ทำไปปรับไป เรียนรู้กันไปจากการทำงานจริง มากกว่าทำตามแบบที่คนบางคนบอกว่าดี
. Sasinanda
รูปแบบนั่งเป็นกลุ่ม แต่ขาดกระบวนการกลุ่มที่แท้จริงนะครับ เสียดายครับ!
เรื่องนี้เป็นความจริงค่ะ บางทีในกลุ่มก้มีคนทำงานไม่มีคน นอกนั้น ให้กำลังใจ การมีส่วนร่วมกันทุกคนจริงๆ ยังมีไม่มากเท่าที่ควร