Part II General Principles of Governance ของเอกสาร Guide for Members of Higher Education Governing Bodies in the UK ต่อ
หลักปฏิบัติในการทำหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย
ประเด็นเกี่ยวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ผลประโยชน์ทับซ้อน
๑. นายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ ต้องทำหน้าที่อย่างไม่ถือฝ่าย (impartial) และต้องไม่เอาผลประโยชน์เชิงธุรกิจหรือผลประโยชน์อื่นของตนหรือของผู้อื่นมาเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่นายกสภาฯ หรือกรรมการสภาฯ เมื่อสภาฯ พิจารณาเรื่องที่ตนเอง คนใกล้ชิดในครอบครัว หรือผู้ใกล้ชิดอื่น เกี่ยวข้อง กรรมการสภาฯ ผู้นั้นต้องเปิดเผยความจริงนั้นให้สภาทราบ และไม่อยู่ร่วมพิจารณาเรื่องนั้น ความเกี่ยวข้องดังกล่าวไม่รวมสภาพที่กรรมการสภาฯ เป็นพนักงานหรือเป็นนักศึกษาขององค์กรที่กำลังพูดถึง และไม่เป็นเหตุให้กรรมการสภาฯ ผู้นั้นเข้าร่วมให้ความเห็นและลงมติเกี่ยวกับข้อพึงระวังความเสียหายอันอาจเกิดขึ้น
ผมขอเสริมการตีความส่วนตัวว่า หากเป็นการให้ความเห็นหรือลงมติให้ดำเนินการ กรรมการที่มีความเกี่ยวข้องไม่ควรอยู่ร่วมพิจารณาหรือลงมติ แต่ถ้าเป็นการให้ความเห็นหรือการลงมติเพื่อความรอบคอบ กรรมการสภาฯ ผู้นั้นเข้าร่วมได้
๒. มหาวิทยาลัยควรทำบัญชีความสนใจ (area of interest) ของกรรมการสภาฯ แต่ละท่าน บอกรายละเอียดของความสนใจที่สัมพันธ์กับกิจการขององค์กร และเปิดเผยให้ทราบกันทั่วไปภายในองค์กร และคอยหมั่นปรับปรุงอยู่เสมอ
๓. เงื่อนไขการแต่งตั้งกรมการสภาฯ ควรมีความชัดเจนและเปิดเผย และในบางกรณีอาจมีการลงนามข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยกับกรรมการสภาฯ
ข้อสังเกตของผม กรรมการสภามหาวิทยาลัยไทยทำงานแบบงานอาสาสมัคร ไม่มีแรงจูงใจด้านค่าตอบแทน การจัดให้ลงนามข้อตกลงจึงควรทำโดยตระหนักความจริงดังกล่าว
๔. สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจในการมีมติให้กรรมการสภาฯ ท่านหนึ่งท่านใดพ้นสภาพ และควรดำเนินการดังกล่าวหากพบว่ากรรมการสภาฯ ท่านนั้นละเมิดข้อตกลงของการแต่งตั้ง
กรรมการสภาฯ ในฐานะตัวแทน
๕. กรรมการสภาฯ ที่ได้รับเลือกตั้งมาจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต้องไม่ทำหน้าที่กรรมการสภาฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของคนกลุ่มนั้น กรรมการสภาฯ ต้องไม่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ใดหรือกลุ่มใด ยกเว้นกรณีไดรับมอบหมายอย่างเป็นทางการให้ทำหน้าที่แทนกรรมการสภาฯ ท่านอื่น
การปฐมนิเทศและการพัฒนากรรมการสภาฯ
๖. เป็นหน้าที่ร่วมกันของนายกสภาฯ และเลขานุการสภาฯ ที่จะต้องแจ้งแก่กรรมการสภาฯ แต่ละท่านให้ทราบเงื่อนไขในการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสภาฯ รวมทั้งแจ้งให้ทราบความรับผิดชอบตามหลักธรรมาภิบาลของสภาฯ แต่ละท่านควรได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่
• เอกสารแนวทางการปฏิบติงานฉบับนี้
• รายงานประจำปีของสถาบัน รายงานการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว และพยากรณ์สภาพทางการเงิน
• แผนยุทธศาสตร์ในภาพรวม และแผนกลยุทธรายด้าน ได้แก่ ด้านการเรียน การสอน การวิจัย การขยายภาคีพันธมิตร และอาคารสถานที่
• เอกสารแสดงผังโครงสร้างองค์กร
• ข้อบังคับ กฎระเบียบ และกระบวนการปฏิบัติงานของสภาฯ
สภามหาวิทยาลัยต้องจัดการปฐมนิเทศแก่กรรมการใหม่ เพื่ออธิบายความรับผิดชอบของกรรมการ หน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย และองค์กรอื่นๆ ในระบบอุดมศึกษา และวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ของสถาบัน
๗. หลังจากได้รับการปฐมนิเทศแล้ว กรรมการสภาฯ ควรได้รับจดหมายข่าวของมหาวิทยาลัยและจดหมายข่าวราย ๓ เดือนของ CUC (Committee of University Chairman) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กรรมการสภาฯ ได้รับทราบความเคลื่อนไหวของมหาวิทยาลัย และของวงการอุดมศึกษา
๘. CUC ร่วมกับ Leadership Foundation ได้จัดให้มีโครงการพัฒนากรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยเริ่มในปี ค.ศ. ๒๐๐๔ มีทั้งการสัมมนากรรมการใหม่ และการสัมมนากรรมการที่มีประสบการณ์แล้ว มหาวิทยาลัยควรส่งกรรมการเข้าร่วมสัมมนาเหล่านี้
๙. คณะกรรมการความสัมพันธ์กับกรรมการสภา (Membership Committee) ของสภามหาวิทยาลัย ช่วยจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ค่าใช้จ่ายและค่าตอบแทน
๑๐. แม้ว่ากรรมการบอร์ดขององค์กรธุรกิจจะได้รับค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสูง แต่เป็นประเพณีว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยได้รับค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย รวมทั้งมหาวิทยาลัยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสภาฯ เช่นค่าเดินทาง แต่ในกรณีพิเศษมหาวิทยาลัยอาจจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการสภาในการทำงานพิเศษบางอย่าง โดยต้องระบุงานและค่าตอบแทนให้ชัดเจนและรายงานค่าใช้จ่ายในบัญชีที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีด้วย
ตอนต่อไป ว่าด้วยการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ม.ค. ๕๑