ถั่วปากอ้ากับความรู้แบบไม่รู้จริง
รายการสวนอักษรในวิทยุ FM 100.5 อ่านหนังสือ “ถั่วเหลืองดีอย่างไร” กล่าวถึงการกินถั่วปากอ้า คนมีความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ อาจมีพิษถึงตายได้ เป็นการคัดลอกความรู้ต่อๆ กันมา เรื่อง Favism ซึ่งพบมากแถบเมดิเตอร์เรเนียน ในคนไทยพบน้อยมากหรือกล่าวได้ว่าไม่พบเลย ผมทำวิจัยเรื่องนี้เมื่อกว่า ๓๐ ปีมาแล้ว
เป็นตัวอย่างของความรู้ที่คัดลอกตำราต่อๆ กันมาโดยไม่ได้ตรวจสอบกับสถานการณ์จริงของท้องถิ่นนั้นๆ เสียก่อน
ความรับผิดชอบในฐานะกรรมการ
IOD ส่งจดหมายข่าว Boardroom Flash มาให้ ส่วนหนึ่งมีข้อความดังนี้
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติให้ความเห็นชอบพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (ฉบับแก้ไข) โดยจะมีผลใช้บังคับภายหลังการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
พ.ร.บ. หลักทรัพย์ ฉบับแก้ไขนี้ มีสาระสำคัญในแต่ละประเด็นที่กรรมการควรทราบ ดังนี้
1. กรรมการและผู้บริหาร – พ.ร.บ. หลักทรัพย์ (ฉบับแก้ไข) มีการกำหนดกรอบหน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการและผูบริหารของบริษัทจดทะเบียนไว้ชัดเจนมากขึ้น โดยกำหนดว่า กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วย
- ความรับผิดชอบและระมัดระวัง โดยเพิ่มคำอธิบายต่อไปว่า “กรรมการและผู้บริหารต้องกระทำเยี่ยงวิญญูชนผู้ประกอบธุรกิจเช่นนั้นจะพึงกระทำภายใต้สถานการณ์อย่างเดียวกัน” ซึ่งตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ (ฉบับแก้ไข) นี้ ได้ขยายความของคำว่า ด้วยความรับผิดชอบและระมัดระวังว่า หากกรรมการหรือผู้บริหารตัดสินใจทำไปโดยเชื่อโดยสุจริตและสมเหตุสมผลว่า จะเป็นประโยชน์สูงสุดให้กับบริษัท และต้องมีข้อมูลที่เชื่อโดยสุจริตเช่นกันว่า เพียงพอแล้วสำหรับการตัดสินใจนั้น นอกจากนี้ ต้องเป็นการตัดสินใจโดยที่ตนไม่มีส่วนได้เสียกับเรื่องที่ตัดสินใจไปนั้น
- ความซื่อสัตย์สุจริต ใน พ.ร.บ. หลักทรัพย์ (ฉบับแก้ไข) ได้ขยายความไว้ว่า เป็นการกระทำของกรรมการและผู้บริหาร ซึ่งกระทำโดยสุจริตเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท เป็นการกระทำที่มีจุดมุ่งหมายโดยชอบและเหมาะสม และไม่ขัดหรือแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัทด้วย
พ.ร.บ. หลักทรัพย์ (ฉบับแก้ไข) ยังกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ยังกำหนดหน้าที่ของกรรมการ และผู้บริหารเกี่ยวกับการทำธุรกรรมกับบริษัทหรือบริษัทย่อย การรายงานให้บริษัททราบถึงการมีส่วนได้เสียของตนหรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย และการจัดให้มีเลขานุการบริษัท ทั้งนี้ได้มีการกำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องรายงานผลการตรวจสอบเกี่ยวกับพฤติการณ์อันน่าสงสัยที่ได้รับแจ้งจากผู้สอบบัญชีไปยังสำนักงาน ก.ล.ต. ตามเวลาที่กำหนด
ในส่วนของความรับผิด พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้กำหนดให้ กรรมการและผู้บริหารต้องร่วมกันรับผิดต่อบุคคลที่ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในความเสียหายใด ๆ อันเกิดขึ้นเนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นหรือประชาชนทั่วไปโดยแสดงข้อความที่เป็นเท็จในสาระสำคัญหรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้ทราบ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่า โดยตำแหน่งหน้าที่ ตนไม่อาจล่วงรู้ได้ถึงข้อเท็จจริงของข้อมูลหรือการขาดข้อมูลที่ควรต้องแจ้งนั้นนอกจากนี้ยังกำหนดห้ามมิให้กรรมการหรือผู้บริหารที่กระทำทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนทำให้บริษัทเสียหาย ยกเหตุที่ได้รับอนุมัติหรือให้สัตยาบันโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการทำให้ตนหลุดพ้นจากความรับผิด อ่านแล้วตีความได้ว่า ต้องมีการกำหนดกติกา และดูแลให้ปฏิบัติตามกติกาและจริยธรรมอันดี และต้องมีระบบควบคุม บอร์ด อีกต่อหนึ่ง
เด็กไร้รัฐ
อ. อิทธิพล ปรีดิประสงค์ ส่ง “ห้องประชุมงานเด็กไร้รัฐ” มาดังนี้
http://gotoknow.org/planet/rdm-meeting-room-on-health4stateless เข้าไปอ่านแล้วเห็นพลังของ Gotoknow ในการวิจัยและพัฒนาเรื่องสำคัญๆ ในสังคม
เมื่อวันที่ ๒๘ อ. อิทธิพล เล่าว่าตนได้รับเชิญจาก มศก. ไปเป็น อจ. พิเศษ เพราะเขาเห็นผลงานใน Gotoknow
Weekly Meeting สคส.
- Product : IOCS type & KM Workshop type
- KM Workshop กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นการเรียนรู้จากความสำเร็จในการจัด workshop แบบทำไปปรับไป และเรียนรู้ข้อจำกัดของราชการ
กพร.
อกพร. ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม ในระบบราชการ
• การประชุมครั้งที่แล้ว ๒๘ พ.ย. ๕๐
• สำรวจความสำเร็จในการปรับทัศนคติ และค่านิยม : สำหรับเป็นตัวเลขยืนยันผลงานของ กพร. เพื่อเอาคะแนน กรรมการมีข้อสงสัยความน่าเชื่อถือของผลสำรวจ และการนำไปใช้ประโยชน์ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
• การประชุมวันนี้
• ทบทวนผลการดำเนินงาน ๒๕๔๖ – ๒๕๕๐ ซึ่งกำหนดใช้ ๓ ยุทธศาสตร์ (๑) สร้างรูปแบบกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (๒) เสนอแนวการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ (๓) เปิดโอกาสให้สังคมเข้ามาร่วมเร่งรัดการเปลี่ยนแปลง
ตั้งแต่ ๒๕๔๗ มีการศึกษาวิจัย ๕ โครงการ
1. โครงการศึกษากระบวนทัศน์และคุณลักษณะของข้าราชการไทย โดยศูนย์บริการวิชาการ จุฬาฯ เมื่อปี ๒๕๔๗ พบว่า ข้าราชการไทยก้าวข้ามจิตสำนึกไม่ยึดติดกับความคิดในลักษณะที่เป็นราชการแบบดั้งเดิมในระดับหนึ่งแล้ว และมีในระดับปฏิบัติ มากกว่าระดับผู้บริหาร และข้าราชการที่มีการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว คือข้าราชการกลุ่มกระทรวงด้านการบริหารและความมั่นคง ซึ่งมี
ลักษณะ
- เรียนรู้จากผู้อื่น ไม่คิดว่าตนเองถูกต้องเสมอไป
- ยอมรับว่าทุกคนต่างมีความสามารถที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน
- ไม่หวงวิชา ชอบแลกเปลี่ยนความรู้กันเป็นทีม
- ใจกว้าง ทัศนะเชิงบวก
- ใฝ่รู้ ติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ
- เต็มใจทำงานเพื่อบริการประชาชนนอกเวลาราชการในกรณีเร่งด่วน
กระบวนทัศน์
- มุ่งให้เกิดผลงานมากกว่ามุ่งปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอนที่เคยปฏิบัติ
- มีการกระจายอำนาจความรับผิดชอบ
- ให้โอกาสผู้ร่วมงานตัดสินใจร่วมกัน
สภาพในภาพรวมของราชการไทย
คุณลักษณะที่พึงประสงค์
o ความไม่มีพรมแดน
o การทำงานแบบบูรณาการ
o การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม
o กล้าคิด กล้าทำ
o เรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม
o สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันในการทำงาน
o มุ่งอนาคต
กระบวนทัศน์ในปัจจุบัน
o ยังคงแก้ปัญหาโดยยึดกฎระเบียบ
o การลอกเลียนการทำงานในอดีต ยึดเอกสารข้อมูลเก่า
2. สำรวจ พิชาย
ปป มาก ประสิทธิภาพ น้อย คุณธรรมจริยธรรม แข่งขัน มุ่งผลสัมฤทธิ์
3. ผู้นำการ ปป
ศึกษาผู้ว่า
4. สำรวจผลสำเร็จของการปรับทัศนคติ
ปี ๒๕๕๐ โดย มสธ.
ประสิทธิภาพ ป มาก morality & integrity ป น้อย
5. -
**ข้อสรุปนี้นำเสนอเป็นทฤษฎี ไม่โยงกับสภาพจริง นำมาใช้ขับเคลื่อนการ ปป. ไม่ได้
**งานวิจัยนี้ศึกษาปัจเจกบุคคล ไม่ได้ศึกษาระบบ และความสัมพันธ์ภายในระบบ
(research into the systems) จึงเป็นเพียงภาพมิติเดียวของราชการ
• ประธานต้องการให้สังเคราะห์ภาพรวม จัดทำข้อเสนอแนะ เพื่อใช้ทำแผนยุทธศาสตร์/แผนแม่บท ในการพัฒนาระบบราชการ ของ กพร. ต่อไป
• สรุปให้เห็นภาพเคลื่อนไหว ภาพมีชีวิต เชื่อมโยงกับสภาพจริงในสังคม แล้วจะไหลไปสู่ข้อเสนอแนะอย่างอัตโนมัติ
• ชุมพล : ควรเน้นที่การ empower ลูกน้อง Toyota Model
• ควรสนใจ inside out หรือแรงบันดาลใจ มีอำนาจที่ใหญ่กว่าเข้ามามีอิทธิพล เรายังไม่ได้ explore ภาพความซับซ้อนของราชการอย่างครบถ้วน
• ชัยวัฒน์ : ผวจ. และ รอง ผวจ. และคนมหาดไทย มีคนปรับตัวมาก อาจเพราะมีโอกาส dialogue กับภาคประชาสังคม ร่วมกิจกรรมสมัชชาสุขภาพ ฯลฯ หน่วยที่มีปัญหามากคือหน่วยที่ encapsulated แยกตัว ขาดความสัมพันธ์กับภายนอก
• วันชัย : กพร. เคยไปอบรมกระบวนการมีส่วนร่วมในภูมิภาค ไม่เกิดผล **อบรม (training) จะไม่มีผล ปป. ต้องทำให้เกิดการเรียนรู้ (learning)
• วิฑิต : เวลานี้เราเน้นกดดันจากภายใน ต้องให้มีแรงกดดัน ทั้งจากภายนอกและภายใน ควรใช้ยุทธศาสตร์กดดันจากภายนอก ชื่นชมจากภายใน
• ชาติชาย : ควรหาทางให้หน่วยราชการลดทำงานตามแนวตั้ง ทำงานตามแนวนอนมากขึ้น เกิดความสัมพันธ์แนวขวางมากขึ้น ราชการมีงานหลายแบบ regulator, facilitator/development แต่ละแบบมีตัววัดต่างกัน ควรมอง structural relations ของหน่วยราชการ
• ชัยวัฒน์ : งานวิจัยเป็นเรื่องค้นหาความจริง ไม่ใช่งาน one shot ควรหาทางให้เกิดการวิจัยแบบ evolving วิจัย process ในโลกนี้ ปท. ที่ปรับระบบราชการได้ดี จะมีลักษณะพิเศษ Raising life in dying system โดย Ian Chalmers งานวิจัยระบบราชการ สธ. ของ นพ. โกมาตร
• ธรรมรักษ์ : มองราชการเป็น adaptive systems มีชีวิต
• สัญญา : retreat
• ชาติชาย : ตั้งกลุ่มออกแบบ/กำหนดขอบเขต/ตั้งโจทย์ การวิจัย มีเวทีตั้งโจทย์วิจัยแบบต่อเนื่อง ควรดูที่เงื่อนไขพฤติกรรม ไม่ใช่ดูแค่ตัวพฤติกรรม รัฐบาลนี้ออกกฎหมายกำหนดให้ จว. เป็น area organization หรือ อนุรัฐ เป็นครั้งแรกของประเทศไทย จะเปลี่ยนความสัมพันธ์และวิธีคิดของข้าราชการ เป็นช่องทางของการ ปป. กระบวนทัศน์อีกทางหนึ่ง ยังอยู่แค่ใน กม. คนยังไม่รู้กันกว้างขวาง ว่า กม. นี้จะเปลี่ยนประเทศไทย
• ชุมพล : กพร. ควรใช้ยุทธศาสตร์ Al Gore หรือไม่ คือชี้ให้เห็น threat ทำให้คนเข้าใจ เข้าใจในระดับประชาชน • สัญญา : กพร. เกี่ยวกับราชการ จะไปศึกษาประชาชนโดยตรงไม่ได้ เคยพูดเรื่อง educate นักการเมือง แต่เราไม่กล้าทำ
• ชุมพล :ใช้ยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมือง ใช้ ปชช. เปลี่ยนนักการเมือง
• ชาติชาย : คนบางกลุ่มไม่ต้องการให้ราชการแข็งแรง เพราะตนต้องการผูกขาด การเคลื่อนประชาชน ต้องหากลุ่มที่เป็นแนวร่วม
• ชัยวัฒน์ : เป็นไปได้ไหมที่จะเอาผลงานวิจัยในช่วง ๕ ปี ไปใช้สร้างการ ปป. ต้องให้เห็นภาพใหญ่ที่ซับซ้อน เป็นงานวิจัย learning together
• วันชัย : ยุทธศาสตร์ที่ทำให้เกิดการ ปป. การใช้สื่ออย่างมีพลัง
• พิชาย : มองเชื่อมโยงกับปัญหาสังคม มองประเด็นสังคมเชื่อมกระทรวง หรือกลุ่มกระทรวง
• ชาติชาย : ทำอะไรต่อ เอาของเก่ามาใช้อย่างไร ไม่มองระบบราชการ in isolate แต่มองเชื่อมโยงกับสังคมไทย กับโลก น่าจะใช้สื่อเพื่อทำความเข้าใจ
• สรุปว่า การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม ของระบบราชการ ต้องมองโยงจาก individual สู่ systems สู่สังคม และโลก จับคู่สัมพันธ์สำหรับทำความเข้าใจ จะประชุมแบบ retreat 1 วันที่สวนสามพราน
พิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล
จัดที่พระที่นั่งอนันตสมาคม มีชาวต่างประเทศเพิ่มกว่าปีก่อนๆ เป็นผู้มาร่วมประชุม PMA Conference 2008 จากทั่วโลก เชิญมางานนี้เฉพาะผู้ใหญ่เพราะสถานที่จำกัด ผลคือรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น และเป็นการเฉลิมพระเกียรติไปทั่วโลก สมความตั้งใจในการจัด PMA Conference
เป็นครั้งที่ ๓ ที่พิธีพระราชทานรางวัลจัดที่นี่ และเป็นครั้งแรกที่ตอนเข้าเฝ้ามีการหมุนเก้าอี้นั่งกัน ๖ คน (คือผู้รับรางวัล และภรรยา) ไปเฝ้าใกล้ๆ เพื่อสนทนากับพระเจ้าอยู่หัว เพราะเสียงเบามาก ผมไม่ได้ยินอะไรเลย ยกเว้นท่าทาง